
เติ้งขอคุยแม้วยุติศึก
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หากไม่แก้รัฐธรรมนูญ การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ก็ไม่เกิดประโยชน์ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องรีบประชุม โดยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องรีบช่วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คิดว่าจะยุบสภา หรือแก้รัฐธรรมนูญเมื่อไร บอกให้ชัดเจนจะทำเฉยไม่ได้เพราะเหตุการณ์ร้อนแรงขึ้นทุกวัน
“
อยากบอกนายสุเทพว่า ผมอาจจะเดินหน้าให้ได้ อาจโทรศัพท์บอก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คุยกันหน่อย แต่ถ้าหากว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ไฟเขียวออกมา คิดว่าไปคุยกับเสื้อแดงไม่ได้ เพราะเขาไม่พูดด้วยหรอก แม้แต่ผมเองเขายังไม่พูดด้วย แต่อย่าลืมโลกมันกลม โอกาสหน้าจะพึ่งพาบรรหารหรือไม่ ผมจำอดีตที่ผ่านมาได้ ตอนที่ช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ตั้งรัฐบาลตอนคุณสมัครเป็นนายกฯ ผมก็ถูกผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือไม่ให้เข้าพบ” นายบรรหาร กล่าวนายบรรหาร กล่าวว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคใหญ่ เป็นพรรคแกนนำ โดยเฉพาะเสียงของนายชวนมีในพรรคมาก แต่ถ้าไม่ช่วยนายกฯ ให้บ้านเมืองเดินไปได้ อะไรจะเกิดขึ้นก็ตอบไม่ได้ และอยากบอกว่าเหตุการณ์นี้คล้ายกับเสื้อเหลืองยึดสนามบินสุวรรณภูมิ นึกสังหรณ์ใจตลอดเวลา เหมือนตรงที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย รุ่งขึ้นเสื้อเหลืองออกจากการยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว
สุเทพเชื่อ9เดือนตัดสินยุบพรรค
แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ไม่กังวลคดีเพราะเชื่อมั่นไม่ได้ทำผิด โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มั่นใจจะสามารถชี้แจงในชั้นศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะคดีที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับพรรค อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวบุคคลอยู่บ้าง แต่เพื่อความไม่ประมาทได้เตรียมชื่อพรรคใหม่เอาไว้แล้ว
นายสุเทพ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การทุจริตการเลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องที่บริษัท ทีพีไอ บริจาคเงินให้พรรคประชาธิปัตย์ 258 ล้านบาท แต่เงินไม่ได้นำลงบัญชีให้ถูกต้อง และเกิดตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค แต่มีนายบัญญัติเป็นหัวหน้าพรรค และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็นเลขาธิการพรรค ซึ่งจะต้องไปพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีการให้เงินพรรคประชาธิปัตย์จริงหรือไม่ ถ้าให้จริงเงินไปอยู่ที่ใคร และนำไปทำอะไรบ้าง
นายสุเทพ กล่าวว่า ขั้นตอนในการพิจารณาคดียุบพรรคจากนี้จนถึงศาลรัฐธรรมนูญ หากเทียบกับการยุบพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน จะใช้เวลา 89 เดือน ซึ่งช่วงนั้นนายกรัฐมนตรีกำลังแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติอยู่ และรัฐบาลก็ตั้งใจยุบสภาในอีก 9 เดือนข้างหน้าอยู่แล้ว เรื่องนี้จึงไม่มีผลกระทบ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้คำวินิจฉัยของ กกต. ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้จะเป็นเหมือนชัยชนะ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นชัยชนะโดยสมบูรณ์ พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะต้องติดตามต่อไป เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมแบบสองมาตรฐานที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทยหมดไปให้ได้
นายคมสัน โพธิ์คง อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถต่อสู้ในชั้นศาลได้ เพราะเรื่องนี้มีปัญหาในข้อกฎหมายที่ กกต.ได้วินิจฉัย และเมื่อกระบวนการจบก็อยากเสนอให้มีการยื่นถอดถอน กกต. หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ยืนตาม กกต.







