
ปูโต้มาร์คกระจายความเท่าเทียมไม่รวยกระจุก
ยิ่งลักษณ์ แจงจัดงบรองรับ 4 ยุทธศาสตร์ โต้ "มาร์ค" กระจายความเท่าเทียมไม่รวยกระจุกจนกระจาย ยันกู้เงิน 2 ล้านล้านไม่เสียเปล่า
ยิ่งลักษณ์ แจงจัดงบรองรับ 4 ยุทธศาสตร์ โต้ "มาร์ค" กระจายความเท่าเทียมไม่รวยกระจุกจนกระจาย ยันกู้เงิน 2 ล้านล้านไม่เสียเปล่า
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญเป็นพิเศษ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 วงเงิน 2.525 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องวันที่สอง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นำหนังสือยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณ ส่งประธานสภาฯ พร้อมชี้แจงว่า การจัดทำงบประมาณสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ
1. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้ไทยแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกมิติ ทั้งเชื่อมโยงกับ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนเรื่องงบประมาณการวิจัยนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยในปีนี้ ได้มีการจัดงบประมาณเพิ่มขึ้นถึง 25 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยบูรณาการงานวิจัยของแต่ละหน่วยงานไม่ให้มีความซ้ำซ้อนกัน และร่วมมือกับภาคเอกชน
2. ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ ต้องพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งในประเทศให้มากขึ้น เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้เข้าถึงสวัสดิการภาครัฐอย่างเท่าเทียม กระจายความเสมอภาค สร้างโอกาสให้ประชาชน
3.ยุทธศาสตร์การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้อุตสาหกรรม จะมีการทำคุณภาพชีวิตให้ดี ควบคู่ไปกับการจัดสรรทรัพยากรป่าไม้ และทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
และ 4.ยุทธศาสตร์ปรับรูปแบบการบริหารงานราชการแผ่นดิน ไม่ใช่แค่ใช้งบประมาณเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเป็นการบูรณาการข้อมูลความต้องการจากพื้นที่ต่างๆ เพื่อนำมารวมกับยุทธศาสตร์ที่ได้กล่าวมา เพื่อให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ที่ได้เคยแถลงไว้ต่อรัฐสภา ในส่วนของงบประมาณในการในการจัดสรรด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการจัดงบเพิ่มขึ้นถึง 23 % หรือ 2.6 หมื่นล้านบาท
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ การจัดงบเป็นแบบรวยกระจุก จนกระจายนั้น ที่ผ่านมารัฐบาลเน้นการให้โอกาสอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน และเพิ่งได้รับการรายงานจาก IMD World Competitiveness Yearbook ว่า ศักยภาพการแข่งขันของไทยในภาพรวม ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปี 55 จากลำดับที่ 30 มาอยู่ที่ลำดับที่ 27 จากทั้งหมด 60 ประเทศ
โดยด้านเศรษฐกิจ จากลำดับที่ 15 มาอยู่ลำดับที่ 9 ด้านเสถียรภาพของรัฐบาล จากลำดับที่ 26 มาอยู่ลำดับที่ 22 ด้านธุรกิจ จากลำดับที่ 23 มาอยู่ลำดับที่ 28 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน จากลำดับที่ 49 มาอยู่ลำดับที่ 48 จึงเป็นสาเหตุให้ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน จากร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท นั้น ตนยืนยันว่า จะไม่เสียเปล่า แต่จะเป็นการตอบโจทย์เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้จะเหมือนสมบัติกลับมาสู่ภาครัฐ ให้เกิดรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม







