
ศาลสั่งรัฐจัดฟังความเห็นก่อนเดินหน้าโครงการน้ำ
ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลนำแผนบริหารจัดการน้ำไปรับฟังความเห็นประชาชนก่อนจ้างเอกชนดำเนินงานในแต่ละโครงการ สมาคมโลกร้อนฯเตรียมยื่นปปช.เอาผิดนายกฯ
ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้รัฐบาลนำแผนบริหารจัดการน้ำไปรับฟังความเห็นประชาชนก่อนจ้างเอกชนดำเนินงานในแต่ละโครงการ สมาคมโลกร้อนฯเตรียมยื่นปปช.เอาผิดนายกฯ
เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาให้นายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและ อุทกภัย (กบอ.) และ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ปฏิบัติหน้าที่ร่วมการนำแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และแผนดำเนินโครงการก่อสร้างเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ จำนวน 9โครงการ 10แผนงาน วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท ไปดำเนินการจัดให้มีกระบวนการให้มีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึง ตาม ม.57 วรรคสอง และ ม.67 วรรคสอง ตามสิทธิในข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน และสิทธิชุมชนที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะดำเนินการจ้างเอกชนออกแบบและก่อสร้างในแต่ละแผนงาน ส่วนคำขอที่สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับชาวบ้านรวม 45 ราย ขอให้มีการสั่งเพิกถอนแผนงานดังกล่าวให้ยก
สำหรับคดีนี้ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนกับชาวบ้านรวม 45 รายยื่นได้ฟ้องนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและ อุทกภัย (กบอ.) และ คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ซึ่งเป็นผู้ถูกฟ้อง 1-4 ต่อศาลปกครองกลาง ว่าร่วมกระทำการกำหนดแผนแม่บทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และแผนดำเนินโครงการก่อสร้างเพื่อออกแบบก่อสร้างระบบลบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนและระบบแก้ไขปัญหาอุทกภัยของประเทศ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และขอให้ศาลสั่งพิกถอนแผนงานดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา
ระบุแผนงานก่อสร้างกระทบสิ่งแวดล้อม-ชุมชน
ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในการจัดทำแผนดังกล่าวพบว่า แต่ละแผนงานก่อสร้างแต่ละโมดูลจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ต้องตัดไม้ สร้างเขื่อน และประชาชนต้องย้ายออกจากเพื่อนำพื้นที่ไปใช้รองรับน้ำหลาก จึงเป็นโครงการที่เข้าข่ายที่รัฐต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย และต้องมีการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 57 วรรคสอง และมาตรา 67 วรรคสอง โดยในข้อเท็จจริง ไม่พบว่านายกรัฐมนตรีและผู้ถูกฟ้องทั้งหมด ได้มีการจัดทำการรับฟังความคิดเห็นประชาชนอย่างทั่วถึงมาก่อน และในกรณีที่จะต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม และสุขภาพนั้น ก็ให้รัฐเป็นผู้ดำเนินการ เพราะหากให้เอกชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียดำเนินการผลที่ออกมาก็ย่อมอาจเบี่ยงเบนไปในทางที่จะเป็นประโยชน์กับเอกชนเอง
ศรีสุวรรณนำคำสั่งศาลยื่นปปช.เอาผิดนายกฯ
นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวภายหลังการรับฟังคำพิพากษาว่า เป็นไปตามที่คาดหวังและพอใจในคำพิพากษาทั้งหมด เพราะศาลได้ชี้ในประเด็นตั้งแต่สิทธิในการฟ้องของสมาคมฯ กับพวกรวม 45 คน ว่ามีสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ ส่วนประเด็นใหญ่คือให้ผู้ถูกร้องทั้ง 4 ให้ดำเนินการตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 57 วรรคสอง คือเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียเข้ามาร่วมดำเนินการหรือให้ความเห็นต่อแผนบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งให้ผู้ถูกร้องดำเนินการตาม มาตรา 67 วรรคสอง ซึ่งรัฐบาลต้องไปจัดทำรายงานสิ่งกระทบสิ่งแวดล้อม ผลกระทบสุขภาพ รวมถึงเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนรวมในการแสดงความคิดเห็น และให้องค์กรอิสระเข้ามาแสดงความคิดเห็น ก่อนที่จะเริ่มเซ็นสัญญากับบริษัทผู้เข้าร่วมประมูล ซึ่งการดำเนินการคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 2 ปี แต่จะช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินงานของรัฐบาล
อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) ตนและสมาคมฯ จะนำคำพิพากษาไปยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 275 ว่าด้วยการการดำเนินคดีทางอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขอให้ตรวจสอบนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะผู้บริหารโครงการว่า เข้าข่ายละเลยต่อหน้าที่ซึ่งไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นประชาชน ส่วนกรณีที่ หากรัฐบาลยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษาดังกล่าวทางสามคมฯ ก็จะยื่นขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลในวันนี
"อุเทน"เตือนอาจนำไปสู่การแยกสัญญาดำเนินการ
ขณะที่นายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการผันน้ำ กล่าวหลังเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาว่า คำพิพากษาที่ออกมาเป็นไปตามที่คาด ซึ่งไม่ได้ทำให้รัฐจะต้องชะลอ หรือยุติโครงการ โดยโครงการไหนที่ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก็เดินหน้าไป ส่วนโครงการไหนที่ต้องทำรัฐก็ต้องเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่เอกชน ซึ่งก็กลายเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชนไม่ต้องรับผิดชอบหรือเสียค่าปรับ หากดำเนินการในแต่ละแผนงานไม่เสร็จตามเวลา ที่ร่างสัญญากำหนดไว้ เนื่องจากจะไม่มีการเซ็นสัญญาก่อนตามแผนงานเดิม สุดท้ายการดำเนินโครงการลักษณะนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นผลดีกับประชาชน เพราะจะนำไปสู่การแยกสัญญาตามที่กบอ.เสนอ และคณะกรรมการป.ป.ช.ก็เห็นด้วย และเราก็จะได้ร่างที่หัวไปทาง หางไปอีกทาง จนอาจไม่สามารถบอกได้ว่านี่คือโครงการแผนบริหารจัดการน้ำ
ด้านนายวิทยา ผลประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสำนักนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่ง ชาติ (สบอช.) แทนจากรัฐบาล กล่าวว่า ตนจะนำคำพิพากษาไปรายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามคำพิพากษา ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ส่วนจะกระทบกับการทำสัญญาจ้างกับเอกชนที่เข้ามาประมูลหรือไม่นั้น ต้องนำรายละเอียดหารือในที่ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์
นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการอ่านคำพิพากษา นายศรีสุวรรณ เดินออกจากห้องพิจารณาคดี ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมทั้งชูมือแสดงชัยชนะร่วมกับทีมงานที่มาฟังคำพิพากษาในวันนี้ด้วย







