posttoday
ตัดอำนาจ"ถอดถอน"คุมวุฒิสภาปกป้อง"ปู"

ตัดอำนาจ"ถอดถอน"คุมวุฒิสภาปกป้อง"ปู"

24 พฤษภาคม 2556

การแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ถือว่าเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.)

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ถือว่าเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 3 คณะ ได้พิจารณาร่างแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว ทำให้เหลือเพียงขั้นตอนให้ สส. และ สว. ที่เป็นผู้เสนอคำแปรญัตติเพื่อแก้ไขถ้อยคำมาชี้แจงต่อ กมธ.ในช่วงต้นเดือน มิ.ย.เท่านั้น ก็เป็นอันเสร็จพิธี

สรุปสาระสำคัญในการพิจารณาของ 3 คณะ กมธ. มีดังนี้

1.กมธ.ร่างแก้ไขมาตรา 68 และ 237 ว่าด้วยสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญและการยุบพรรคการเมือง ได้ปรับเนื้อหาให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรงตามมาตรา 68 เฉพาะกรณีที่อัยการสูงสุดพิจารณาคำร้องไม่เสร็จภายใน 30 วัน

2.กมธ.ร่างแก้ไขเกี่ยวกับที่มาของ สว. แก้ไขให้เครือญาติของ สส. และรัฐมนตรีลงสมัครเลือกตั้ง สว.ได้ และให้ สว.สรรหาทำหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าการเลือกตั้ง สว.จำนวน 200 คน แต่ไม่สามารถถอดถอนบุคคลได้ระหว่างการเลือกตั้ง สว.

3.กมธ.ร่างแก้ไขมาตรา 190 เพิ่มถ้อยคำให้หนังสือสัญญาที่อาจมีผลต่อการเปิดการค้าเสรีและการลงทุน และการเปลี่ยนอาณาเขตประเทศไทยจะต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา และศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของหนังสือสัญญาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

แต่ประเด็นความน่าสนใจอยู่ที่การจำกัดอำนาจ สว.สรรหาระหว่างมีการเลือกตั้ง สว.

ในร่างแก้ไขที่ผ่านวาระที่ 1 ของรัฐสภา บัญญัติหน้าที่ของ สว.สรรหาภายหลังการร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้เอาไว้ว่า “สว.ซึ่งมาจากการสรรหาเท่าที่เหลืออยู่ ยังคงมีสมาชิกภาพต่อไปจนกว่าจะครบวาระ”

ที่สำคัญในระหว่างการพิจารณาของ กมธ.ก่อนจะกำหนดให้ สส. และ สว. ผู้เสนอคำแปรญัตติเข้ามาชี้แจงต่อ กมธ. ปรากฏว่าที่ประชุมก็ไม่ได้แตะต้องในบทบัญญัตินี้เลย

จนกระทั่งมามีมติเสียงข้างมากเพิ่มถ้อยคำด้วยการตัดอำนาจถอดถอนของ สว.สรรหาที่ทำหน้าที่รักษาการเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ทั้งที่การประชุมในวันดังกล่าวเป็นวาระเพื่อทบทวนถ้อยคำหลังจากที่ กมธ.ได้พิจารณาร่างแก้ไขเสร็จแล้วทั้งฉบับ เพื่อเตรียมเชิญผู้แปรญัตติมาชี้แจงเท่านั้น

ว่ากันตามธรรมเนียมปฏิบัติ กมธ.มีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมได้ในขั้นตอนตรวจถ้อยคำ เพราะข้อห้ามมีเฉพาะการไม่ให้แก้ไขที่อาจจะขัดกับสาระสำคัญ แต่การตีกรอบอำนาจของ สว.สรรหาที่รักษาการระหว่างเลือกตั้ง สว.ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ย่อมสะท้อนให้เห็นถึงนัยทางการเมืองเช่นกันตามขั้นตอน หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านรัฐสภาและมีผลบังคับใช้ อาจมีผลให้ สว.เลือกตั้งที่กำลังจะหมดวาระลงในปี 2557 ลาออกเพื่อไปเลือกตั้ง สว.ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เท่ากับว่าจะเหลือ สว.สรรหาที่ต้องทำหน้าที่ในสภาต่อไปประมาณ 75 คน จนกว่าจะมี สว.ชุดใหม่

อย่าลืมว่าโครงสร้าง สว.สรรหาส่วนหนึ่งถือครองโดยกลุ่ม 40 สว. ที่ล้วนเป็นขาประจำรัฐบาลแทบทั้งสิ้น โดยมีเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคเพื่อไทย

แบบนี้เป็นลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ของพรรคเพื่อไทย เพราะคุมเกมในวุฒิสภาไม่ได้ และเมื่อคุมสภาสูงไม่ได้ก็ไม่ต่างอะไรกับการมีหอกข้างแคร่ที่พร้อมจะทิ่มแทงนายกฯ ยิ่งลักษณ์ได้ทุกเวลา พลิกดูบัญชีคดีถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” และรัฐมนตรีในรัฐบาล มีอยู่ในสารบบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นจำนวนมาก อาทิ การเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หรือการยื่นตามญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เป็นต้น

คดีเหล่านี้ไม่มีใครรู้ว่า ป.ป.ช.จะทำช้าหรือเร็ว ถ้า ป.ป.ช.วินิจฉัยและส่งให้วุฒิสภาเร็วในระหว่างที่ สว.สรรหารักษาการอยู่ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อพรรคเพื่อไทย เนื่องจากการถอดถอนจะทำได้ง่ายมากขึ้น กล่าวคือ รัฐธรรมนูญมาตรา 274 กำหนดให้การถอดถอนจะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 และมีโทษตัดสิทธิการเมือง 5 ปี หมายความว่าในกรณีที่ สว.เหลือ 75 คน ก็จะใช้เสียง สว.เพียง 45 คนเท่านั้นในการถอดถอน

จะว่าไปแล้ว สว.เพียง 45 เสียง ถ้าจะล็อบบี้กันจริงๆ ก็ทำได้ไม่ยาก ไม่เหมือนกับการถอดถอนบนฐานที่มี สว. 149 คนในปัจจุบัน ที่ต้องใช้ถึง 90 เสียง ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติ ดังที่เห็นได้จากการที่วุฒิสภาไม่สามารถถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกจากตำแหน่งได้แม้แต่คนเดียว

อย่างไรก็ตาม ถึงประวัติศาสตร์จะบ่งชี้ว่าวุฒิสภาไร้น้ำยาถอดถอนนักการเมือง แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองขณะนี้มีความผิดปกติ ย่อมเอื้อให้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ได้เสมอ จึงอย่าได้แปลกใจว่าทำไมพรรคเพื่อไทยต้องใช้เสียงข้างมากหักแขนหักขา สว.สรรหาเพื่อสร้างความแข็งแรงแบบไร้รอยต่อให้กับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพราะการรักษาอำนาจรัฐเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ