
วินัยการคลัง
แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ ระหว่างการบริหารงานช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา
แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างๆ ระหว่างการบริหารงานช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา
แต่การปรับเปลี่ยนราคารับจำนำในโครงการรับจำนำข้าวในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติอย่างยิ่ง เพราะการดำเนินนโยบายระดับประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะต้องกลั่นกรองและคิดอย่างรอบคอบมาแล้ว ทั้งผลได้ผลเสีย ปัญหาที่จะติดตาม และหนทางแก้ไข ให้เบ็ดเสร็จก่อนที่ตัดสินใจออกนโยบายใดๆ ออกมา
แต่กรณีการตัดสินใจปรับลดราคาจำนำครั้งนี้ รัฐบาลกลับทำอย่างเร่งรีบผิดปกติ ถึงกับเรียกประชุม ครม.นัดพิเศษขึ้น โดยไม่ได้คำนึงถึงความเสียหายของชาวนาที่ลงทุนปลูกข้าวไปก่อนหน้านี้ ไม่มีมาตรการออกมารองรับช่วยเหลือ หรือคิดอ่านอย่างรอบคอบ
ทั้งที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ และเกี่ยวพันกับเงินภาษีนับแสนล้านบาท เฉพาะผลขาดทุนที่ประเทศต้องแบกรับเบื้องต้นก็ 1.3 แสนล้านบาทแล้ว
สาเหตุแห่งความเร่งรีบในการลดราคาจำนำดังกล่าว น่าจะพิจารณาได้จากคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ว่า ต้องการรักษาวินัยการคลัง เพราะเกิดผลขาดทุนจากการรับจำนำข้าวจำนวนมาก
แต่เมื่อมีเสียงคัดค้านจากชาวนา รัฐบาลก็กลับลำไปใช้ราคาตันละ 1.5 หมื่นบาทเหมือนเดิม คราวนี้นายกิตติรัตน์ มีเหตุผลใหม่ คือ รัฐบาลจะมีเงินจากการระบายข้าวเข้ามาหมุนเวียน
สะท้อนว่าการทำงานของรัฐบาลชุดนี้มีปัญหาอย่างยิ่ง เพราะในฐานะรองนายกฯ ที่ดูแลกระทรวงการคลัง ต้องรู้ฐานะการเงินของประเทศเป็นอย่างดี ว่าสมควรจะใช้งบเท่าไหร่ ใช้เงินจากแหล่งใด ด้วยต้นทุนเท่าไหร่ เพื่อคำนวณว่าฐานะคลังจะแบกรับได้มากน้อยเพียงใด ก่อนตัดสินใจว่าจะรับจำนำข้าวในราคาเท่าไหร่
ด้วยกระบวนการคิดและวิธีการทำงานแบบนี้ จึงจะเรียกได้ว่ามีวินัยทางการคลัง
คำว่าวินัยการคลังนั้น เป็นคำที่มีนัยลึกซึ้ง มีความหมายทั้งด้านการป้องปรามการใช้เงินของประเทศไปในทางมิชอบ และตักเตือนให้มีการวางกรอบการใช้เงินอย่างรอบคอบ มีการวางแผนที่ดี เป็นไปเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ
ผู้ที่จะพูดคำนี้ออกมาได้ จึงต้องมีกระบวนการคิด มีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับความนัยข้างต้น เพราะต้องรับผิดชอบกับเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เป็นภาษีของประชาชน
อย่าพูดเอาเท่ หรือหวังประโยชน์ทางการเมืองไปวันๆ







