
สร้างสมดุลศก.
ปัญหาความขัดแย้งในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังของรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่มีวันจบได้โดยง่าย หากทั้งสองฝ่ายไม่มีทางที่จะมีมุมมองทางเศรษฐกิจที่เหมือนกันได้
ปัญหาความขัดแย้งในการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังของรัฐบาลกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะไม่มีวันจบได้โดยง่าย หากทั้งสองฝ่ายไม่มีทางที่จะมีมุมมองทางเศรษฐกิจที่เหมือนกันได้
หลังจากที่ ธปท.ใช้วิธีการนิ่งเงียบ ไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนหน้าหรือเปลี่ยนคนมาพูดกดดันให้ ธปท.ลดดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขปัญหาเงินบาทแข็งค่า เพื่อช่วยเหลือการส่งออก ในที่สุดแล้ว ธปท.ก็จำเป็นต้องออกมาพูดเพื่อชี้แจงเหตุผลต่อสาธารณชน
การส่งหนังสือชี้แจงของ ธปท.นับเป็นการต่อสู้ที่ฉลาด เพราะไม่ได้เผชิญหน้าอันจะนำไปสู่บรรยากาศการทำงานที่แย่ลงไปอีก และเหตุผลที่ ธปท.ยกขึ้นมาคือ การสร้างความเชื่อมั่นและดับการคาดเดาว่า เงินเฟ้อและเศรษฐกิจของไทยจะสูงลิ่วในอนาคต
สิ่งที่ ธปท.พยายามอธิบายว่า เมื่อเศรษฐกิจในประเทศมีดุลยภาพ อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปีนี้อาจจะสูงถึง 5% จากการที่รัฐบาลจะลงทุนโครงการขนาดใหญ่ 2 ล้านล้านบาท
อีกทั้งขณะนี้กำลังเกิดปัญหาเงินท่วมโลก จากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น ทำให้เงินไหลเข้ามาในประเทศภูมิภาคเอเชียทั้งหมด
ทั้งสองเหตุการณ์นี้เป็นตัวการที่ทำให้เงินไหลเข้ามาในประเทศ ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่ามากจนก่อให้เกิดผลกระทบต่อการส่งออก
เมื่อมีเหตุก็มีผล สิ่งที่ ธปท.ชี้แจงก็คือ ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาก็ควรจะใช้วิธีการหารืออย่างใกล้ชิดระหว่างกระทรวงการคลัง กับ ธปท.
แต่การหารือของทั้งสองหน่วยงานเกิดขึ้นแบบขอไปที เพราะไม่ว่า ธปท.จะเสนอมาตรการใดๆ ขึ้นไป ทางกระทรวงการคลังก็จะยืนกรานให้ ธปท.ต้องลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
หากไม่มีการพบกันครึ่งทาง ปัญหาความขัดแย้งก็จะไม่จบ และอาจจะมองได้ว่า รัฐบาลมีเจตนาซ่อนเร้นใดๆ หรือไม่ ในการกดดัน ธปท.ในการแก้ไขปัญหาค่าเงินบาท ด้วยการลดดอกเบี้ยเพียงวิธีการเดียว ไม่ยินยอมให้ใช้แนวทางอื่น
ดังนั้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลถูกมองว่ามีเป้าหมายที่แท้จริงคือการปลดผู้ว่าการ ธปท. หรือการสนับสนุนให้เกิดเศรษฐกิจฟองสบู่ หรือต้องการแก้ไขปัญหาการส่งออกกันแน่
เป็นที่รู้กันดีว่าความเชื่อมั่นนั้น เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลเศรษฐกิจ หากความเชื่อมั่นไม่เกิดก็จะก่อปัญหาต่อเศรษฐกิจ และสร้างปัญหาอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาเช่นกัน
การที่เศรษฐกิจขยายตัวดี ก็เป็นผลงานของรัฐบาล หากเกิดฟองสบู่ขึ้นมา ก็ต้องนับว่าเป็นผลงานของรัฐบาลเช่นกัน ดังนั้นรัฐบาลหันมามองดุลยภาพทางเศรษฐกิจในภาพรวมมากกว่าจะเน้นให้ลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวอาจจะดีกว่าธปท. ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า ธปท. จะยังคงดำเนินการตามหลักการและมาตรฐานในการดำเนินงานของธนาคารกลางที่เป็นที่ยอมรับตามหลักสากล โดยยึดมั่นต่อพันธกิจตามกฎหมายในการดูแลรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจการเงิน และมุ่งทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งเช่นที่เคยเป็นมา เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนของเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนคนไทยสืบไป







