
ประชานิยม 'ทำคนอ่อนแอ-รัฐเสียหาย'
นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า นโยบายประชานิยมในเชิงเศรษฐกิจที่เอาใจประชาชน ส่วนหนึ่งถือเป็นข้อดี
นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า นโยบายประชานิยมในเชิงเศรษฐกิจที่เอาใจประชาชน ส่วนหนึ่งถือเป็นข้อดีที่ทำให้นักการเมืองสัญญาอะไรกับประชาชนแล้วต้องทำให้ได้จริง
อย่างไรก็ตาม การทำนโยบายประชานิยมมาตลอดของรัฐบาลขาดการรับผิดชอบพูดครึ่งเดียว เพราะนโยบายทุกอย่างมักทำให้มีคนได้และมีคนเสีย แต่สังคมอ่อนแอไม่วิพากษ์วิจารณ์ให้เห็นข้อด้อยของนโยบายประชานิยม เช่น โครงการรถยนต์คันแรก คนซื้อได้ลดภาษี คนขายได้ลดภาษีนิติบุคคล เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ หรือโครงการรับจำนำข้าว ชาวนาจนได้ประโยชน์ และชาวนารวยก็ได้ประโยชน์ด้วย
นายอัมมาร กล่าวว่า นโยบายประชานิยม ทำให้เกิดความเสียหายที่ตรวจสอบได้อยาก เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เงินในงบประมาณ แต่เป็นการใช้เงินนอกงบประมาณ และคนที่นักการเมืองอ้างว่าได้ประโยชน์ จะได้ประโยชน์น้อยกว่านายทุนและนักการเมือง เช่น โครงการรับจำนำข้าว คนได้ประโยชน์มากกว่าชาวนา คือ โรงสี แต่มีต้นทุนตามมาทีหลังจำนวนมาก เพราะราคาจำนำแพงกว่าราคาตลาดมาก
ด้านนายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธาน ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า นโยบายประชานิยมไม่ได้มุ่งสร้างความสามารถของประชาชน ทั้งด้านการแข่งขัน การอยู่รอดในสังคม นโยบายจำนวนมากมีลักษณะเป็นนโยบาย ลด แลก แจก แถม ซึ่งช่วงแรกๆ มีเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ไม่อยากเรียกว่าประชานิยม เพราะเป็นความพยายามสร้างความสามารถด้านการรักษาสุขภาพของประชาน หรือโอท็อป ก็เป็นด้านการแข่งขัน แต่ช่วงหลังไม่มีสีสันแบบนี้ เช่น รถคันแรก
ขณะที่นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการอิสระ และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวว่า นโยบายประชานิยมต้องกระจายทรัพยากรไปถึงมือประชาชนระดับล่าง แจกอะไรก็ได้ แจกแปรงสีฟัน กองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค ก็ได้ ขอให้มีลักษณะการกระจายทรัพยากร
นายนิธิ กล่าวว่า เรื่องโครงการรับจำนำข้าวแม้ว่าจะขาดทุนก็ไม่เห็นเป็นไร เพราะทำให้ชาวนาจนได้ผลประโยชน์
สำหรับนายเกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า นโยบายประชานิยมแบบการเมืองล้วงกระเป๋า ซึ่งเอาเงินภาษีมาใช้ ต้องมีกระบวนการให้เกิดการตรวจสอบที่เข้มแข็งจากทุกกลุ่ม เพื่อสร้างสมดุลผลดีผลเสียในเรื่องนั้นๆ ได้ ไม่ใช่รัฐบาลตัดสินใจได้เอง







