
ทบทวน 2 ล้านล.
ความเสี่ยงหนึ่งของโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งประเทศกว่า 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากความคุ้มค่าในการลงทุน ลำดับความเร่งด่วนว่าเหมาะสมหรือไม่แล้ว ประเด็นใหญ่อีกเรื่องคือการสร้างหนี้ต้องตามใช้ถึง 50 ปีครั้งนี้ จะกระทบให้หนี้สาธารณะของไทยต้องเข้าสู่ภาวะเสี่ยงเกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีหรือไม่
ความเสี่ยงหนึ่งของโครงการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งประเทศกว่า 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากความคุ้มค่าในการลงทุน ลำดับความเร่งด่วนว่าเหมาะสมหรือไม่แล้ว ประเด็นใหญ่อีกเรื่องคือการสร้างหนี้ต้องตามใช้ถึง 50 ปีครั้งนี้ จะกระทบให้หนี้สาธารณะของไทยต้องเข้าสู่ภาวะเสี่ยงเกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีหรือไม่
ทั้งนี้ เพราะนับตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทเริ่มต้นขึ้นมา รัฐบาลยืนยันมาต่อเนื่องว่า การลงทุนดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจของไทยโตมากขึ้น ซึ่งหากเศรษฐกิจโตได้ปีละ 45% อย่างต่อเนื่อง ขนาดของเศรษฐกิจก็จะมากพอ ไม่ทำให้หนี้สาธารณะของไทยที่ล่าสุดเดือน มี.ค. อยู่ที่กว่า 44% พอกพูนขึ้นไปเกินจุดเหมาะสม 60% ของจีดีพี ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นประเทศ เหมือนที่เกิดขึ้นในกลุ่มยูโรโซนหลายประเทศที่หนี้สาธารณะท่วมประเทศ
ดังนั้น เมื่อมีสัญญาณจากหลายฝ่าย คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจปีนี้ไม่น่าจะโตได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลหวังไว้ 4.5% โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ได้ออกมาเตือนล่าสุดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้จะไม่เห็นการเติบโตรวดเร็วตามที่คาดหวังการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนจะชะลอตัว ส่วนการส่งออกจะเติบโตอย่างเชื่องช้า นอกจากนี้ นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังบอกว่า วิกฤตการเงินของเมืองไทยที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2540 หรือวิกฤตต้มยำกุ้ง จะยังคงเกิดขึ้นในเมืองไทยอีก และที่สำคัญจะเวียนมาเกิดถี่ขึ้น
จากปัจจัยลบที่สะท้อนออกมาดังกล่าว โดยเฉพาะการส่งออกซึ่งเป็นสัดส่วนถึง 70% ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตหรือตกต่ำ ผ่านมา 4 เดือน กระทรวงพาณิชย์ได้ยอมปรับลดเป้าเติบโตลงจาก 89% เหลือ 77.5% รวมทั้งความเสี่ยงการเงินที่จะเวียนมาเกิดถี่ขึ้น
เมื่อการเติบโตของเศรษฐกิจแต่ละปีไม่เป็นไปตามที่คาด แน่นอนเงินที่กู้มา 2 ล้านล้านบาท ย่อมทำให้สัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้น พูดง่ายๆ คือ เมื่อรัฐบาลสร้างเงินได้น้อยกว่าที่หวังโตปีละ 4.5% แต่หนี้ดันเดินหน้ากู้มาแล้ว สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีต้องเพิ่มขึ้นแน่
นอกจากนี้ ถ้าในช่วงทยอยกู้ 7 ปี 2 ล้านล้านบาท หรือกู้เฉลี่ยปีละเกือบ 3 แสนล้านบาท และต้องตามใช้หนี้ 50 ปี ถ้าช่วงปีแรกๆ ของการกู้ เศรษฐกิจขยายตัวไม่มากพอ ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อปีแรกๆ ของการกู้นี้ สัดส่วนหนี้สาธารณะจะยิ่งเพิ่มเร็วมาก
รัฐบาลจึงไม่ควรหวังเพียงค่าที่ปรึกษา ซึ่งจะกู้ให้ได้ก่อนสิ้นปีนี้ก้อนแรก 1 หมื่นล้านบาทเลย เมื่อเศรษฐกิจผันผวนก็ควรทบทวนหรือชะลอ น่าจะดีกว่าฝืนเดินหน้าพาประเทศไทยเข้าไปหาจุดเสี่ยงโดยไม่จำเป็น







