
รับเจ๊งข้าวปีแรก1.3แสนล.
‘วราเทพ’การันตีหลังตรวจสอบข้อมูล คลังยืนยันตัวเลขสุภาถูกหลักบัญชีสากล
‘วราเทพ’การันตีหลังตรวจสอบข้อมูล คลังยืนยันตัวเลขสุภาถูกหลักบัญชีสากล
วราเทพรับปีแรกรัฐบาลเจ๊งจำนำข้าวไม่เกิน 1.3 แสนล้าน ตัวเลขพาณิชย์ต่ำกว่าจริง 1.5 หมื่นล้านบาท
นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลในปีแรก หรือโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ฤดูกาลผลิต 2554/2555 และโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ฤดูกาลผลิต 2555 ณ วันที่ 31 ม.ค. 2556 จะขาดทุนสูงสุดตามการคำนวณของอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว 1.3 แสนล้านบาท
นายวราเทพยังตรวจสอบพบว่าตัวเลขผลการขาดทุนกระทรวงพาณิชย์ไม่สอดคล้องกัน โดยนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า โครงการปีแรกขาดทุน 34,845 ล้านบาท แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบพบว่าผลการขาดทุนของกระทรวงพาณิชย์จะอยู่ที่ 49,908 ล้านบาท หรือแตกต่างกัน 15,063 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม นายวราเทพ ระบุว่า เมื่อคำนวณผลการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวในปีแรก เป็นที่ชัดเจนว่าตัวเลขขาดทุนไม่ได้สูงถึง 2.6 แสนล้านบาทตามที่พรรคประชาธิปัตย์อ้าง โดยผลขาดทุนสูงสุดไม่เกิน 1.3 แสนล้านบาท แต่โครงการรับจำนำข้าวทำให้ชาวนาได้เงินเพิ่มขึ้น 4,000 บาทต่อตัน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ประธานคณะกรรมการปิดบัญชีข้าว ได้ชี้แจงให้คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ทราบแล้วว่า การดำเนินการได้ยึดตามมาตรฐานบัญชีที่เป็นหลักสากลและจะยึดตัวเลขนี้เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม นายบุญทรง ในฐานะประธาน กขช. ต้องการให้คณะกรรมการปิดบัญชีและกระทรวงพาณิชย์ไปดูข้อมูลต่างๆ อีกครั้ง เพื่อนำมาเสนอให้ กขช.เห็นชอบในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ก่อนรายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ยืนยันว่า กระทรวงการคลังจะยึดตัวเลขปิดบัญชีของคณะกรรมการปิดบัญชี และได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ใช้ตัวเลขของคณะกรรมการปิดบัญชี เพื่อให้เป็นตัวเลขเดียวกัน จะได้ไม่เกิดความสับสน
นายกิตติรัตน์ ยังเสนอว่า กขช.ควรหารือเกี่ยวกับการทบทวนโครงการรับจำนำข้าวด้วย ดอกเบี้ยนโยบายยังปรับเปลี่ยนได้ ดังนั้น อะไรๆ ก็ปรับได้ตามที่เห็นสมควร
นายบุญทรง กล่าวว่า จะมีการนำเรื่องปรับลดราคาจำนำข้าวเปลือกตามความเห็นของนายกิตติรัตน์เข้ามาหารือในการประชุม กขช.ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ โดยจะนำรายละเอียดและข้อเสนอมาดูข้อดีและข้อเสียอย่างรอบคอบว่า หากปรับลดราคาจะมีผลกระทบใดบ้าง และควรจะเปลี่ยนแปลงในช่วงใด







