
เตือนแล้งทั้งแผ่นดินอ่างเก็บน้ำแห้ขอด
ในขณะที่รัฐบาลขะมักเขม้นกับการผลักดันงบประมาณบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นผลจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
ในขณะที่รัฐบาลขะมักเขม้นกับการผลักดันงบประมาณบริหารจัดการน้ำ วงเงิน 3.5 แสนล้านบาท เพื่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นผลจากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา
แต่ปรากฏว่าปีนี้ นอกจากฝนจะมาล่ากว่าปกติแล้ว ปัญหาน้ำแล้งก็กำลังทวีตัวรุนแรงขึ้น และเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค
ทั้งนี้ จากการประชุมคณะอนุกรรมการวางแผนและติดตามการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานที่ประชุม กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนและอ่างกักเก็บน้ำสำคัญของประเทศหลายแห่งมีความน่าเป็นห่วง แม้กรมอุตุนิยมวิทยาจะรายงานว่ามีฝนตกตามเกณฑ์ปกติ แต่เนื่องจากน้ำต้นทุนมีจำกัด เนื่องจากมีการใช้ตามแผนส่งเสริมการปลูกพืชฤดูแล้งเป็นจำนวนมาก ทำให้เขื่อนขนาดใหญ่มีน้ำต้นทุนลดลงไปมาก
ขณะที่แนวโน้มของปริมาณน้ำฝนในฤดูกาลที่จะตกลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ได้มีปริมาณมาก ทำให้คาดว่าปริมาณน้ำในเขื่อนและอ่างกักเก็บน้ำขนาดใหญ่อาจไม่เพียงพอสำหรับเป็นน้ำต้นทุนในฤดูแล้งปีถัดไป จึงมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อวางแผนหาแนวทางป้องกันโดยเร่งด่วน
“ได้ให้กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมอุตุนิยมวิทยา และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์และหาแนวทางป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นโดยเร่งด่วน โดยเฉพาะการวางแผนการใช้น้ำหรือการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งของปีถัดไป ซึ่งอาจมีการปรับแผนปฏิบัติการทำฝนหลวง โดยเพิ่มการเติมน้ำในเขื่อนและอ่างกักเก็บน้ำสำคัญเพิ่มมากขึ้น” ชวลิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ในที่ประชุมทุกฝ่ายกังวลมากเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำในขณะนี้ เนื่องจากกรมอุตุฯ คาดว่าปีนี้ปริมาณฝนจะน้อย โดยระบุว่า แม้ว่าฝนจะตกหนักเท่าปี 2554 แต่ระดับน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ก็จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ คือไม่เกิน 70% ของความจุ เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำเขื่อนใหญ่น้อยมาก และไม่เคยเหลือในระดับนี้มาก่อน แม้กระทั่งต้นปี 2554 ที่เกิดวิกฤตภัยแล้งที่น้ำแห้งเห็นถึงก้นเขื่อน
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นว่าทุกฝ่ายควรกลับไปวิเคราะห์ว่าในกรณีเลวร้ายที่สุด หากปีนี้น้ำน้อยจะส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำสำรองหน้าแล้งในปี 2557 หรือไม่ โดยเฉพาะการรักษาระบบนิเวศน์เพื่อไม่ให้น้ำเค็มเข้าระบบประปาและระบบไร่นาในพื้นที่ภาคกลาง
สำหรับปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญ พบว่า ปีนี้ปริมาณน้ำน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมามากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน โดยปริมาณน้ำในเขื่อนสำคัญ ณ วันที่ 5 มิ.ย. 2556 พบว่า เขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำในอ่าง 4,520 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 34% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 720 ล้าน ลบ.ม. หรือ 5% เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 3,320 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% ของความจุอ่าง มีปริมาณน้ำใช้การได้ 470 ล้าน ลบ.ม. หรือ 5% เท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับวิกฤตภัยแล้งเมื่อเดือน เม.ย. 2554 ที่สามารถเห็นก้นอ่างเขื่อนภูมิพล พบว่ามีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,260 ล้าน ลบ.ม. หรือ 17% และอ่างเก็บน้ำสิริกิติ์มีปริมาณน้ำใช้การได้ 1,922 ล้าน ลบ.ม. หรือ 20% ของความจุอ่าง







