
หอฯระบุเจรจาการค้าเลื่อน 30%
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้คู่ค้าหรือผู้นำเข้าสินค้าไทย เริ่มมีความเป็นห่วงความไม่สงบที่เกิดขึ้นในเมืองไทยว่าจะมีผลต่อการสั่งสินค้าและสัญญาส่งสินค้าได้ เนื่องจากลูกค้ากังวลว่าจะไม่ได้รับสินค้าในปริมาณและตรงตามวันเวลาที่กำหนด ซึ่งอาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจไปซื้อสินค้าจากที่อื่นแทน โดยขณะนี้ลูกค้าบางรายขอเลื่อนการเดินทางมาเจรจาการค้าที่เมืองไทยออกไปก่อนประมาณ 2030% ของกำหนดนัดหมายเดิมแล้ว
“
ในช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่ไทยส่งสินค้าสำหรับฤดูร้อนให้ลูกค้าในต่างประเทศ และจะเริ่มเปิดการเจรจา มีการเดินทางมาดูสินค้าในเมืองไทย ก่อนที่จะมีคำสั่งซื้อสำหรับนำไปจำหน่ายช่วงเทศกาลคริสต์มาสปลายปี ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะซื้อสินค้าจากประเทศไหน หากไทยยังมีปัญหาและมีการเลื่อนการเจรจาไปนานๆ จะทำให้เสียโอกาสในการรับคำสั่งซื้อได้” นายสมเกียรติ กล่าวทั้งนี้ การค้าของไทยยังคงมีพื้นฐานที่ดี ทั้งด้านวัตถุดิบ ต้นทุนการผลิต และคุณภาพสินค้า การส่งสินค้าได้ตรงเวลาถูกต้อง ถ้าสามารถสร้างความสงบภายในประเทศได้เร็วๆ นี้ น่าจะใช้เวลาประมาณ 23 เดือน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อต่างประเทศ และยืนยันกับลูกค้าได้ถึงสถานการณ์ที่แน่นอน เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถยืนยันกับลูกค้าได้เช่นเดียวกัน
นายสมเกียรติ กล่าวว่า ลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่เห็นภาพของประเทศไทยผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งภาพที่สื่อออกไปค่อนข้างเป็นภาพในเชิงลบ ต่างจากก่อนหน้านี้ที่รัฐบาลประกาศว่าจะไม่ใช้ความรุนแรง จึงทำให้นักธุรกิจต่างชาติเกิดความไม่มั่นใจและสับสน และเริ่มสอบถามถึงสถานการณ์เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น สถานการณ์เช่นนี้เห็นว่าควรจะมีการเจรจากันรอบที่ 3 ไม่อย่างนั้นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีทางจบลง เพราะรัฐบาลคงไม่สามารถใช้กำลังไปปราบปรามผู้ชุมนุมอีกครั้งได้ แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ประกาศชัดเจนจะไม่เจรจาและให้นายกรัฐมนตรียุบสภาทันที โดยภาคเอกชนเห็นว่า คงจะยุบสภาทันทีไม่ได้ เพราะมีปัญหาอื่นที่รัฐบาลต้องเร่งสะสางอีกมาก เช่น การออกกฎเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุความรุนแรงและครอบครัวที่สูญเสียจากการชุมนุม และสภาหอการค้าฯ ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งการท่องเที่ยว การบริโภคภายใน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งหลังจากนี้ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ปัญหา โดยไม่ว่าวิธีอะไรขอให้ทำเพื่อยุติความขัดแย้งให้จบโดยเร็ว เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้จะไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจเลย
ส่วนความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อหรือสอบถามเข้ามา เนื่องจากติดช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ แต่เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติติดตามสถานการณ์การเมืองและการชุมนุมอยู่ หากหลังเทศกาลสงกรานต์สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย สภาหอการค้าฯ จะเรียกประชุมคณะกรรมการ เพื่อประเมินสถานการณ์และข้อเสนอแนะต่อทุกฝ่ายเพื่อให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะปกติ เหตุการณ์ขณะนี้ส่งผลกระทบทางจิตวิทยารุนแรงมากต่อภาพลักษณ์ของเมืองไทย ถ้าปล่อยยืดเยื้อจะกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบเศรษฐกิจและลดศักยภาพการแข่งขันของไทยในตลาดโลก







