posttoday
อย่าปั่นฟองสบู่

อย่าปั่นฟองสบู่

20 พฤษภาคม 2556

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความกังวลใจในเรื่องของการเกิดฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีสัญญาณการเก็งกำไร โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า และพื้นที่เศรษฐกิจหลายจังหวัด โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีความกังวลใจในเรื่องของการเกิดฟองสบู่ในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีสัญญาณการเก็งกำไร โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า และพื้นที่เศรษฐกิจหลายจังหวัด โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาปริมาณหนี้ครัวเรือนของประชาชนเพิ่มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น และการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการประชานิยมของรัฐบาล

ธปท.เป็นกังวลกับปัญหาดังกล่าว อาจจะเร่งตัวมากขึ้น และก่อปัญหากับระบบเศรษฐกิจหากลดดอกเบี้ยลง จึงยังไม่ตัดสินใจที่จะลดดอกเบี้ยลง แต่ได้เริ่มส่งสัญญาณความกังวลใจด้วยการขอความร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินในความดูแล ให้ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ สำหรับคนที่กู้เงินซื้อบ้านหลังที่ 2 และหลังที่ 3 ว่าจะมีความสามารถในการชำระหนี้ได้หรือไม่

นอกจากนี้ ก็ให้ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อโครงการ หากโครงการอสังหาริมทรัพย์ใดมีผู้ซื้อน้อยเกินไปก็ให้ระวังจะเป็นหนี้เสียเช่นกัน รวมทั้งให้ระวังการปล่อยกู้ซื้อบ้านดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน 9 เดือน ที่ได้มีการจัดโปรโมชั่นกันมาก่อนหน้านี้

ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์ให้ความร่วมมือกับ ธปท.อย่างดี เพื่อที่จะสกัดฟองสบู่เศรษฐกิจ แต่สิ่งที่ ธปท.ขอให้ระวังกลับไปเกิดขึ้นกับธนาคารของรัฐ ธนาคารรัฐหลายแห่งกลับแข่งขันระดมเงินฝากด้วยการขึ้นดอกเบี้ยผ่านการระดมเงินฝากเป็นโปรโมชั่นเป็นช่วงๆ

นอกจากนี้ ยังให้โปรโมชั่นเงินกู้สินเชื่อเคหะดอกเบี้ย 0% และให้กู้กับผู้ซื้อบ้านราคาระดับกลางค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ ธปท.เป็นห่วง

การดำเนินธุรกิจที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจ เพียงเพื่อสนองความต้องการของรัฐ ที่ต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวในระดับสูง เพื่อให้จำนวนหนี้สาธารณะลดลง ภาพเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ได้ส่งผลให้เกิดเงินไหลเข้ามาในประเทศมากขึ้น ทำให้เงินบาทแข็งค่า รัฐบาลเองก็อยากให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง

เมื่อการดำเนินนโยบายสวนทางกันไปมา ทำให้เห็นภาพความขัดแย้งในเชิงนโยบาย ซึ่งสร้างความสับสนแก่สาธารณชน และที่ผ่านมาธนาคารของรัฐก็มีฐานะอ่อนแอลงมาก หลายแห่งต้องขอกระทรวงการคลังเพิ่มทุน เพราะมีหนี้เสียมากจนไม่สามารถดำรงเงินกองทุนตามกฎหมายได้

ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์หากบริหารงานเจ๊ง ผู้ถือหุ้นคือเอกชนต้องรับภาระเพิ่มทุนเอง และรัฐบาลก็ไม่ได้คุ้มครองเงินฝาก 100% แต่ธนาคารรัฐผู้ถือหุ้นคือรัฐบาล เงินเพิ่มทุนคือภาษีประชาชน รัฐบาลคุ้มครองเงินฝาก 100% ทำให้เกิดการเปรียบเทียบการบริหารงานระหว่างธนาคาร 2 ประเภทได้ชัดเจน สมควรหรือไม่ที่จะใช้ธนาคารของรัฐปั่นฟองสบู่เศรษฐกิจ เป็นคำถามที่รัฐบาลต้องตอบ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69