posttoday
เสียงคำถามข้ามแดน

เสียงคำถามข้ามแดน

02 กรกฎาคม 2556

จากการผลักดันทั้งภาครัฐและเอกชน ในที่สุด 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้บ้านพุน้ำร้อนเป็นจุดผ่านแดนถาวรเรียบร้อยแล้ว

โดย...อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์

จากการผลักดันทั้งภาครัฐและเอกชน ในที่สุด 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้บ้านพุน้ำร้อนเป็นจุดผ่านแดนถาวรเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านั้นวันที่ 11 พ.ค. ทางการพม่าก็ได้เปิดด่านถาวรบ้านทิกิฝั่งตรงข้ามบ้านพุน้ำร้อนเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้ว

จุดผ่านแดนถาวรพุน้ำร้อนนั้นแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ เพราะแม้พื้นที่นี้จะขาดความพร้อมในทุกด้านทั้งมูลค่าการค้าขายชายแดน จำนวนคนผ่านเข้าออก ระบบอาคารที่ทำการ และถนนหนทางเชื่อมทั้งสองประเทศ ซึ่งต่างจากจุดผ่านแดนอื่นๆ ที่คึกคักกว่ามาก แต่สำหรับพุน้ำร้อน นี่คือประตูทางออกไปยังทวายพื้นที่ซึ่งทั้งรัฐบาลไทยและพม่าหมายจะให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต และการเปิดด่านก็เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การพัฒนาโครงการ

แต่สำหรับคนทวาย ชาวบ้านพื้นถิ่นนอกจากจะยังมองไม่เห็นว่า จะได้ประโยชน์อะไรจากการพัฒนาที่จะเข้ามาในบ้านเขา แต่ที่มากกว่านั้นคือ ผู้คนต่างถิ่นที่เข้ามาในพื้นที่ทำหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเขา “ไม่สบายใจ”

แม้จะเคยคาดหวังว่า ผู้คนที่จะหลั่งไหลมากับโครงการก่อสร้าง เป็นโอกาสที่พวกเขาจะค้าขายเล็กๆ น้อยๆ สร้างรายได้ แต่ก็ผิดคาด เมื่อบรรดาคนงานส่วนใหญ่กลับอยู่แต่ภายในแคมป์ บรรดาสิ่งของอุปโภคบริโภคก็ล้วนขนกันมาจากเมืองไทย ไม่มีช่องทางโอกาสให้สินค้าในท้องถิ่นเลย

ยิ่งกว่านั้นการคมนาคมขนส่งที่สะดวกขึ้นกว่าเดิม ก็ทำให้สินค้าไทย ไม่เว้นแม้แต่สินค้าเกษตรจำพวกพืช ผัก ผลไม้ ซึ่งมีคุณภาพดีกว่าหลั่งไหลทะลักเข้ามาในตลาดทวาย จนยากที่เกษตรกรในท้องถิ่นจะแข่งขันได้

หรือแม้แต่ความหวังโอกาสการจ้างงาน จากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งถึงที่สุดแล้วคนทวายที่มีพื้นฐานการศึกษาน้อยก็แทบไม่ได้รับโอกาสจากการจ้างงานเลย ซึ่งทำให้พวกเขาหวนคิดถึงโครงการ “ยาดานา” แหล่งขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวมะตะบัน เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ซึ่งก็เคยคาดหวังว่าจะส่งผลให้คนท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากโครงการบ้าง

แต่แล้ว 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็ไม่เคยได้รับประโยชน์ใดๆ จากโครงการนี้เลย ซึ่งทำให้ทุกคนกลับมาทบทวนว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายที่กำลังจะเกิดขึ้น จะเกิดประโยชน์หรือก่อปัญหาให้พวกเขากันแน่

สตรีชาวทวายอีกคนหนึ่งบอกว่า นอกจากคนงานชาวไทยแล้ว ยังมีคนพม่าจากต่างถิ่นเข้ามาในทวายอีกมาก และกระทำพฤติกรรมที่ละเมิดต่อผู้หญิง ซึ่งทำให้เธอวิตกว่า เมื่อผ่านไปนานขึ้นสิ่งที่จะเกิดตามมาคือ การค้าบริการทางเพศ เพราะเพียงแค่เส้นทางจากกาญจนบุรีมาได้ง่ายขึ้น สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือ กลุ่มวัยรุ่นที่ติดยาเสพติดก็มีจำนวนมากขึ้น ทวายในอดีตนั้นแทบไม่มีอาชญากรรม แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เธอวิตกกับอนาคตสังคมทวายอย่างยิ่ง

ในวงสนทนาสิ่งที่สะดุดตาคือเสื้อสีแดงสด ซึ่งชาววัยกลางคนจากกลุ่มกะเหรี่ยงคนหนึ่งสวมใส่ เขาลุกขึ้นยืนและบอกว่า หากต้องสูญเสียที่ดิน สำหรับผู้ที่เป็นชาวไร่ ชาวนามาทั้งชีวิต ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป พร้อมทั้งหันหลังให้ทุกคนในวงสนทนา มองภาษาพม่าที่สกรีนอยู่หลังเสื้อความว่า

“การจัดการที่ดินอย่างเป็นธรรม คือ สิ่งแรกที่ต้องทำ ณ บัดนี้”

เขาบอกว่า “วันนี้คนไทยคือเพื่อนบ้าน เราอยากเป็นมิตรที่ดีต่อกัน ไม่อยากให้ต้องเกลียดชังกันในอนาคต”

ประโยชน์ก็ไม่ได้ซ้ำปัญหาอีกมากอาจตามมา

“คนไทยต้องการไปเที่ยวเมืองทวายมีชายหาดสวยงามยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ส่วนชาวพม่าก็ต้องการมาเที่ยวใน จ.กาญจนบุรี กาญจนบุรีและทวายมีความสัมพันธ์ระดับท้องถิ่นอย่างดี มีการไปมาหาสู่ มีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจไทยพม่าหลายครั้ง ทั้งสองฝ่ายต้องการร่วมส่งเสริมการค้าขาย การลงทุนและท่องเที่ยวให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น” สรรเพชญ ศลิษฎร์อรรถกร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวถึงโอกาสหลังจากกระทรวงมหาดไทยอนุมัติเปิดด่านพุน้ำร้อนไม่นานนัก

แน่นอนว่าคนทวายก็อยากมองเห็นโอกาสและความหวังนี้ด้วยเช่นกัน ทว่าขณะนี้เขายังมองเห็นในมุมที่ต่างกับกลุ่มทุนไทย n

หมายเหตุ : ขอขอบคุณโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารและทำข่าวสืบสวนสอบสวนในพื้นที่ชายแดน ที่ประสานการเดินทางและแหล่งข่าวในประเทศพม่า

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน