
รัฐเตรียมเซ็นMOUแก้5ปัญหาพีมูฟ
"ประชา" เผยรัฐบาลเตรียมเซ็นเอ็มโอยูร่วมกับพีมูฟเดินหน้าแก้ปัญหา 5 ประเด็น ขณะที่ปัญหาเขื่อนปากมูลจะพิจารณา28พ.ค.
"ประชา" เผยรัฐบาลเตรียมเซ็นเอ็มโอยูร่วมกับพีมูฟเดินหน้าแก้ปัญหา 5 ประเด็น ขณะที่ปัญหาเขื่อนปากมูลจะพิจารณา28พ.ค.
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย นายปรีชา เร่งสมบรุณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสุพร อัตถาวรงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ได้เดินทางมาบันทึกเทปรายการเวทีประชาชน ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมเครือข่ายประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)หรือกลุ่มพีมูฟ ที่นำโดยนายประยงค์ ดอกลำใย นางสมปอง เวียงจันทร์ แกนนำกลุ่มพีมูพ ร่วมพูดคุย
นายประชา กล่าวว่า การดำเนินการให้ความช่วยเหลือประชาชนว่า หลังจากการพูดคุยกับแกนนำเครือข่ายพีมูฟมีข้อสรุปที่นำเสนอน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (21พ.ค.) จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู)ร่วมแกนนำกลุ่มพีมูฟ โดยมีข้อสรุป 5 ประเด็น คือ กรณีโฉนดชุมชน เห็นชอบให้ดำเนินโฉนดชุมชน โดยสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐไปชั่วคราวก่อนจนกว่ากระบวนการพิจารณา ของส่วนราชการหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ตามแต่กรณีจะมีข้อยุติ ส่วนเขื่อนปากมูล ครม.จะพิจารณาในการประชุมวันที่ 28 พ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม นายประชา เปิดเผยด้วยว่า คาดว่าการพูดคุยวันนี้ จะเป็นที่พอใจของผู้ชุมนุม และตนได้ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริษัทขนส่งจำกัด(บขส.)และกรมทางหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมเดินทางกลับภูมลำเนาตลอดเส้นทาง
ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงระหว่างขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม(ขปส.)กับตัวแทน รัฐบาล มีสาระสำคัญดังนี้ 1. จะมีการเร่งรัดเสนอเรื่องโฉนดชุมชน โดยพิจารณาเห็นชอบในหลักการของนโยบายการดำเนินงานโฉนดชุมชน ซึ่งให้ใช้ประโยชน์ที่ของรัฐไปก่อนได้จนกว่ากระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่ รับผิดชอบจะมีผลและกรณีเขื่อนปากมูลให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการ แก้ไขปัญหาขึ้นใหม่ โดยให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 28 พ.ค.
2. เร่งรัดคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการนโยบายเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและแก้ปัญหา กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลและคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขปส.ทั้งที่ดำเนินการได้ข้อ ยุติและยังไม่มีข้อยุติ นำเสนอให้พิจารณาวันที่ 28 พ.ค. 3. รัฐบาลจะเร่งรัดดำเนินการตามนโยบายด้านที่ดินและทรัพยากรตามที่ได้แถลงต่อ สภาอย่างเป็นรูปธรรมและเร่งด่วน โดยระหว่างดำเนินการให้มีการประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนิน การที่เป็นสาเหตุความขัดแย้งหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อน 4. ขอให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของขปส.จัดการประชุมอย่างน้อย 3 เดือน/ครั้ง ส่วนอนุกรรมการให้มีการประชุมอย่างน้อย 2 เดือน/ครั้ง
และ 5.แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาของขปส. โดยมีนายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทยเป็นประธานกรรมการและมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการและตัวแทนขปส.เป็นกรรมการ







