
ซัดแผนจัดการน้ำ3.5แสนล.ชาวบ้านไม่มีส่วนร่วม
เครือข่ายภาคประชาชนออกแถลงการณ์ค้านแผนบริหารน้ำของรัฐบาล ชี้ไม่ฟังเสียชาวบ้าน-ขาดการมีส่วนร่วม จวก"ปลอด"อวดอ้าง
เครือข่ายภาคประชาชนออกแถลงการณ์ค้านแผนบริหารน้ำของรัฐบาล ชี้ไม่ฟังเสียชาวบ้าน-ขาดการมีส่วนร่วม จวก"ปลอด"อวดอ้าง
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. เครือข่ายภาคประชาชนในลุ่มน้ำภาคเหนือ และภาคอีสาน นำโดยนายนิวัตร ร้อยแก้ว จากกลุ่มรักษ์เชียงของ ได้ออกแถลงการณ์ “การจัดการทรัพยากรน้ำต้องมีส่วนร่วม เคารพสิทธิมนุษยชน สร้างมาตรฐานสิ่งแวดล้อมภูมิภาค” ภายหลังจากการประชุมร่วมกันในเวทีภาคประชาชน “การจัดการน้ำ : ผู้นำต้องฟังเสียงจากรากหญ้า” ซึ่งจัดขึ้นที่ร้านหนังสือบุ๊ครีพับลิก ถนนคลองชลประทาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่
นายนิวัตรกล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนในลุ่มน้ำภาคเหนือ และภาคอีสาน มีข้อกังวลและข้อเสนอต่อปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในประเทศไทย และในระดับภูมิภาค ได้แก่ กรณีโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยภายใต้เงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลวางแผน และตัดสินใจเองโดยไม่มีการหารือกับภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความคิดที่หลากหลาย อีกทั้งยังดำเนินการอย่างเร่งรีบ ไม่มีขั้นตอน และมาตรการรองรับว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้จริง มีการนำเสนอโครงการเขื่อนในพื้นที่ต่างๆ โดยที่ชาวบ้านไม่ได้รับทราบข้อมูล และไม่สามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้
นอกจากนี้ยังมีปัญหาการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการสร้างเขื่อนก็ขาดหลักธรรมาภิบาล และขาดการคำนึงถึงข้อกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน เช่น การสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงของจีน ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในลุ่มน้ำโขง และยังไม่มีการหยิบยกขึ้นมาแก้ไข การสร้างเขื่อนอีกหลายแห่งในแม่น้ำโขงตอนล่าง และในแม่น้ำสาละวิน โดยให้ความสำคัญในด้านเศรษฐกิจ และการพัฒนาโดยไม่ใส่ใจเรื่องระบบนิเวศวิทยา
จากสถานการณ์ดังกล่าว เครือข่ายภาคประชาชนในลุ่มน้ำภาคเหนือ และภาคอีสานจึงขอแสดงจุดยืนคัดค้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำที่ไม่เคารพสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเห็นว่า ระบบสั่งการแบบรวมศูนย์ไม่ใช่คำตอบของการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศอีกด้วย
เครือข่ายภาคประชาชนในลุ่มน้ำภาคเหนือ และภาคอีสานระบุด้วยว่า การที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี อ้างถึงการจัดการประชุมระดับผู้นำด้านน้ำที่จังหวัดเชียงใหม่ การเลือกเวียงกุมกาม เป็นสถานที่เลี้ยงต้อนรับผู้นำ และการรับบทเป็นพญามังรายในการแสดงต้อนรับผู้นำ ว่าต้องการสื่อถึงแนวคิดด้านการบริหารจัดการน้ำของพญามังรายนั้น ถือเป็นการอวดอ้าง และยกตนขึ้นเทียบ
"เรื่องดังกล่าวเป็นการฉวยโอกาสนำเอาแนวคิดด้านการจัดการน้ำของพญามังราย ซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมในแนวทางบริหารจัดการน้ำของรัฐ ทั้งที่ในความเป็นจริง การบริหารจัดการน้ำของรัฐไม่ได้ทำโดยเคารพนับถือธรรมชาติ รับฟังเสียงของประชาชน และตั้งมั่นบนหลักของศาสนา เหมือนที่พญามังรายทำแต่อย่างใด"เครือข่ายภาคประชาชนฯระบุ







