
รัฐบาลที่ล้มเหลว
การปรับคณะรัฐมนตรีเป็น (รัฐบาลปู 5) นั้น คำถามคือ ปรับเพื่อตอบ “โจทย์ของประเทศ” และ “โจทย์ของประชาชน” หรือเปล่า หรือเป็นการตอบโจทย์ทางการเมืองของรัฐบาลเท่านั้น เพื่อให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น หรือเพื่ออ้างเหตุไม่ต้องแถลงผลงานที่หมกกันไว้แล้วจะรวมแถลงครบรอบ 2 ปี เพราะหาผลงานไม่เจอ
การปรับคณะรัฐมนตรีเป็น (รัฐบาลปู 5) นั้น คำถามคือ ปรับเพื่อตอบ “โจทย์ของประเทศ” และ “โจทย์ของประชาชน” หรือเปล่า หรือเป็นการตอบโจทย์ทางการเมืองของรัฐบาลเท่านั้น เพื่อให้ภาพลักษณ์ดีขึ้น หรือเพื่ออ้างเหตุไม่ต้องแถลงผลงานที่หมกกันไว้แล้วจะรวมแถลงครบรอบ 2 ปี เพราะหาผลงานไม่เจอ
ในการเมืองระหว่างประเทศ เราได้ยินคำว่า “รัฐล้มเหลว” แต่วันนี้เรากำลังจะได้ยินคำว่า “รัฐบาลล้มเหลว” เพื่อรัฐบาลปู ยิ่งลักษณ์ 14 ล้มเหลวในการบริหารนโยบายที่ประกาศไว้โดยสิ้นเชิง ใกล้ครบรอบ 2 ปีที่รัฐบาลบริหารประเทศ ผู้สังเกตการณ์การเมืองกลุ่มหนึ่งได้สำรวจผลงานของรัฐบาลชุดนี้ โดยใช้เอกสารรัฐบาลเรื่อง “1 ปี มุ่งมั่น เดินหน้า พัฒนา ร่วมกัน” เพื่อมุ่งไป “สู่อนาคตที่มั่นคง สร้างโอกาสและวางพื้นฐานของประเทศไทย เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน” เป็นโจทย์ที่เราจะค้นหาคำตอบแต่ละข้อ ผลปรากฏว่า
การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติและฟื้นฟูประชาธิปไตย ปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ผลปรากฏว่า ประชาชนยังแบ่งเป็นฝักฝ่าย โดยรัฐบาลข่มขู่กดดันคนเห็นต่างตลอดมา ประชาธิปไตยขณะนี้เป็น “เผด็จการประชาธิปไตย” เต็มรูปแบบ ระบบ “ตรวจสอบและถ่วงดุล” ล้มเหลว “สิทธิในการรับรู้และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน” ถูกคุกคาม ประชาธิปไตยถูกทำให้เข้าใจเฉพาะผลการเลือกตั้งเท่านั้น “การมีส่วนร่วมของประชาชน” ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติต่อโครงการขนาดใหญ่มูลค่ามหาศาลของประเทศถูกละเลย
การป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ แต่ผลการสำรวจของสำนักโพลต่างๆ มีผลออกมาตรงกันว่า ประชาชน “เชื่อ” ไปแล้วว่ารัฐบาลชุดนี้ทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬารจากโครงการขนาดใหญ่ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และรัฐบาลไม่เคยจับคนโกงได้
ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ กรณีน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 สหประชาชาติยืนยันว่าการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของรัฐบาลจนเกิดน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ซ้ำยังล้มเหลวในการบริหารภัยแล้งในปี 2556 โดยไม่ใส่ใจดูแลเท่าที่ควร ขณะที่ไม่มีแผนชัดเจนเป็นรูปธรรมกับโครงการกู้เงิน 3.5 แสนล้านบาท
แก้ไขปัญหาความไม่สงบและนำสันติสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว ปรากฏว่า ความรุนแรงยังเพิ่มขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาก ยังไม่มีท่าทีว่าจะนำสันติสุขกลับคืนมาได้ ทีมงานที่ไปพูดคุยสันติภาพก็ตกเป็นเบี้ยล่างตลอดเวลา
แก้ปัญหาเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ปรากฏว่า ประชาชนถูกหลอก เพราะรัฐบาลลดราคาน้ำมันเพียง 1-2 เดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็ขึ้นราคาแบบเก่า ซ้ำราคาก๊าซหุงต้มกำลังจะขึ้นอีก รัฐบาลคุมภาวะเงินเฟ้อได้ เพราะประชาชนไม่มีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอย
ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน เพิ่มกำลังซื้อในประเทศ โดยอ้างเรื่องปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ผลปรากฏว่า คนกลุ่มหนึ่งได้เงินเพิ่ม แต่สินค้าแพงขึ้นแบบจรวด ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสินค้ามีราคาแพงขึ้นมากกว่ารายได้ และไม่มีเงินออก รัฐบาลอ้างว่าจะยกระดับราคาสิ้นค้าเกษตร ปรากฏว่า สินค้าเกษตรหลักราคาตกฮวบ แต่ของกินของใช้ประจำวันกลับราคาสูงขึ้นสวนทางกัน
ลดอัตราภาษีนิติบุคคล บริษัทขนาดใหญ่ที่คนในรัฐบาลเป็นเจ้าของได้ประโยชน์มากที่สุด รัฐบาลกำลังหารายได้ชดเชยโดยจะขึ้นภาษีแวตจาก 7 เป็น 8 เปอร์เซ็นต์อย่างน้อย ที่คนไทยทุกคนถูกขูดโดยถ้วนหน้ากันเอาไปชดเชยคนไทยส่วนน้อยที่ได้ประโยชน์
เศรษฐกิจมหภาคของประเทศมีปัญหา เครื่องยนต์ที่จะฉุดเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นมีปัญหาเกือบทุกเครื่อง ทั้งการบริโภคของประชาชน การลงทุน โดยเฉพาะการส่งออกที่ลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย เหลือแต่การใช้จ่ายภาครัฐที่รัฐบาลไปกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้หนี้สินของประเทศเพิ่มขึ้นมหาศาลและลูกหลานต้องใช้หนี้ไปอีก 50 ปี หนี้สินภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น เวลาประชาชนล้วงกระเป๋าแทนที่จะพบว่ามีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น นอกจากเงินในกระเป๋าเหลือน้อยแล้ว ยังเจอหนี้เพิ่มขึ้นด้วย เวลานี้คนไทยไม่ใช่ไพร่ฟ้าหน้าใสแล้ว แต่เป็นไพร่ฟ้าหน้าเหี่ยวไปตามๆ กัน แต่คนในรัฐบาลและพวกหน้าใสขึ้น
บางคนอาจติงว่า เรามองรัฐบาลในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีอะไรดีเลยหรือ คำตอบคือ ทุกรัฐบาลมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในการบริหารนโยบาย แต่รัฐบาลชุดนี้มีความล้มเหลวมากกว่า ส่วนผลงานที่ดีก็มี เช่น การปราบปรามยาเสพติดที่ลือเป็นผลงานเด่นของรัฐบาล แต่ยาเสพติดนอกจากไม่ได้ลดลงแล้ว ยังเพิ่มขึ้นอีกและระบาดลงไปยังเด็กมากขึ้นทุกที ความสัมพันธ์กับกัมพูชาดีขึ้นจากรัฐบาลชุดก่อน เพราะฮุนเซนมีส่วนในการล้มรัฐบาลชุดที่แล้วและช่วยเหลือรัฐบาลชุดนี้ขึ้นสู่อำนาจ โดยผลประโยชน์ร่วมเรื่องพลังงานในอ่าวไทย แต่ก็มีปัญหาค้างคากันในเรื่องของเขาพระวิหาร นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยือนต่างประเทศมากกว่าผู้นำไทยคนอื่นๆ เพื่อหลีกหนีปัญหาการเมืองภายในประเทศ ไปแต่ละครั้งเล่นเอาคนไทยใจหายใจคว่ำว่าจะไปปล่อยไก่อะไรอีก หรือจะไปกล่าวหาประเทศตัวเองให้ต่างชาติฟังอีกหรือไม่ จนเกิดวาทกรรมแพร่หลายไปในสังคมไทยที่เป็นคดีฟ้องร้องกันอยู่ทุกวันนี้ เด็กนักเรียน ป.1 มีแท็บเล็ตเรียนกัน ส่วนอนาคตจะเขียนหนังสือไทยเป็นหรือไม่อีกเรื่อง
ที่เขียนมานี่คงไม่ใช่เรื่องเกินจริง ภายใต้ผิวน้ำที่ดูเหมือนสงบเงียบ แต่ลึกลงไป บ้านเมืองเวลานี้มีวิกฤตรอบด้าน ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้บ้านเมืองคงเสียหายยับเยิน แล้วประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยจะทำอย่างไร จะปล่อยให้รัฐบาลและพวกยึดอำนาจเบ็ดเสร็จและบริหารประเทศตามอำเภอใจเพื่อประโยชน์ของตนเองและพรรคพวกต่อไปอย่างนั้นหรือ จะปล่อยให้ “อนาคตของประเทศ” อยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลวต่อไปหรือ
แม้ไม่อาจปฏิเสธบทบาทและอำนาจของรัฐบาลและสภาได้ แต่ก็ไม่ไว้ใจ ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยจึงต้องร่วมมือกับฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระในการขัดขวางการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ การก้าวล่วงต่ออำนาจตุลาการและทำลายระบบการยุติธรรมของประเทศ การคุกคามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ประชาชนและฝ่ายตุลาการต้องร่วมมือกันหาทางไม่ให้บ้านเมืองบอบช้ำไปมากกว่านี้จากการแย่งชิงอำนาจและแบ่งปันผลประโยชน์ของการเมือง
แม้เป็นรัฐบาลล้มเหลว ถ้าเป็นประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ เขาลาออกไปแล้ว แต่นี่ประชาชนไล่ก็ไม่ยอมออก ตุลาการภิวัฒน์ บวกกับ ประชาชนภิวัฒน์ อาจเป็นหนทางหนึ่งในการตอบโจทย์ประเทศอีกครั้ง แต่จะเป็นประชาชนภิวัฒน์ได้อย่างไร หากคนไทยยังเป็น “ไทยทน ไทยเฉย ไทยหลับ” ไม่ยอมตื่นรู้สักที ทั้ง “หน้ากากขาว” และ “ไทยสปริง” คงต้องเหนื่อยหน่อยในการปลุกไทยหลับพวกนี้







