
เคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียมกับการเมือง
...ชาลอต โทณวณิก
ขอสารภาพว่าขณะที่เขียนบทความอยู่นี้ จิตใจหดหู่สุดๆ เนื่องมาจากตัวดิฉันเองอยู่ที่ Las Vegas แต่ขณะเดียวกันที่ประเทศไทยกลายเป็นเสมือนแดนมิคสัญญีไปเรียบร้อยแล้ว จากการปะทะจนมีคนบาดเจ็บล้มตายโดยเฉพาะการที่มีนักข่าวต่างชาติมาเสียชีวิต
การมา Las Vegas ครั้งนี้ก็เพื่อมาร่วมงานแสดงอุปกรณ์ด้านวิทยุโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่บุคคลวงการสื่อมารวมกันมากที่สุด
การมาดูงานเทคโนโลยีนั้น จะทำให้เห็นทิศทางของวงการสื่อที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยี โดยเฉพาะโทรทัศน์ที่ดิฉันทำงานเกี่ยวข้องอยู่ว่าจะมีทิศทางไปทางไหน บางครั้งเป็นทิศทางระยะยาว 3 ถึง 5 ปี เพราะจะต้องมีการพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อรองรับทิศทางนั้นๆ เช่น เมื่อหลายปีที่แล้วในงานจะมีการแสดงถึงแนวโน้มของ High Definition (HD TV) ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายประเทศเป็น HD TV อย่างสมบูรณ์ เช่น ในประเทศญี่ปุ่นนั้น TV ภาพคมชัดใสแจ๋ว ปีนี้ที่จะมีการพูดถึงคือ โทรทัศน์ 3 มิติ ซึ่งจะต้องมีทั้งกระบวนการด้านอุปกรณ์การผลิต การออกอากาศ การรับชม เนื่องจากนับวันผู้ชมก็จะมีความต้องการที่จะได้สัมผัสอะไรที่มัน real คือ จริงมากขึ้น การที่เทคโนโลยีมีการพัฒนามาตลอด ทำให้การลงทุนบางอย่างถูกลง ที่เห็นชัดเจน คือ การลงทุนด้านเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมนั้น ปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆ ถูกลงมาก
ประกอบกับเรื่องของกฎหมายที่มีการรองรับธุรกิจเคเบิลทีวี และมีการวัดเรตติ้งในเคเบิลทีวีเหมือนกับฟรีทีวี ทำให้ทางเจ้าของสินค้า และเจ้าของคอนเทนต์ต่างๆ หันมาสนใจธุรกิจนี้มากขึ้น และยังมีอีกมากที่กำลังสนใจจะเข้ามาเล่นในสนามนี้
แต่ส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าตัวเองเป็นช่อง TV ดาวเทียม เพราะการส่งสัญญาณออกไปนั้น จะเป็นการส่งผ่านดาวเทียมทุกราย และหากใครมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม และหันไปยังทิศทางที่มีการส่งสัญญาณเข้ามา ก็จะสามารถรับได้ หากว่าช่องนั้นๆ ไม่ได้มีการล็อก (encript) สัญญาณ
ความจริงก็คือ แม้ว่าบอกว่าตัวเองเป็นช่องดาวเทียมก็ตามแต่ก็ยังหวังพึ่งเคเบิลทีวี ซึ่งมีอยู่กว่า 500 รายทั่วประเทศในปัจจุบัน เพราะเคเบิลทีวีมีการบริหารจัดการโดยการที่มีสมาชิกแน่นอน สามารถนับจำนวนสมาชิก รวมถึงมีการวัดเรตติ้งเหมือนฟรีทีวี การพึ่งเคเบิลทีวี คือการที่ให้เคเบิลโอเปอเรเตอร์มีการนำช่องของตัวเองไปลงให้สมาชิกได้รับชม เพื่อการที่สามารถวัดเรตติ้งได้ดังที่ได้กล่าวมา จะได้ไปขายให้กับเจ้าของสินค้าได้
ครั้งนี้เพียงแต่จะเกริ่นเรื่องเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม ที่มีความซับซ้อนในความเข้าใจอยู่ แต่อยากจะบอกว่าในปีนี้จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในธุรกิจ new media ที่เกี่ยวข้องกับเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียม
โดยผู้ประกอบการก็จะมีการขยายฐานรับชมให้มากขึ้น เจ้าของคอนเทนต์ก็จะเปิดช่องต่างๆ มากขึ้น เสมือนแมลงเม่า แต่ความจริงแล้วการทำธุรกิจนี้ยังมีกลไกที่ลึกซึ้งที่จะต้องทำความเข้าใจอีกมากจะได้ไม่กลายเป็นเข้ากองไฟ
ที่ใส่หัวข้อว่าเคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียมกับการเมืองนั้น ดิฉันมองว่ากฎหมายไล่ตามธุรกิจและเทคโนโลยีไม่ทัน ดังนั้น จึงมีช่องว่างและมีการนำมาใช้กันในด้านอื่น นอกจากสาระและบันเทิง คือ ด้านการเมือง ดังที่เราเห็นกันอยู่ เพราะสื่อทีวีนั้นสามารถสร้างอารมณ์ร่วมได้มาก และอยู่กับชีวิตประจำวันชาวบ้านมากที่สุด ขนาดตัวอิจฉาในละครยังจะถูกแม่ค้าเอาทุเรียนขว้างได้ การรับฟังรับชมทุกวันย่อมเกิดความซึมซับและอารมณ์ร่วมแน่นอน
บอกได้เลยว่าจากนี้ไป จะมีการใช้ทีวีดาวเทียมเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากขึ้น นอกจากมีช่องดาวเทียมทางการเมืองเช่นปัจจุบันแล้ว จะมีการแจกจานดาวเทียมให้แก่ชาวบ้าน เพื่อที่จะรับชมช่องการเมืองนั้น และก็จะสามารถได้ฐานเสียงและคะแนนเสียงในการเลือกตั้งต่อไป
ใครจะมาบอกว่าการแจกอะไรจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง วิชามารมีมากมาย อะไรก็เกิดได้ทั้งนั้น จากนี้ไปทีวีดาวเทียมกับการเมืองจะเป็นของคู่กันเพราะมีคนคำนวณแล้วว่าคุ้ม
ถึงไม่ใช่หมอลักษณ์ก็ขอฟันธง และแม้ไม่ใช่หมอกฤษณ์ก็ขอ confirm!







