posttoday
ครม.เห็นชอบกรอบนโยบายแก้ศก.ภาพรวม

ครม.เห็นชอบกรอบนโยบายแก้ศก.ภาพรวม

28 พฤษภาคม 2556

ครม.รับทราบ"กรอบรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจปี 2556"เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน นายกฯเผยมอบ "กิตติรัตน์" ติดตามก่อนรายงาน

ครม.รับทราบ"กรอบรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจปี 2556"เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกัน นายกฯเผยมอบ "กิตติรัตน์" ติดตามก่อนรายงาน

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบแผนบูรณาการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในองค์รวม โดยจะมีการออกมาตรการต่าง ๆ ทั้งมาตรการเร่งด่วน มาตรการภายใน 6 เดือน และมาตรการระยะยาว โดยขอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ติดตามและรายงานครม. รับทราบ

"ในวันนี้ กระทรวงการคลัง และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กระทรวงที่เกี่ยวข้องได้มีการเสนอกรอบนโยบายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจใน 3 ด้าน การเงิน การคลัง และ เฉพาะด้าน โดยให้ทุกหน่วยงานทบทวนแผนงาน และมีการบูรณาการแผนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ และยืนยันว่าวันนี้ที่มีการเชิญธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มา ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ถือเป็นการทำงานร่วมกัน" นายกฯ กล่าว

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบ "กรอบการรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจปี 2556" เพื่อการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นและเสถียรภาพระยะสั้น ด้วยการดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน ดูแลการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงินให้มีความสอดคล้องกัน สร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศ โดยผ่านการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องและการเยือนต่างประเทศของคณะผู้แทนของประเทศ และรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ด้วยการสร้างฐานการบริโภค การลงทุนภาคเอกชนในประเทศ โดยเพิ่มศักยภาพของรายได้เดิมและสร้างรายได้ใหม่ สนับสนุนการสร้างรายได้จากต่างประเทศด้านการส่งออกและการท่องเที่ยวและการลงทุนในภาคธุรกิจที่เหมาะสม ดำเนินนโยบายการคลังที่มีวินัย ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและโครงสร้างภาษี

สำหรับการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ประกอบด้วย มาตรการด้านการเงินซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) มาตรการด้านการคลัง อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง และมาตรการเฉพาะด้าน อยู่ภายใต้หน่วยงานหลักคือกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ

ทั้งนี้ มาตรการด้านการเงิน ประกอบด้วย การซื้อขายเงินตราต่างประเทศในอัตราแลกเปลี่ยน, ดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ย, มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน, พิจารณาใช้มาตรการจำกัดเงินทุนไหลเข้าอย่างระมัดระวังเมื่อจำเป็น, บริหารจัดการเงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ, บริหารจัดการเงินทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ, ช่วยเหลือภาคธุรกิจให้สามารถลดผลกระทบค่าเงินบาท และ สร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน

มาตรการด้านการคลัง ประกอบด้วย การกำกับดูแลการเบิกจ่ายงบประมาณ, ดำเนินการาโครงการลงทุนขนาดใหญ่, กำหนดให้รัฐวิสาหกิจชำระหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้เงินตราต่างประเทศ, ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างภาษี, สนับสนุนด้านสินเชื่อผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเอกชนไปลงทุนต่างประเทศในภาคธุรกิจที่เหมาะสม

ส่วนมาตรการเฉพาะด้าน ได้แก่ ด้านการเกษตร เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกร ด้าน SMEs เพิ่มสัดส่วนเป็นร้อยละ 40 ของจีดีพี ด้านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขยายการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยี ด้านท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและเพิ่มรายได้เป็น 2 เท่า ด้านการส่งออกขยายตัวร้อยละ 9 ในปี 2556 ด้านพลังงงาน มีแหล่งพลังงานที่มั่นคงในราคาเหมาะสม ด้าน ICT ยกระดับเทคโนโลยีและการเข้าถึงบริการ ด้านผู้มีรายได้น้อย สร้างรายได้และกำลังซื้อ ลดต้นทุนประกอบอาชีพ

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69