posttoday
อย่าปรองดองบนกองศพ

อย่าปรองดองบนกองศพ

26 พฤษภาคม 2556

ปัจจัยสร้างเเรงรุมเร้าต่อรัฐบาลเวลานี้ไม่ได้มีเพียงศึกนอกอย่างแนวรบ “กลุ่มไทยสปริง” แต่ศึกในที่จากแนวร่วมเดียวกันอย่างกลุ่ม “แดงอิสระ” เริ่มส่งสัญญาณไม่พอใจรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย

โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช

ปัจจัยสร้างเเรงรุมเร้าต่อรัฐบาลเวลานี้ไม่ได้มีเพียงศึกนอกอย่างแนวรบ “กลุ่มไทยสปริง” แต่ศึกในที่จากแนวร่วมเดียวกันอย่างกลุ่ม “แดงอิสระ” เริ่มส่งสัญญาณไม่พอใจรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย จากกรณีเสนอโมเดล “นิรโทษกรรมเหมาเข่ง” ตามเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ฉบับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

สุดา รังกุพันธุ์ แกนนำกลุ่มแดงอิสระเคลื่อนไหวในนามแนวร่วม 29 มกรา ปลดปล่อยนักโทษการเมือง ย้ำจุดยืนเดิมว่า ขอต่อต้านการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ทั้งระดับปฏิบัติการและผู้สั่งการ เพราะไม่เป็นธรรมต่อผู้เสียชีวิต และหากปล่อยให้มีการนิรโทษผู้สั่งฆ่าเท่ากับสังคมลืมกระบวนการค้นหาความจริงของความตาย 98 ศพ ที่เป็นสิ่งที่ญาติผู้เสียชีวิตเฝ้ารอจวบจนทุกวันนี้

“การเสนอแนวทางปรองดองแบบเหมาเข่งมันล้มเหลวตั้งแต่ครั้งที่ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เข้าสภา เเนวคิดมันถูกต่อต้านทั้งในและนอกสภา จึงนำมาสู่ข้อเสนอว่า หากฝ่ายการเมืองยังมีความขัดแย้งก็ควรที่จะนิรโทษนักโทษการเมืองที่เป็นประชาชน ชาวบ้าน คนยากคนจนก่อน ซึ่งเป็นคนที่ไร้อำนาจทางการเมือง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการได้อำนาจไม่ว่าในอดีตหรือในอนาคต ให้คนเหล่านี้ได้ออกจากวิกฤตเป็นกลุ่มแรก เพราะแกนนำหรือนักการเมืองที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรงได้รับสิทธิประกันตัวแทบทั้งหมด แต่ประชาชนเหล่านี้ไม่ได้รับ”

สุดา มองว่า แรงต้านของร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ของ ร.ต.อ.เฉลิม ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ที่มีเนื้อหานิรโทษกรรมประชาชนเป็นกลุ่มแรก แต่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับรองนายกฯ จะทำให้สังคมลืมกระบวนการค้นหาความจริงว่าใครเป็นต้นเหตุ สั่งการ เเละลงมือสังหารประชาชนในเหตุการณ์ 19 พฤษภา 53

“การนิรโทษให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งระดับปฏิบัติการและสายบังคับบัญชาไม่ต้องเข้าถูกดำเนินคดี ผิดแนวทางการแก้ไขความขัดแย้งตามหลักสากล เพราะความยุติธรรมหรือความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการทำให้ความจริงปรากฏก่อน เหมือนแอฟริกาใต้ที่ประสบความสำเร็จนำประเทศออกจากวิกฤตความขัดแย้งระหว่างผิวสี แต่ร่างปรองดองฉบับนี้กำลังลบล้างข้อเท็จจริงที่รัฐกระทำต่อประชาชน เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ไม่ต้องขึ้นศาล ไม่ต้องถูกซักถามเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติการ และเหตุผลที่ว่าเหตุใดจึงใช้อาวุธสงครามร้ายแรงยิงเข้าใส่ประชาชนมือเปล่า

...อลิซาเบ็ธ โพเลนจ์กี้ (น้องสาวฟาบิโอ โพเลนจ์กี้ ช่างภาพชาวอิตาเลียนเสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุม) เธอมีความมุ่งมั่นอย่างมากในการนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เขาบอกว่าต้องการเจอคนที่ลงมือปฏิบัติการ ยิงกระสุนใส่พี่ชายเขา เขาต้องการสิ่งเดียวคือจะถามว่ายิงพี่เขาทำไม พี่เขาเป็นชาวต่างชาติ เป็นสื่อมวลชน มีกล้องอยู่กับตัว เขาต้องการถามแค่นั้น แล้วหากมีการนิรโทษหมด เราไม่ได้ตัวผู้ปฏิบัติการเหล่านี้มา เราจะเอาอะไรไปตอบคำถามญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 98 ศพ”

แม้ข้อเสนอล้างกระดานนิรโทษกรรมทุกฝ่ายจะขาดหลักมโนสำนึกกับญาติผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ฉบับนี้ได้ผ่านการลงนามเห็นชอบโดย 163 สส.พรรคเพื่อไทย พรรคที่มวลชนคนเสื้อแดงลงคะแนนเสียงให้ด้วยความวาดหวังว่ารัฐบาลจะตามหาผู้รับผิดชอบจากการสังหารหมู่กลางกรุง

“ผู้แทนต้องมีความหนักแน่น อยู่บนหลักการที่มั่นคง เราเองไม่ได้คาดหวังว่า สส.ทุกคนต้องเป็นบุคคลในอุดมคติสำหรับฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ได้คาดหวังว่า สส.ทุกคนต้องเป็นนักประชาธิปไตย แต่อย่างน้อยที่สุดคุณต้องสัมผัสรับรู้ได้ถึงข้อเรียกร้องและความต้องการของประชาชน

19 พฤษภา ที่ผ่านมามันมีการยืนยันหนักแน่นจากประชาชนเรือนแสนที่มาร่วมชุมนุม ทุกจุด ทุกพื้นที่ ทุกเวที ต่างเห็นร่วมกันให้นิรโทษกรรมพี่น้องประชาชนและดำเนินคดีกับผู้ปฏิบัติการและผู้สั่งการฆ่า แต่ สส.ทั้งหลายเข้าใจว่าคุณไปลงนามไว้ก่อนวันที่ 19 จึงไม่ได้ยินเสียงโห่ร้องของประชาชนว่าคืออะไร

หากคุณคิดว่าแนวทางของร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่นิรโทษเหมาเข่งจะเป็นการสานผลประโยชน์ระหว่างกลุ่มอำนาจได้ดีกว่าการทำประโยชน์ให้ประชาชน คุณต้องคิดใหม่ เพราะนั่นเป็นรูปแบบเก่าๆ ในยุคที่ประชาชนไม่มีความตื่นตัวทางการเมือง สภาผู้แทนราษฎรตอนนี้เป็นสภาที่มาจากประชาชน มาจากการเสียสละชีวิตเลือดเนื้อของประชาชนที่พวกเขาเรียกร้องให้มีการยุบสภา แต่หากคุณนิรโทษเจ้าหน้าที่ ผู้สั่งการ ก็เท่ากับคุณลืมชีวิตประชาชนที่เสียไป”

กังวลเกมการเมืองแบบ วินวินทั้งฝ่ายค้านรัฐบาลแล้วก้าวข้ามประชาชนไหม? สุดา ตอบชัดถ้อยชัดคำว่า “ไม่กังวล เป็นธรรมดาที่ผู้ที่อยู่ในศูนย์กลางอำนาจ และประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในศูนย์กลางอำนาจย่อมมองต่างกัน สำหรับประชาชนไม่มีอะไรตีบตัน แค่ขอให้อยู่บนหลักที่ถูกต้อง

...แน่นอนว่าประชาชนเติบโตขึ้นมายิ่งกว่าที่แกนนำระดับบนจะก้าวข้ามได้ เหมือน You created a monster คือ คุณได้สร้างให้เขามีพลังเองแล้วด้วยการอ้างหลักประชาธิปไตย ถึงแม้จะมีคนสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตย แต่เนื้อในยังไม่ใช่ แล้วคนเหล่านี้พร้อมที่จะเกี้ยเซียะโดยลืมหลักการหรือแม้กระทั่งไม่มีหลักการอยู่แต่เดิมจริงก็ตาม แต่ในส่วนประชาชนเขามีความจริงใจเชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นหลักการที่ช่วยประชาชนหลุดจากการถูกกดขี่ข่มเหง และมีสิทธิจะได้รับสิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคได้ เขาจึงเรียนรู้ประชาธิปไตยจนสายเกินไปที่ใครจะเอาเขากลับคืนไปเป็นคนเชื่องๆ ที่คุณสามารถจะจูงได้อีกเเล้ว

ถึงแม้ขณะนี้ความคืบหน้าของการเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง จะอยู่ระหว่างการรอบรรจุระเบียบวาระหลังเสนอต่อประธานสภา เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาสมัยประชุมหน้าเดือน ส.ค. แกนนำนักวิชาการเสื้อแดงรายนี้ ย้ำว่า หากผู้แทนประชาชนมีความจริงใจ ควรเปิดทางให้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชนผ่านสภาจนสำเร็จลุล่วง และชะลอการเสนอร่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง

“ความสับสนในเรื่องแนวทางของการปรองดองและการนิรโทษกรรมมีปัญหา เราจึงไม่อยากเห็นการเสนอกฎหมายที่มีเนื้อหาเหลื่อมซ้อนกันในเวลาที่มีความใกล้เคียงกัน เพราะอาจทำให้เกิดความหวาดระแวงในหลายฝ่ายและทำให้การปลดปล่อยนักโทษการเมืองใช้เวลามากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.ของ สส.วรชัย ยืนอยู่เป็นวาระแรกของการประชุมสมัยหน้า สส.กลุ่มอื่นของ ร.ต.อ.เฉลิม ควรให้ชะลอและรอให้กฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้เข้าสู่วาระจนเป็นที่ไร้ข้อกังวลของพี่น้องประชาชน

...เมื่อเปิดประชุมสภา ทางกลุ่ม 29 มกรา และกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลจะไปยืนยันที่รัฐสภาด้วยตัวเองเพื่อสนับสนุนการนิรโทษกรรมให้กับประชาชนในวันที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ สส.วรชัย เข้าสู่การพิจารณา เพราะฉะนั้นเชื่อว่าหากมีการดึงดันที่จะเอาร่าง พ.ร.บ.ฉบับอื่นที่เป็นปัญหาเข้าสู่สภา เชื่อว่าจะมีพี่น้องประชาชนเข้ามาให้การสนับสนุนการคัดค้าน พ.ร.บ.ตัวนี้มากขึ้นกว่าที่เราคิด”

ในฐานะแกนนำกลุ่ม “แดงอิสระ” ที่เคยขนมวลชนบุกทำเนียบสร้างปรากฏการณ์ “แดงตรวจสอบเพื่อไทย” จะได้เห็นการเคลื่อนไหวใหญ่เพื่อต่อต้านร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่นิรโทษกรรมทุกฝ่ายหรือไม่ สุดา ตอบว่า ขณะนี้ต้องรอดูสถานการณ์ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมเมื่อเปิดประชุมสภา ประกอบด้วยการเมืองมีหลายขั้ว หลายกลุ่ม เชื่อว่าไม่ใช่มีเพียงเสื้อเเดงกลุ่มเดียวที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

“เเต่หากถึงจุดที่สถานการณ์เลวร้ายลง นำไปสู่การเกี้ยเซียะของฝ่ายการเมือง และทำให้ประชาชนไม่ได้รับความยุติธรรม อาจได้เห็นมวลชนที่ยิ่งใหญ่กว่าวันที่ 29 มกรา...” เธอส่งเสียงเตือนถึงรัฐบาลเเละพรรคการเมืองที่คนเสื้อเเดงเลือกตั้งมากับมือ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน