
ธุรกิจพังพินาศโรงแรมห้าดาวปิดบริการหนีม็อบ
หลังจากที่กลุ่มคนเสื้อแดงบุกยึดสี่แยกราชประสงค์ เกือบครึ่งเดือนแล้ว ทำให้ธุรกิจโรงแรมในย่านสุขุมวิท ประตูน้ำ ราชประสงค์ สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นย่านการค้าสำคัญและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการมาก จนถึงขั้นที่โรงแรมบางแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว
นายประกิจ ชินอมรพงษ์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่า ได้รับรายงานภาพรวมอัตราการเข้าพักโรงแรมระดับ 5 ดาว ย่านราชประสงค์ สีลม สุขุมวิท สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งมีสถานที่ตั้งใกล้กับจุดผู้ชุมนุมเสื้อแดง ขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ ได้ปิดให้บริการโรงแรมชั่วคราว พร้อมย้ายนักท่องเที่ยวเข้าพักที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ซึ่งเป็นโรงแรมในเครือเดียวกัน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวเข้าพักในอัตราน้อยมาก
ที่ต้องตัดสินใจปิดให้บริการชั่วคราวก็เพราะเปิดไปก็ไม่คุ้มค่ากับต้นทุนการบริหารจัดการ ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการโรงแรมย่านดังกล่าวต่างได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะนักท่องเที่ยวได้ทยอยยกเลิกการเข้าพัก ส่งผลให้โรงแรมแต่ละแห่งมีอัตราการเข้าพักไม่ถึง 10% เช่น โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เฉลี่ย 2% โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ไม่ถึง 10% โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ เฉลี่ย 5% โดยโรงแรมกลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่มีจำนวนห้องพักมากกว่า 400500 ห้องขึ้นไป
นอกจากนี้ ห้องอาหารที่เปิดให้บริการภายในโรงแรม ได้ปิดให้บริการทุกห้องอาหาร เพราะลูกค้าได้หลีกเลี่ยงที่จะเข้ามาใช้บริการพื้นที่ที่ใกล้กับจุดชุมนุม
“
การชุมนุมยืดเยื้อได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยโรงที่อยู่ย่านราชประสงค์ ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่ลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง นิยมช็อปปิ้งและทำธุรกิจ” นายประกิจ กล่าวอย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์หน้า ผู้ประกอบการโรงแรมย่านราชประสงค์ ได้เตรียมหารือร่วมกัน พร้อมกับผู้ค้าย่านราชประสงค์ เพื่อกำหนดท่าทีกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นายเดชา ตุลานันท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ได้ห่วงเรื่องเศรษฐกิจว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน แต่คิดไปถึงระดับประเทศชาติ เนื่องจากเหตุการณ์เหล่านี้เกินเลยไปมากแล้ว ทุกฝ่ายควรหาทางคุยกัน เพื่อหาข้อยุติ ดีกว่าออกมาทำกันอย่างนี้ ตอนนี้ไม่ได้คิดถึงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย และมองมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจไปแล้ว ทุกคนห่วงเรื่องความสงบสุข
"ถ้าผู้ชุมนุมจะมาก็คงต้องปล่อยให้มา เวลานี้ผมไม่ได้คิดเรื่องเศรษฐกิจแล้ว และเชื่อว่าเหตุการณ์อย่างนี้คงไม่มีใครคิดถึงเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ถ้าจะมาก็คงไม่มีใครห้ามได้ แต่เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา วันจันทร์คงต้องคอยดูและคุยกันว่าจะเอาอย่างไรอีกครั้ง"
นายวีรวัฒน์ ปัณฑวังกูร รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารมีแผนฉุกเฉินสำรองไว้แล้ว ถือว่าไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรก ส่วนในด้านระบบปฏิบัติการนั้น สำนักสีลมถือเป็นศูนย์เคลียริ่งเช็ค หนึ่งในสามจุดของธนาคาร โดยหากมีการปิดสาขาก็ยังมีสาขาแจ้งวัฒนะและรามคำแหงรองรับได้ ขณะที่ศูนย์เงินสดก็มีการกระจายตัวอยู่ในหลายจุด
สำหรับการประเมินผลกระทบนั้น มองว่าผู้ประกอบธุรกิจในย่านสีลมจะได้รับผลกระทบในการทำธุรกรรมกับธนาคารในสาขาสีลมมากกว่า เนื่องจากสีลมมีบริษัทขนาดใหญ่อยู่ 1020 บริษัท ซึ่งเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกันเป็นลูกโซ่ ทำให้ลูกค้ามาจะใช้บริการลำบาก จะต้องไปทำธุรกรรมกับสาขาของธนาคารในสาขาอื่นแทน
“
แน่นอนว่าการมาชุมนุมจะเกิดผลกระทบที่แรงขึ้น โดยมองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้เร่งให้เกิดแรงกดดันเพราะรู้ว่าสถานที่ตรงนี้เป็นสถานที่เศรษฐกิจ แต่ธนาคารคงต้องรอดูสถานการณ์ก่อนที่จะถึงวันจันทร์ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ตลอด" นายวีรวัฒน์กล่าวนายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า สำนักงานสาขาสีลมเป็นสำนักงานที่ใช้ในการค้าเงิน แต่ขณะนี้มีศูนย์รองรับอยู่ที่แจ้งวัฒนะ หากกลุ่มผู้ชุมนุมมาที่สีลมวันจันทร์จะสามารถรองรับธุรกรรมตามปกติได้
สำหรับผลกระทบขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัวของการบริโภคของประชาชนรายย่อยแล้ว ขณะที่ภาคต่างประเทศกลับมองปัญหาของไทย 34 ปีที่ผ่านมา ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติของต่างประเทศ แต่เชื่อว่า 510 ปีข้างหน้า ไทยจะเจริญสู้เพื่อนบ้านไม่ได้การลงทุนจะมีปัญหาไป
“
กลายเป็นว่าเราได้ชัยชนะบนความเสียหายของประเทศชาติ จะมีผลกระทบระยะยาวมากกว่า เพราะต่างชาติมองว่าในประเทศมีแต่เรื่องเรียกร้องตลอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น โดยเฉพาะผลกระทบต่อคนไทยด้วยกันเอง” นายบุญทักษ์ กล่าว






