
น่าผิดหวัง
การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยิ่งลักษณ์ 5 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นได้ชัดว่าเป็นการปรับที่มีเจตนาเพียงเพื่อตัดตอนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของพรรคเพื่อไทย โดยมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เป็นแพะรับบาปแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ เพื่อกลบกระแสความไม่พอใจรัฐบาลต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยละเลยที่จะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยิ่งลักษณ์ 5 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นได้ชัดว่าเป็นการปรับที่มีเจตนาเพียงเพื่อตัดตอนความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของพรรคเพื่อไทย โดยมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เป็นแพะรับบาปแต่เพียงผู้เดียว ทั้งนี้ เพื่อกลบกระแสความไม่พอใจรัฐบาลต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น โดยละเลยที่จะใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ทำงานร่วมกับนายกฯ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 2 ปี แต่ผลงานยังไม่เป็นที่ประทับใจ ส่งผลให้ผลงานโดยรวมทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลจนถึงวันนี้ยังไม่เป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวัง ตรงกันข้าม ประชาชนกลับต้องเผชิญกับปัญหาราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธาของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล
นายกฯ ควรจะใช้โอกาสนี้ปรับทีมงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ทั้งหมด ไล่เรียงมาตั้งแต่หัวแถวไปจนถึงท้ายแถว ไม่ว่าจะเป็นรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล รมว.พาณิชย์ รมว.อุตสาหกรรม รมว.คลัง รมว.คมนาคม ฯลฯ มากกว่าที่จะเป็นการปรับ ครม. เพียงเพื่อสร้างภาพให้นายกฯ สามารถประคับประคองรัฐบาลต่อไปได้
ที่สำคัญบรรดาว่าที่รัฐมนตรีใหม่ที่นายกฯ ทาบทามเข้ามาเป็นรัฐมนตรี โดยหวังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐบาล อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ว่าที่ รมว.ศึกษาธิการ นางปวีณา หงสกุล ว่าที่ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ล้วนแต่เป็นคนหน้าเดิมที่เคยวนเวียนเข้ามาทำหน้าที่แล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลงานจนเป็นที่น่าพอใจได้ รวมทั้งรัฐมนตรีใหม่คนอื่นๆ ที่นายกฯ คาดหวังว่าจะเข้ามาสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับรัฐบาลได้นั้น ก็ไม่แน่ว่าในสายตาประชาชนจะสร้างได้หรือไม่
ที่น่าห่วงที่สุดก็คือ หากการปรับ ครม.ครั้งนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าเป็นเพียงการปรับเพื่อเชือดแพะและสร้างภาพให้กับรัฐบาลเท่านั้น แต่จากรายชื่อว่าที่รัฐมนตรีใหม่ที่ปรากฏยังไม่เห็นว่า ครม.ยิ่งลักษณ์ 5 จะมีภาพลักษณ์ดีไปกว่า ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 ตรงไหน ตรงกันข้าม ในบางตำแหน่งกลับดูจะด้อยกว่าเดิม
สรุปได้ว่าการตัดสินใจปรับ ครม.ในครั้งนี้ ไม่ได้ปรับเพราะตระหนักถึงความไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล แต่เป็นการปรับเพื่อความอยู่รอดของรัฐบาล ซึ่งก็ยังไม่มีอะไรมารับประกันว่าจะอยู่รอดได้จริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือทำให้คนไทยเสียโอกาสที่จะได้ ครม.ชุดใหม่ที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น







