
ปูแจงลดจำนำข้าวยึดสมดุล 4 ด้าน
นายกฯ ย้ำจำนำข้าวช่วยชาวนา อย่ามองแต่ขาดทุน แจงปรับเงื่อนไขรับจำนำ ดูแลสมดุล 4 ด้าน เร่งเดินหน้าตรวจสอบโกดังเพื่อให้โปร่งใส
นายกฯ ย้ำจำนำข้าวช่วยชาวนา อย่ามองแต่ขาดทุน แจงปรับเงื่อนไขรับจำนำ ดูแลสมดุล 4 ด้าน เร่งเดินหน้าตรวจสอบโกดังเพื่อให้โปร่งใส
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชนถึงการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขโครงการรับจำนำข้าว ว่า เจตนารมณ์ของโครงการรับจำนำข้าวช่วยให้คุณภาพชีวิตของชาวนาดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น อย่ามองแต่เรื่องการขาดทุน
ส่วนการปรับราคารับจำนำข้าวนาปรังเหลือตันละ 12,000 บาท เป็นการนำเสนอจากคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาต หรือ กขช. และคณะรัฐมนตรีก็รับทราบ ซึ่งเรามีหน้าที่ในการสร้างความสมดุลในทุกมิติ อาทิ สะท้อนต้นทุน สะท้อนคุณภาพข้าว สะท้อนราคาตลาดโลก ที่ผ่านมาเรายึดตามราคาตลาดโลก แต่เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ราคาตลาดโลกไม่ได้ปรับสูงขึ้น เราก็ต้องปรับตัวให้สมดุล ขณะเดียวกันถ้าราคาตลาดโลกสูงขึ้น ก็ต้องปรับราคาให้สูงขึ้น ยึดหลักความเป็นธรรม สุดท้ายต้องรักษาวินัยการเงินการคลังเพื่อสร้างความสมดุลกับเศรษฐกิจในระยะยาว ต้องดูทั้ง 4 มิติให้สมดุลร่วมกัน เพราะจะทำให้เศรษฐกิจของเราเติบโตอย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของครม. ในการเห็นชอบให้ปรับลดราคารับจำนำข้าวนาปรังในรอบนี้ ทั้งนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าตรวจสอบโกดังต่างๆ เพื่อให้ทุกอย่างมีความโปร่งใส
นายกฯ กล่าวว่า จากที่เราได้รับรายงานมา มีต้นทุนต่างๆดีขึ้น แต่ต้องไม่ให้ชาวนาขาดทุน ต้องเป็นธรรมกับชาวนา แต่ครม.ก็ยืนยันว่าต้องเร่งแผนระยะยาวคือปฏิรูป สิ่งที่เราต้องเร่ง ซึ่งทางครม.ก็เร่งกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ ในการกำหนดพื้นที่เพาะปลูก ถ้าผลผลิตดี ได้ราคาดี เราก็จะให้ปลูกต่อไป เพราะจริงๆแล้วต้องบอกว่าพืชเศรษฐกิจมีหลายประเภทที่เรายังต้องการ และขาดเยอะ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย ฯลฯ จึงจะจัดโซนนิ่ง ถ้าพื้นที่ไหนเหมาะเพาะปลูกข้าวก็จะให้ปลูกข้าว แต่ถ้ามีทางเลือกอื่นที่จะทำให้มีรายได้ยั่งยืน รัฐบาลก็จะเข้าไปดำเนินการ โดยปีนี้ทำแน่นอน ขณะเดียวกันในการปลูกข้าวก็จะดูเรื่องการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการงานวิจัยทั้งหมดที่เกี่ยวกับข้าว เพื่อลงไปสู่แผนในภาคปฏิบัติเพื่อเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้แก่ชาวนา
ด้าน นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดจ้างบริษัทเซอร์เวเยอร์เพื่อให้เป็นคนกลางในการไปสำรวจตรวจข้าวสารในโกดังทุกแห่งของรัฐบาล เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แต่ไม่ให้มีความยุ่งยากเพิ่ม และหากตรวจพบว่าใครมีส่วนกระทำผิดทั้ง เจ้าหน้าที่ โรงสี เกษตรกร จะได้รับโทษอย่างเด็ดขาด และต่อไปจะพิจารณาการควบคุมโซนนิ่งการเพาะปลูก หากเกษตรการปลูกพืชเกษตรที่รัฐบาลสนับสนุนในพื้นที่จะได้รับการดูแล เช่น พื้นที่ใดเหมาะเพาะปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลัง ควรปลูกพืชตามพื้นและความต้องการของตลาด
ขณะที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การกำหนดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า 12,000 บาทต่อตัน ได้กำหนดไว้จนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 56 แต่หลังจากนั้น คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) จะพิจารณาราคาตลาดโลก เพื่อตัดสินใจคำนวณราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้า และข้าวหอมมะลิ เพื่อรับจำนำข้าวในนาปี 56/57 โดยต้องเร่งตัดสินใจ ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้มีเวลาตัดสินใจว่าจะปลูกข้าวอย่างไร
ส่วนนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การรับจำนำข้าวเปลือกในช่วง 2 ปี 4 รอบฤดูกาลผลิตที่ผ่านมา มีเกษตรกรร่วมโครงการ 4 ล้านราย ธ.ก.ส.ได้โอนเงินให้เกษตรกรไปแล้ว 6.2 แสนล้านบาท ปริมาณข้าวรับจำนำ 40 ล้านตัน แต่จากการสอบถามเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ ยอมรับว่ามีเงินออมในบัญชีออมทรัพย์ของเกษตรเพิ่มสูงขึ้น 104,000 ล้านบาท และได้ทำให้สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ส่งผลให้ยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ลดลงจากร้อยละ 7 ในช่วงเริ่มโครงการรับจำนำลดเหลือร้อยละ 4 ในปัจจุบัน







