
ทิ้งนาร้าง...ใต้ขาดความมั่นคงด้านอาหาร
เกษตรกรชายแดนภาคใต้ทิ้งให้นาร้างหลายหมื่นไร่หันไปปลูกพืชเศรษฐกิจตัวอื่น เพราะมีแรงจูงใจให้ผลตอบแทนดีกว่า
เกษตรกรชายแดนภาคใต้ทิ้งให้นาร้างหลายหมื่นไร่หันไปปลูกพืชเศรษฐกิจตัวอื่น เพราะมีแรงจูงใจให้ผลตอบแทนดีกว่า อาชีพทำนาไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี อาชีพทำนาไม่สามารถสร้างความร่ำรวยให้กับครอบครัวเหมือนอาชีพอื่นได้ ส่งผลทำให้ชายแดนใต้ขาดความมั่นคงด้านอาหาร อีกทั้งยังกระทบสูงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
รศ.ดร.สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล นักวิชาการคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.หาดใหญ่) และคณะนักวิจัย สาเหตุและผลกระทบจากปัญหานาร้างใน จ.ปัตตานี ค้นพบว่าปัญหานาร้างใน จ.ปัตตานี เริ่มมีตั้งแต่ปี 2524 เป็นต้นมา ซึ่งปรากฏชัดขึ้นเป็นลำดับก่อนปี 2540 จากข้อมูลของทางราชการ ปี 2548 จ.ปัตตานี มีพื้นที่นา 323,786 ไร่ เป็นพื้นที่นาร้าง 61,906 ไร่ หรือ 19.12%
“สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดปัญหานาร้าง คือพืชเศรษฐกิจตัวอื่นให้ผลตอบแทนดีกว่า การอพยพไปทำงานต่างถิ่นทั้งในและต่างประเทศ น้ำท่วมขังที่นาที่เกิดจากคันคลองส่งน้ำชลประทานและพื้นถนนที่ยกสูง การขายที่นาให้นายทุน และทัศนคติของชาวนาที่มีต่อการทำนาแย่ลง” รศ.ดร.สมบูรณ์ ระบุ
แม้ว่าหลังเหตุการณ์ความไม่สงบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้รุนแรงมาตั้งแต่ปี 2547 รัฐบาลได้ทุ่มเทงบประมาณในการจัดทำโครงการต่างๆ หลายโครงการ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของชาวนาให้ดีขึ้น แต่ดูเหมือนทุกโครงการไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เนื่องจากขาดการมีส่วนร่วมของชาวนาในกระบวนการกำหนด การตัดสินใจ และการดำเนินโครงการ ปัญหานาร้างได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านอาหารของชาวนา ความเป็นครอบครัว ความเอื้ออาทรกันในชุมชน วัฒนธรรมข้าว รวมทั้งผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม และในที่สุดส่งผลให้การพึ่งตนเองได้ของครัวเรือนและชุมชนมีน้อยลง และทำให้การพัฒนาขาดความยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ 2556 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดสรรงบประมาณในการพัฒนาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 1,400 ล้านบาท ทั้งในกิจกรรมด้านการปรับปรุงฟื้นฟูนาร้าง ยางพารา การปศุสัตว์ การประมง ซึ่งกรณีพื้นที่นาร้าง ในปี 2556 กระทรวงเกษตรฯ มีแผนในการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่นาร้างจำนวน 1.5 หมื่นไร่ ที่จะต้องดำเนินการต่อไป
โดยหลายฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพราะเห็นถึงโอกาสที่จะเกิดขึ้นในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลยังให้ความสำคัญและเข้ามาดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจการเกษตรให้แก่ประชาชนในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ ที่เผชิญกับภัยความไม่สงบ แนวทางที่วางไว้คือ ยกระดับรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่เฉลี่ย 1.8 แสนบาทต่อครัวเรือนต่อปี
นี่คือเป้าหมายที่ยังคงดำเนินการต่อไปท่ามกลางเปลวไฟใต้ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงเมื่อไหร่







