
ม็อบชาวนาบุกปชป.ด่าหมอวรงค์
ม็อบอ้างเป็นชาวนาพิษณุโลกบุกปชป.ชูป้ายด่าไม่เอาหมอวรงค์ อัดจำนำข้าวขาดทุนไม่เกี่ยวกับคอรัปชั่น
ม็อบอ้างเป็นชาวนาพิษณุโลกบุกปชป.ชูป้ายด่าไม่เอาหมอวรงค์ อัดจำนำข้าวขาดทุนไม่เกี่ยวกับคอรัปชั่น
ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีกลุ่มบุคคลอ้างว่า เป็นตัวแทนเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ จ.พิษณุโลก ประมาณ 20 คน นำโดยนายอนิรุธ ดีฉนวน มาวมตัวกันและชูป้ายข้อความโจมตี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ข้อความว่า
“หมอวรงค์คุณกินข้าว ไม่สำนึกช่วยชาวนา ก็อย่าเอาชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง” “คนพิษณุโลกไม่เอาหมาวรงค์ อย่าเอาชาวนามาเล่นเกมการเมือง” “ทำตามนโยบาย ตันละ 15,000-20,000 บาท ใครจะมาเอาผิด?”
นอกจากนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าการขาดทุนในโครงการจำนำข้าวต่างจากการทุจริต เพราะเป็นการซื้อข้าวที่ราคาสูงกว่าท้องตลาดต้องมีการขาดทุนอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาให้ชาวนาและกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะขาดทุนแต่ก็ได้กำไรคืนในภายหลัง
นอกจากนี้ การเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ และ สส.ประชาธิปัตย์ ว่าอย่านำประเด็นการรับจำนำไปเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อทำลายล้างพรรคเพื่อไทยและทำลายชาวนา นอกจากนี้ยังระบุว่าการที่รัฐบาลปรับลดราคาจำนำข้าวเหลือเกวียนละ 1.2 หมื่น บาท เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์กดดัน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก สส.กทม. และ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ออกมารับหนังสือร้องเรียน และชี้แจงว่าพรรคไม่ได้เป็นต้นเหตุในการที่รัฐบาลปรับลดราคาจำนำข้าวลงจากเกวียนละ 1.5 และ 2 หมื่น บาท เหลือ 1.2 และ 1.5 หมื่นบาท เรื่องดังกล่าวเป็นมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และยืนยันว่าการที่พรรคนำเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นออกมาเปิดเผยนั้นเพื่อให้รัฐบาลแก้ไข และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางรัฐบาลในการทำโครงการที่ช่วยเหลือชาวนาแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ขณะที่มีการยื่นหนังสือนั้น นพ.วรงค์ได้นั่งอยู่ในร้านกาแฟด้านหน้าพรรค แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับมีพฤติกรรมเหมือนไม่รู้จัก นพ.วรงค์ นอกจากนี้ ยัมี นายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ทนายความชมรมผู้รักความเป็นธรรม ที่เป็นทนายให้กลุ่มคนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวหลายครั้ง ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบการชุมนุมของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม และยื่นหนังสือให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลาออก อีกทั้ง ยังพบซึ่งมีพระภิกษุและสามเณรมาร่วมถือป้ายอยู่ด้วย แต่เมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามชื่อ และขอดูใบสุทธิ พระรูปดังกล่าวกลับไม่ตอบคำถาม และเดินออกไปจากพรรค







