posttoday
คนขับรถปัดเอกยุทธโดนอุ้มอ้างทำตามนายสั่ง

คนขับรถปัดเอกยุทธโดนอุ้มอ้างทำตามนายสั่ง

11 มิถุนายน 2556

คนขับรถ"เอกยุทธ" ยืนยันนายไม่ได้โดนอุ้ม ระบุถูกสั่งให้ขับรถไปจอดส่งริมถนนก่อนถึงปราณบุรี และมีรถเก๋งมารับไป เผยนายคุยโทรศัพท์บอก"ไปพม่าดีหรือไม่"

คนขับรถ"เอกยุทธ" ยืนยันนายไม่ได้โดนอุ้ม ระบุถูกสั่งให้ขับรถไปจอดส่งริมถนนก่อนถึงปราณบุรี และมีรถเก๋งมารับไป เผยนายคุยโทรศัพท์บอก"ไปพม่าดีหรือไม่"

เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 11 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. นำตัวนายสันติภาพ เพ็งด้วง คนขับรถของนายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจที่หายตัวไป ซึ่งเพิ่งถูกรวบตัวมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยมีญาติของนายเอกยุทธเข้าฟังการแถลงข่าวด้วย

ทั้งนี้ ระหว่างที่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ และชุดสืบสวนนำตัวนายสันติภาพเข้ามาในห้องแถลงข่าว ญาติของนายเอกยุทธ เกิดโมโหปรี่จะเข้าทำร้ายนายสันติภาพ แต่พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เอาตัวเข้าขวางไว้ พร้อมกับบอกให้ตำรวจนำญาตินายเอกยุทธที่จะเข้าทำร้ายออกจากห้องแถลงข่าวทันที ทั้งนี้ ชุดสืบสวนได้ตัวนายสันติภาพที่ปั๊มแก๊สแห่งหนึ่งในตำบลบางโทรัด จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายสันติภาพ เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 มิ.ย. ขับรถตู้โฟลค์ไปส่งนายเอกยุทธ ที่ร้านอาหารกระแตย่านสะพานควายเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. จากนั้นได้รอนายเอกยุทธทานอาหารร่วมกับเพื่อนๆ กระทั่งเวลา 23.00 น. จึงขับรถมารับนายเอกยุทธเพื่อกลับบ้านพักย่านทาวน์อินทวน์ โดยใช้เส้นทางถนนลาดพร้าว แต่รถติดหนักจึงเลี่ยงขึ้นทางด่วนมาลงที่เลียบทางด่วนรามอินทรา ขับผ่านร้านอาหารต้นซุง ก่อนเลี้ยวเข้าบ้านพักนายเอกยุทธย่านทาวน์อินทวน์

จากนั้นได้ลงไปเปิดประตูบ้าน และนายเอกยุทธได้สั่งให้รอก่อนเพราะอาจจะให้ขับรถพาลงไปภาคใต้ แต่ไม่ระบุจังหวัดไหน ซึ่งถามตนเองว่าพร้อมหรือไม่ และตอบไปว่าพร้อม เพราะเส้นทางไปภาคใต้คุ้นเคยดี เนื่องจากมีบ้านอยู่ที่จ.พัทลุง จากนั้นนายเอกยุทธมีท่าทีลุกลี้ลุกลน เหมือนจะรีบออกเดินทาง และเดินขึ้นลงภายในบ้านตลอดทั้งคืนพร้อมกับคุยโทรศัพท์ กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น. นายเอกยุทธสั่งการให้ตนไปถอดสายเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดภายในบ้านออกให้หมด ส่วนนายเอกยุทธนำฮาร์ดดิสก์ที่เก็บข้อมูลภาพกล้องวงจรปิดเก็บไว้ ซึ่งตนก็ทำตามเพราะเป็นคำสั่งของเจ้านาย

นายสันติภาพ กล่าวว่า จากนั้นนายเอกยุทธได้สั่งให้ขึ้นรถตู้เลย แต่นายเอกยุทธบอกว่าดึกมากแล้ว มีบ้านพักอยู่แถวไหนหรือไม่ ตนตอบไปว่ามีบ้านพี่สาวอยู่ย่านลาดกระบัง นายเอกยุทธสามารถไปพักได้เพราะมีแอร์อยู่ทุกห้อง ซึ่งตนไม่ทราบว่าทำไมนายเอกยุทธถึงไม่นอนพักที่บ้านก่อนเดินทาง แต่นายเอกยุทธก็บอกว่าไปนอนบ้านพี่สาวตนเองก่อนก็ได้ และในระหว่างเดินทางนายเอกยุทธคุยโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา ลักษณะเป็นการสั่งงานพร้อมพกมือถือไปด้วยถึง 4 เครื่อง

กระทั่งรุ่งเช้าประมาณ 10.00 น. นายเอกยุทธสั่งให้ขับรถไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ และบอกว่าจะมีคนนำเอกสารมาให้ ซึ่งตนก็ทราบแต่เพียงว่าชื่อแบงก์ และนายเอกยุทธให้ตนลงไปรับเอกสารซึ่งเป็นเช็คเงินสด จากนั้นให้ขับวนอยู่ภายในสนามบิน และเห็นนายเอกยุทธตรวจดูเอกสารดังกล่าวพร้อมกับเซ็นชื่อด้วย กระทั่งนำเอกสารชุดเดิมมาขึ้นนายแบงค์

ต่อมานายเอกยุทธสั่งตนให้ขับออกไปจากสนามบิน กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. นายเอกยุทธให้ขับเข้ามาที่สนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้ง และให้ตนลงจากรถไปรับซองเอกสารจากผู้หญิงคนหนึ่งชื่ออิน ซึ่งขับรถยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค จอดรอ โดยซองเอกสารเป็นซองสีน้ำตาล และไม่รู้ว่าข้างในเป็นเงิน แต่ระหว่างที่ลงไปเอาเอกสารให้นายเอกยุทธ หญิงที่ชื่ออินพยายามถามว่า “นายอยู่ไหน” ซึ่งตนก็ตอบไม่ได้เพราะถือเป็นความลับของเจ้านาย อีกทั้งนายเอกยุทธสั่งการไม่ให้บอกใครเด็ดขาด กระทั่งกลับมาขึ้นรถอีกครั้ง นายเอกยุทธซึ่งรออยู่ในรถตู้ก็สั่งการให้ขับรถไปยังภาคใต้ทันที แต่ไม่บอกว่าไปจังหวัดไหน

นายสันติภาพ กล่าวต่อไปว่า ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์บางปะอิน ขึ้นทางยกระดับมุ่งหน้าไปพระราม 2 และเข้าสู่เส้นทางมุ่งลงสู่ภาคใต้ โดยระหว่างที่อยู่ในรถนายเอกยุทธจะคุยโทรศัพท์อยู่เกือบตลอดเวลา มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นเรื่องทางธุรกิจและตนไม่ทราบว่าคุยกันเรื่องอะไรเพราะไม่มีความรู้ แต่มีประโยคหนึ่งที่นายเอกยุทธคุยโทรศัพท์ว่า “ไปพม่าจะดีหรือไม่”

กระทั่งขับรถมาถึงจ.เพชบุรี เป็นเส้นบายพาสก่อนถึงปราณบุรี นายเอกยุทธสั่งให้จอดรถข้างทาง และคุยโทรศัพท์ในลักษณะที่ว่า “อยู่ไหนแล้ว รีบๆ มาเลย” จากนั้นประมาณ 10 นาที ตนมองไปยังกระจกหลังเห็นรถเก๋ง 2 คนไม่ทราบยี่ห้อและป้ายทะเบียนมาจอดด้านหลังรถตู้ และนายเอกยุทธได้ยื่นเงินให้ตนเองจำนวน 1,000 บาท พร้อมกับบอกว่า “ให้หยุดงานได้เลย ส่วนจะกลับมาทำงานวันไหนรอจะโทรบอกอีกครั้ง และอยากบอกใคร”

จากนั้นนายเอกยุทธได้ลงจากรถพร้อมด้วยกระเป๋าเจมส์บอนส์ และกระเป๋าเดินทางอีก 1 ใบไปขึ้นรถเก๋งคันดังกล่าว และมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ทันที

ทั้งนี้ ระหว่างที่ลงจากรถไม่มีการฉุดกระชากกันแต่อย่างใด เพราะคนขับรถเก๋งก็ไม่ได้ลงจากรถ แต่นายเอกยุทธเดินไปขึ้นรถเอง วนที่ว่ามีการเจอสัญญาณจีพีเอสของรถตู้ในค่ายทหารนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ขับรถไปในค่ายทหารแต่อย่างใด

"ผมไม่รู้จะไปไหนเลยคิดว่าจะขับรถนายไปอวดเพื่อน จึงมุ่งหน้าไปจ.พัทลุง กระทั่งมาถึงวันจันทร์ที่ 10 มิ.ย. กำลังจะขับรถตู้กลับมาส่งไว้ที่บ้านนาย แต่รถยางแตกเมื่อถึงจ.สมุทรสงคราม ขณะกำลังเอารถเข้าปั๊มแก๊สเพื่อปะยาง ก็ถูกตำรวจเชิญมาสอบปากคำ ส่วนตัวไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุร้ายกับนายหรือไม่ เพราะผมก็ไม่รู้จักนายดี เพิ่งเข้ามาทำงานได้ราว 2-3 เดือน ที่ได้มาทำงานกับนายเพราะนายเกิดความสงสาร เห็นใจผมที่ถูกต่อยตอนเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้านคาราโอเกะซิตี้เมื่อปลายปีก่อน” นายสันติภาพ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายเอกยุทธเคยหายตัวไปในลักษณะนี้หรือไม่ นายสันติภาพ กล่าวว่า มีอยู่ 1 ครั้ง ซึ่งก็หายไปแบบนี้ เพราะนายเอกยุทธเป็นคนระมัดระวังตัว และไม่ค่อยบอกใครว่าหายไปไหน หรือเมื่อให้ไปส่งที่ใดก็จะย้ำว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด แม้แต่ครอบครัวของนายเอกยุทธเอง เหมือนกับครั้งนี้ที่เพิ่งหายตัวไปซึ่งก็ยังไม่นานนักเพียงแค่ไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม ในส่วนการเล่นพนันนั้น ตนไม่ทราบว่านายเอกยุทธเล่นการพนันด้วยหรือไม่

ด้านพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่ปล่อยให้นายสันติภาพพูดถึงเหตุการณ์จนหมด กล่าวว่า ตำรวจยังไม่เชื่อคำพูดของนายสันติภาพทั้งหมด เพราะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบพิสูจน์ว่าตรงกับคำให้การหรือไม่ ตำรวจจะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ เพราะยังไม่พบตัวนายเอกยุทธ อย่างไรก็ตาม ได้ออกคำสั่งตั้งคณะชุดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ขึ้นมา โดยมอบหมายให้พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผบช.น. เป็นหัวหน้าชุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการสร้างสถานการณ์หรือไม่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังสงสัยและต้องหาคำตอบ เช่น ทำไม่มีการต้องให้ถอดกล้องวงจรปิด หรือการเซ็นเช็คเงินสดที่ต้องเซ็นบนรถตู้โดยที่ไม่ให้เจ้าหน้าที่เห็น และตอนไปรับเอกสารก็ให้คนขับรถลงไปรับ ซึ่งบอกตามตรงว่าเป็นห่วงในเรื่องนี้ และก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น ตำรวจยังต้องสืบสวนกันต่อไป รวมถึงตัวแปรต่างๆ ทั้งคนขับรถที่มารับตัวนายเอกยุทธไปตามที่นายสันติภาพให้การ ก็ต้องไปแกะรอยเช่นกัน

“ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่านายเอกยุทธมีชีวิตอยู่หรือไม่ หรือไปโดนอุ้มอย่างไรตำรวจไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ยังมีตัวแปรอีกหลายตัวละคร ตำรวจก็จะทำเต็มที่เพื่อให้กระจ่าง และยืนยันว่าจะตรงไปตรงมา หากญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงมีเบาะแสก็ขอให้มาแจ้งกับตำรวจ” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าว

ขณะที่ชุดสืบสวนที่ไปรวบตัวนายสันติภาพได้นั้น เป็นชุดของกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี บช.น. ซึ่งถูกสั่งการให้วางกำลังดูในพื้นที่กรุงเทพมหานครรอบนอกเรื่อยไปจนถึงจ.เพชรบุรี กระทั่งไปเจอรถตู้ของนายเอกยุทธที่แยกวังมะนาว จ.เพชรบุรี ก่อนจะตามต่อมากระทั่งถึงปั๊มแก๊ซที่ต.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ก่อนเข้าไปเชิญตัวมาสอบปากคำ

ทั้งนี้ ระหว่างนำตัวมาแถลงข่าว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจทรัพย์สินขณะที่เจอตัวนายสันติภาพมาแสดงด้วย โดยมีเงินสดราว 6.5 หมื่นบาท ใบสั่งกระทำผิดกฎจราจร สำเนาเอกสารรถตู้ และรองเท้าของนายสันติภาพที่อยู่ในลักษณะเปื้อนโคลนเต็มไปหมด และยังมีจดหมายของนายสันติภาพ เขียนไว้ใจความว่า “ผมไม่ได้หนีไปไหน ผมแค่ไปส่งนาย และนายสั่งไม่ให้บอกใคร” ลงชื่อบอล

จากนี้ ตำรวจจะนำตัวนายสันติภาพไปชี้จุดต่างๆตามที่ได้ให้ปากคำไว้ โดยจุดแรกจะไปที่ร้านอาหารกระแต ย่านสะพานควาย ในเวลา 14.00 น.ของวันนี้ ( 11 มิ.ย.) จากนั้นจะไปในจุดอื่นๆ ต่อไป

ตร.พัทลุงยันยังไม่พบศพ "เอกยุทธ"

พล.ต.ต.ศักดิ์สยาม พุทธกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง (ผบก.ภ.จว.พัทลุง) เปิดเผยกรณีมีกระแสข่าวว่าพบศพนายเอกยุทธ อัญชันบุตรนักธุรกิจที่หายไปตัวไปว่า ขณะนี้ยังไม่พบศพตามที่มีข่าวออกไป แต่มีการแจ้งเข้ามาว่าพบศพผู้เสียชีวิตที่ตำบลนาขยาด อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง ซึ่งได้ส่งตำรวจและมีชุดสืบสวนจากนอกหน่วยเข้าไปตรวจสอบแล้ว แต่ก็ไม่พบอะไร

คนขับรถปัดเอกยุทธโดนอุ้มอ้างทำตามนายสั่ง

 

คนขับรถปัดเอกยุทธโดนอุ้มอ้างทำตามนายสั่ง รถของนายเอกยุทธ

 

คนขับรถปัดเอกยุทธโดนอุ้มอ้างทำตามนายสั่ง สิ่งของต่างๆที่เจ้าหน้าที่พบในรถของนายเอกยุทธ

 

คนขับรถปัดเอกยุทธโดนอุ้มอ้างทำตามนายสั่ง สิ่งของต่างๆที่เจ้าหน้าที่พบในรถของนายเอกยุทธ

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน