
ไทยควรช่วย "ชาวโรฮิงยา"
แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน (ฮิวแมนไรท์ วอทช์) ประจำภูมิภาคเอเชีย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงยาในไทย ว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรยุติการกักกันกลุ่มชาวโรฮิงยาที่ลี้ภัยมาจากพม่ากว่า 1,700 คน ไว้ภายในสถานกักขังและควบคุมคนเข้าเมืองของรัฐที่แออัด และควรส่งตัวกลุ่มผู้อพยพเหล่านี้ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสงคราม (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เพื่อรับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป
แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการกลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน (ฮิวแมนไรท์ วอทช์) ประจำภูมิภาคเอเชีย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงยาในไทย ว่า รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรยุติการกักกันกลุ่มชาวโรฮิงยาที่ลี้ภัยมาจากพม่ากว่า 1,700 คน ไว้ภายในสถานกักขังและควบคุมคนเข้าเมืองของรัฐที่แออัด และควรส่งตัวกลุ่มผู้อพยพเหล่านี้ไปยังสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยสงคราม (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เพื่อรับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป
รายงานดังกล่าวได้หยิบยกเนื้อหาในคลิปวิดีโอ ซึ่งตีแผ่สภาพความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยาที่อาศัยอยู่ในศูนย์กักกันผู้อพยพใน จ.พังงา ของไทย พบว่ากลุ่มผู้อพยพใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เนื่องจากศูนย์พักพิงดังกล่าวแออัดอย่างมาก โดยชายชาวโรฮิงยาส่วนใหญ่จากทั้งหมด 276 คน ต้องพักอาศัยอยู่ในห้องที่มีลักษณะคล้ายกรงเหล็กขนาดเล็กที่สามารถจุคนได้เพียง 15 คนเท่านั้น ส่งผลให้สุขภาพของผู้อพยพย่ำแย่ลง โดยบางรายต้องเผชิญกับภาวะเท้าบวมและกล้ามเนื้อลีบจากการไม่ได้ลุกเดินหรือเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน ซึ่งผู้อพยพบางส่วนเปิดเผยว่า พวกเขาไม่ได้รับการปล่อยตัวมาภายนอกห้องขังนานถึง 5 เดือนทีเดียว
“รัฐบาลไทยควรเคารพสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของชาวโรฮิงยา ด้วยการยุติการกักกันพวกเขาในสภาพอันเลวร้าย และควรอนุญาตให้กลุ่มผู้อพยพสามารถลี้ภัยความรุนแรงมาอยู่กับยูเอ็นเอชซีอาร์ได้” อดัมส์ กล่าว
ขณะเดียวกัน เอเอฟพีเปิดเผยรายงานอ้าง มนัสวี ศรีโสดาพล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของไทย กล่าวยอมรับว่า รัฐบาลรับทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของชาวโรฮิงยาที่อยู่ในศูนย์กักกันในไทยเป็นอย่างดี และรัฐบาลกำลังดำเนินการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ตามข้อตกลงเดิม รัฐบาลไทยอนุญาตให้กลุ่มโรฮิงยาที่ลี้ภัยมาทางเรือจากพม่าสามารถพักพิงได้ชั่วคราวอย่างน้อย 6 เดือนแรกจนกว่ามีการผลักดันกลับสู่ประเทศในภาวะที่ปลอดภัยหรือส่งยังประเทศที่สามต่อไป
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยกังวลว่าไม่มีประเทศใดต้องการให้ที่พักพิงกับคนกลุ่มนี้ เนื่องจากต่างกังวลว่าหากเปิดรับกลุ่มโรฮิงยากลุ่มหนึ่ง อาจจำเป็นต้องรับผู้อพยพอีกหลายแสนคนในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้าน วิเวียน แทน โฆษกยูเอ็นเอชซีอาร์ มองว่า แม้ต้องใช้ระยะเวลานาน ทว่าแนวทางการแก้ปัญหาชาวโรฮิงยาอย่างยั่งยืนที่สุด คือการดำเนินการให้สถานการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่สงบลงโดยเร็วที่สุด เพื่อกลุ่มผู้ลี้ภัยสามารถกลับประเทศได้
วันเดียวกัน เอมิลี แลงกลี โฆษกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้จับกุมตัว สุภาณี แสงอุทัย หญิงไทยวัย 35 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองเบิร์กลีย์ของสหรัฐ พร้อมพวก ซึ่งเป็นชาย 4 คน และหญิงอีก 1 คน ในข้อหาส่งออกชิ้นส่วนอาวุธปืนจากสหรัฐไปยังประเทศไทยโดยไม่มีใบอนุญาตถึง 240 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2554
คำฟ้องระบุว่า ผู้ต้องหาทั้ง 6 คนได้ดำเนินการปลอมแปลงชื่อและใบเสร็จ พร้อมทำการบรรจุภัณฑ์ชิ้นส่วนดังกล่าว ด้วยวิธีการพิเศษต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับอาวุธ เช่น การติดป้ายห่อบรรจุภัณฑ์ว่าเป็นชุดปากกาสีสว่างในที่มืด และเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับเครื่องบรรจุน้ำดื่ม ทว่าไม่มีการเปิดเผยว่าได้จัดส่งชิ้นส่วนอาวุธหล่านั้นไปยังสถานที่ใดในประเทศไทย







