
ลดราคาจำนำข้าว แบรนด์ "ทักษิณ" เสื่อม
แพ็กเกจประชานิยมพะยี่ห้อ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เสื่อมมนต์ขลังลงทันทีที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)
โดย...ชุษณ์วัฎ ตันวานิช
แพ็กเกจประชานิยมพะยี่ห้อ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” เสื่อมมนต์ขลังลงทันทีที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ตัดสินใจเตรียมลดราคาจำนำข้าวจากตันละ 1.5 หมื่นบาท ลง 15-20% เหลือเพียงตันละ 1.2-1.3 หมื่นบาท ทั้งยังจำกัดกรอบปริมาณรับจำนำฤดูกาลหน้าไม่เกิน 15 ล้านตัน
เป็นอันชัดเจนว่า “โครงการรับจำนำข้าว” ที่พรรคเพื่อไทยปลุกปั้นเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนแถลงต่อรัฐสภา ทั้งนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีตัดสินใจเดินหน้าเมินเสียงเตือนจากบรรดาภาคธุรกิจและนักวิชาการ บัดนี้เป็นอันต้องใส่เกียร์ถอยหนี หลังเจอมรสุมหนี้โจมตีทุกทิศทาง
โดยก่อนหน้านี้การสรุปบัญชีขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท จากคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตรที่มี สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กลายเป็นตัวเลขตามหลอกหลอนพรรคเพื่อไทย โดนฝ่ายค้านโจมตีรายวัน ถึงขั้น บุญทรง เตริยาภิรมย์ เเละ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ 2 รมต.แห่งกระทรวงพาณิชย์ตั้งโต๊ะแถลง เเต่ก็ไม่สามารถนำข้อมูลตัวเลขใหม่มาหักล้างได้ จนนายกฯ ต้องมอบหมาย วราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับไม้แทน
แม้ วราเทพ สามารถยกตัวเลขขาดทุนใหม่ 1.36 แสนล้านบาท มาล้างข้อมูลการขาดทุนเดิมได้ โดยอ้างว่าคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่ได้นำข้าวเปลือก 2.5 ล้านตัน ที่อยู่ระหว่างการสีแปรเป็นข้าวสารมาลงในรายการปิดบัญชี จึงมีผลให้ตัวเลขขาดทุนสูงเกินจริง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท จากการรับจำนำข้าวโครงการเพียงปี 2554/2555 รวมถึงตัวเลขขาดทุนที่ทยอยตามมาจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลสามารถแบกรับภาระเหล่านี้ได้ไปตลอดรอดฝั่ง
เห็นได้จากการก้มหน้ารับชะตากรรมของรัฐบาลที่ก่อนหน้านี้ทีมฝ่ายบริหารอย่างกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ออกมาแย้มว่าราคารับจำนำ 1.5 หมื่นต่อตัน ไม่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่มีปัญหาค่าเงินบาท ซึ่งส่งผลให้การระบายข้าวขาดทุน ก่อนที่ บุญทรง จะย้ำให้กระจ่างอีกครั้งว่า มติ กขช.ให้ลดราคาจำนำนั้นต้องการรักษาวินัยทางการเงินการคลังของรัฐบาลไว้ เพื่อวางกรอบการขาดทุนไม่ให้เกิน 1 แสนล้านบาทต่อปี!
อีกทั้งยากจะปฏิเสธว่าอีกเป้าหมายหลักของรัฐบาล คือ ต้องการลดภาระหนี้มหาศาลจากโครงการรับจำนำข้าว เพราะขืนยังฝืนเพิ่มยอดเจ๊งต่อไป การจัดทำงบประมาณสมดุลที่รัฐตั้งไว้ในปี 2560 อาจไม่ถึงฝั่งฝัน
ต้องยอมรับว่าการถอยก้าวใหญ่ของโครงการรับจำนำข้าวครั้งนี้ ไม่เพียงส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของทีมบริหาร แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยถูกลดเครดิตอย่างหนัก เพราะย่อมทราบดีว่าจุดแข็งของแบรนด์พรรคที่สืบทอดตั้งแต่ยุคไทยรักไทย ตลอดจนพรรคพลังประชาชน เเละเพื่อไทย คือ จุดขายที่ว่าหากให้สัญญาไว้ต้องทำได้จริง!
เเต่การลดราคาจำนำข้าวพร้อมจำกัดปริมาณรับข้าวเข้าโครงการลดฮวบลงผิดสัญญาประชาคมที่พรรคให้ไว้กับประชาชนตั้งแต่หาเสียงเลือกตั้ง ไม่เพียงส่งผลให้มนต์ขลังแบรนด์ไทยรักไทยเสื่อมถอย แต่ยังทำให้พรรคเพื่อไทยเสียแนวร่วมอันเป็นฐานเสียงอันเหนียวแน่นของพรรคด้วย
ทั้งนี้ อย่าลืมว่าโครงการรับจำนำข้าวพุ่งเป้าสนองรายได้ให้เกษตรกรชาวนา ไม่ได้เป็นนโยบายที่เอื้อประโยชน์แก่คนกรุงเป็นทุนเดิม และตลอด 2 ปีที่ผ่านมาโครงการนี้ยังเปิดช่องให้ฝ่ายค้านขยายแผลปมทุจริตคอร์รัปชัน อันเป็นของแสลงของชนชั้นกลางในเมืองกรุง ทำให้ฐานเสียงกลุ่มนี้จำนวนไม่น้อยต่อต้านรัฐบาล
การประกาศถอยลดราคาจำนำของรัฐบาลนั้นตีความอีกทางถือเป็นการออกมายอมรับความล้มเหลวของรัฐบาลไปในตัว ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กลุ่มต้านว่ารัฐบาลเดินผิดทางตั้งแต่แรก ขณะเดียวกันผลที่เกิดขึ้นตามมาอีกด้าน งานนี้เกษตรกรชาวนาจะกลายเป็นฝ่ายต้านท่าทีรัฐบาลด้วย เพราะย่อมไม่พอใจราคารับจำนำที่ร่วงลงมาถึง 15-20%
เพราะก่อนหน้านี้ชาวนาหลายรายเจอขบวนการโกงความชื้น น้ำหนัก สิ่งเจือปน จนทำให้ราคารับจำนำตกถึงมือเกษตรชาวนาจริงราว 1.1-1.2 หมื่นบาท ดังนั้น หากเริ่มรับจำนำในราคาที่รัฐบาลอนุมัติลดลงเหลือ 1.2 หมื่นบาท อาจเหลือเงินตกถึงชาวนาจริงเพียง 8,000-9,000 บาทเท่านั้น
รัฐบาลจึงตกในภาวะเสี่ยง อยู่ท่ามกลางเสียงต้านที่ไหลมาจากทุกทิศทางทั้งคนชั้นกลางที่ตกในวังวนการโหมกระแสทุจริตคอร์รัปชัน ขณะเดียวกันเกษตรกรชาวนาก็อาจร่วมส่งเสียงค้านรัฐบาลอีกแรงจากความไม่พอใจการลดราคาจำนำข้าว
จากที่มุ่งมั่นปั้นเป็นนโยบายเรียกคะแนนนิยม พลิกตาลปัตรกลายเป็นปมเรียกแขกให้รัฐบาลที่สุดจากทุกโครงการของรัฐบาล ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่ชื่อ “บุญทรง” อาจมีอันต้องย้ายพ้นเก้าอี้ รมว.พาณิชย์ ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งหน้า
แม้ดีกรี รมต.สายตรง เจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จะสามารถยื้อเก้าอี้กระทรวงเดิมมาได้ถึง 2 สมัยของ ครม. แต่การปรับทัพเสนาบดีครั้งหน้าราวเดือน ส.ค.นี้ อาจได้เห็นการสลับเก้าอี้เด้ง บุญทรง จากกระทรวงพาณิชย์ไปกระทรวงอื่น เพื่อจัดทัพสับเปลี่ยน “ขุนพล” มารับศึกจำนำข้าว กู้ชื่อเสียงกลับคืนพรรคเพื่อไทยที่เสียเเต้มไปหลายยกจากโครงการนี้







