ดีเอสไอบุกค้น7จุดยึด-อายัดรถหรูกว่า120คัน
ธาริต แถลงผลดีเอสไอ บุกค้นโรงประกอบรถยนต์หรู 6 จุด กรุงเทพ นครปฐม และ ปราจีนบุรี ยึดรถต้องสงสัย 15 คัน อายัดไว้ตรวจสอบอีก 111 คัน รวม 126 คัน
ธาริต แถลงผลดีเอสไอ บุกค้นโรงประกอบรถยนต์หรู 6 จุด กรุงเทพ นครปฐม และ ปราจีนบุรี ยึดรถต้องสงสัย 15 คัน อายัดไว้ตรวจสอบอีก 111 คัน รวม 126 คัน
เวลา 15.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)นายธาริตเพ็งดิษฐ์อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงผลการเข้าตรวจค้นแหล่งพักรถหรูจำนวน 7 แห่งว่าดีเอสไอได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นโรงประกอบรถยนต์เป้าหมายที่อยู่ในข่ายมีพฤติกรรมน่าสงสัย เพราะมีการจดทะเบียนครอบครองรถจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นโรงประกอบรถยนต์ 3 แห่ง เต็นท์รถยนต์ที่เป็นเครือข่าย 2 แห่ง และจุดต้องสงสัยอื่นรวมของกลางที่ยึดรถต้องสงสัยได้ 15 คัน อายัดไว้ตรวจสอบอีก 111 คัน รวมเป็น 126 คัน
โดยจุดที่ 1 คือบริษัท ออโต้ อาร์ต เซอร์วิส จำกัด เลขที่ 14 ซอยลาดพร้าว-วังหิน 85 ถนนลาดพร้าว-วังหิน เขตลาดพร้าว กทม. พบมีสภาพเปลี่ยนเป็นอู่ซ่อมรถ มีร่องรอยการประกอบรถยนต์แต่ไม่น่าจะมีศักยภาพในการประกอบรถหรูได้ผู้ครอบครองยืนยันว่าได้ซื้อกิจการต่อจากบุคคลอื่น
จุดที่2 คือเต็นท์รถยนต์เอกชัย บางบอน บ้านเลขที่ 902 ถนนเอกชัย ต.บางบอน อ.บางบอน กทม. พบในเต๊นท์รถมีรถจดประกอบ แต่มีการอำพรางด้วยการติดแก๊ส เพื่อขอจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ดีเอสไอไอเชื่อว่าพฤติการณ์มีลักษณะประกอบรถยนต์เพื่อเลี่ยงกฎหมาย จึงยึดรถ 3 คัน และอายัด 29 คัน รวม 32 คัน
จุดที่ 3 คือ โรงประกอบรถยนต์บริษัท เจดีพี ไฟเบอร์กลาสโปรดักส์ จำกัด บ้านเลขที่ 50/2หมู่ที่ 1 ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พบเป็นโรงงานประกอบรถยนต์มีลักษณะเป็นรถยนต์จดประกอบที่อำพรางโดยการติดแก๊ส ดีเอสไอจึงยึดรถ 1 คัน และอายัด จำนวน 13 คัน รวม 14 คัน จากนั้นขยายผลไปยังเต็นท์รถประกอบรถยนต์ชื่อเต็นท์ เบทเทอร์คาร์ ถนนกาญจนาภิเษก แขวง บางแคเหนือ กทม. อายัดรถ 30 คัน และยึดรถ 4 คันมาตรวจสอบ เช่น โตโยต้า ซูปร้า และมินิคูเปอร์
จุดที่ 4 คือ บ้านต้องสงสัยเลขที่ 68/31 ถนนพระองค์เจ้าสาย ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และบ้านเลขที่ 9 ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ยึดรถแลมโบกินี การาโด้ 2 คัน และปอร์เช่ 1 คันมาตรวจสอบ
จุดที่ 5 คือโรงงานจดประกอบรถยนต์ที่มีสภาพเป็นเต็นท์รถยนต์เลขที่ 125 ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ยึดรถทั้งสิ้น 37 คัน เช่น เบนท์ลี และเบนซ์
จุดที่ 6 คือคอนโดมิเนียนย่านสุขุมวิท ซึ่งข้อมูลจากการสืบสวนทราบว่ามีการนำรถยนต์หรูราคาสูง อาทิ เฟอร์รารี ลัมโบกินี เล็กซัส มาจอดคลุมผ้าในลักษณะรวมกลุ่มเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ทั้งนี้ก่อนเข้าตรวจค้นมีเป้าหมายรถที่ต้องสงสัยผิดกฎหมาย 11 คัน แต่ขณะนำหมายเข้าตรวจค้นพบเพียง 5 คัน ส่วนที่เหลือคาดว่าไหวตัวเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกไป
และจุดที่ 7 เป็นการรับมอบรถต้องสงสัยจากสน.จักรวรรดิ์ คือรถเฟอร์รารี่ สีแดง 1 คัน ซึ่งตำรวจยึดไว้นาน 4วัน รอให้เจ้าของนำเอกสารมาแสดงแต่ไม่มีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าของ สน.จึงได้ประสานส่งมอบของกลางให้ดีเอสไอนำไปขยายผล
นายธาริต กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้(10 มิ.ย.)ที่จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีก 5 หน่วยงานคือ กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุสาหกรรม(สมอ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมการขนส่งทางบก เพื่อหาข้อสรุปในการประกาศรายชื่อรถต้องสงสัยที่ต้องถูกตรวจสอบว่าเป็นรถจดประกอบอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยดีเอสไอจะนำข้อมูลรถต้องสงสัยมาวิเคราะห์ร่วมกับรายชื่อจากกรมการขนส่งทางบก และกรมสรรพสามิต เพื่อจะได้รายชื่อเพื่อประกาศอย่างเป็นทางการ โดยดีเอสไอจะมีการประกาศรายชื่อแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่ 1 จำนวน 6,862 คัน ซึ่งเป็นกลุ่มรถที่จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่ยังอยู่ระหว่างรอการจดทะเบียนจำนวนกว่า 3,000 คัน และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มรถหรูที่มีราคาเกิน 4 ล้านบาทจำนวนกว่า 100 คันที่ดีเอสไอจะเรียกมาตรวจสอบก่อนกลุ่มอื่น พร้อมกันนี้จะกำหนดวัน เวลา เข้าตรวจสอบและประกาศอย่างเป็นทางการด้วย
นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับบุคคลที่ทีชื่อเสียง ข้าราชการ นักการเมือง และพระภิกษุชั้นผู้ใหญ่ที่มีรายชื่อครอบครองรถยนต์จดประกอบ ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ดีเอสไอตรวจสอบ เช่น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ช่วง สุดประเสริฐ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ซึ่งให้ผู้ดูแลรถยนต์ติดต่อเข้ามา นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน พล.ต.ต.เกษม รัตนสุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
เบื้องต้นเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้ ไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นเพียงผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าเป็นมือสุดท้าย หรือได้รับการถวายจากญาติโยม ซึ่งการเรียกตรวจสอบของดีเอสไอจะเรียกตรวจทั้งคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และตรวจสอบสภาพรถยนต์ โดยมีเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สมอ. และช่างผู้เชี่ยวชาญของผู้นำเข้ารถยนต์ยี่ห้อดัง อาทิ เฟอร์รารี่ แลมโบกินี มาร่วมกันตรวจสอบรถยนต์ หากพบว่าไม่เคยมีการถอดเครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนใดๆ จะเป็นหลักฐานยืนยันว่าเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาทั้งคัน แต่หลบเลี่ยงภาษีโดยสำแดงเป็นรถจดประกอบ ในกลุ่มนี้จะถูกดำเนินคดีและยึดรถให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่หากตรวจสอบพบว่าเป็นรถจดประกอบจริง เสียภาษีและนำเข้าถูกต้อง จะได้รับการรับรองว่าเป็นรถยนต์ที่ถูกกฎหมาย


