posttoday
ปะทะเสียชีวิต ฉุดเที่ยวไทยถึงจุดต่ำสุด

ปะทะเสียชีวิต ฉุดเที่ยวไทยถึงจุดต่ำสุด

12 เมษายน 2553

นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (ทีทีเอเอ) กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดการปะทะกันระหว่างทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ภาพดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เข้าสู่จุดต่ำสุดอีกครั้ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะมีวงกว้างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการตอกย้ำภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้นแบบซ้ำๆ ในประเทศไทย

ทั้งนี้ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจะได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยเฉพาะตลาดเอเชีย อย่างบริษัททัวร์สาธารณรัฐประชาชนจีนเตรียมนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาประเทศไทยในช่วงสงกรานต์จะขาดทุนอย่างหนัก เพราะนักท่องเที่ยวยกเลิกการเดินทาง 100% แต่ผู้ประกอบการได้วางเงินมัดจำสายการบินและโรงแรมที่พักไว้ล่วงหน้า ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จะกระทบต่อยอดการจองในอีก 34 เดือนข้างหน้า เชื่อว่าจะไม่มียอดใหม่เข้ามา ขณะที่นักท่องเที่ยวที่จองไว้จะทยอยยกเลิกการเดินทางมา

“ทัวร์จีนที่ทำเส้นทางมาไทยช่วงนี้เจ๊งระนาวทั้งผู้ประกอบการจีนและผู้ประกอบการไทย นับจากนี้ทำให้บริษัททัวร์ที่จะทำโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวไทยไม่กล้าลงโฆษณา เพราะบ้านเมืองไทยไม่มีความแน่นอน นักท่องเที่ยวจะย้ายการเดินทางไปเที่ยวประเทศอื่นแทนไทย” นายเจริญ กล่าว

นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นายสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการ ททท. ได้เรียกประชุมผู้บริหารและผู้ประสานการทำงานร่วมกันระหว่างศูนย์การอำนวยความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงประสานการให้ความช่วยเหลือผู้สื่อข่าวชาวเยอรมันที่ได้รับบาดเจ็บ และนักข่าวชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิต ตามโครงการประกันภัยให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เกิดจากเหตุจลาจล

ทั้งนี้ ททท.ได้ปรับแนวทางการโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ที่เตรียมลงโฆษณาในช่วงเดือนเม.ย.พ.ค.นี้ จนกว่าเหตุการณ์จะสงบ รวมถึงการเตรียมแผนเชิงรุกตลาดแบบฮาร์ดเซลส์ และการนำเสนอสินค้าและบริการแบบโปรดักต์อัพเดต แทนการโรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยว

“ททท.ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบต่อการท่องเที่ยวของประเทศ แต่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ หากการชุมนุมยุติลง คาดว่าจะใช้เวลา 23 เดือน ในการฟื้นฟูภาพลักษณ์ให้กลับคืนมาได้อีกครั้ง” นายประกิตติ์ กล่าว

ด้านการออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยวต่างชาติห้ามเดินทางมาประเทศไทย ขณะนี้มี 7 ประเทศ ที่รัฐบาลได้ประกาศเตือนห้ามการเดินทางมาในระดับสูงสุด ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเทศซาอุดีอาระ…เบีย รัสเซีย สเปน ฮ่องกง ออสเตรีย และสาธารณรัฐเช็ก โดยกลุ่มประเทศดังกล่าวส่วนใหญ่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยในแต่ละปีจำนวนน้อย มีเพียงฮ่องกงที่เดินทางเข้าไทยจำนวนมาก ซึ่ง ททท.จะเร่งสร้างความเข้าใจในลำดับต่อไป

นายอภิชาติ สังฆอารี กรรมการสหพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (เฟตตา) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าจะจบในรูปแบบใด เพราะขณะนี้ยังไม่มีบทสรุปว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เนื่องจากการปะทะกันในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ไม่ได้ข้อสรุป การชุมนุมยังคงยืดเยื้อต่อไป รัฐบาลไม่สามารถเคลียร์สถานการณ์ให้จบได้

“เอกชนต้องการให้ทั้งสองฝ่ายเจรจาหาข้อยุติโดยเร็ว เพราะเชื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นหลายฝ่ายได้ประเมินไว้ล่วงหน้าแล้วว่าต้องเกิดการปะทะและมีความรุนแรงเกิดขึ้น แต่การท่องเที่ยวไทยจะเดินหน้าไปอย่างไรต่อ ต้องให้มีความชัดเจนก่อน” นายอภิชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในครั้งนี้เชื่อว่าประเทศไทยต้องใช้เวลาในการฟื้นภาพลักษณ์ให้กลับคืนประเทศในอีก 2 ปีข้างหน้า เพราะครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดซ้ำรอย ซึ่งคาดว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเข้าไทยเพียง 1112 ล้านคน

นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยญี่ปุ่น เปิดเผยว่า สมาคมได้ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่าใน 23 วันนี้ รัฐบาลจะมีความชัดเจนเรื่องการเตือนนักท่องเที่ยวมาไทย ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะทยอยยกเลิกการเดินทางมาท่องเที่ยวไทยในช่วง 23 เดือนข้างหน้า เพราะไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย

ส่วนนักข่าวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เพราะนักข่าวเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม แต่เชื่อว่าในส่วนนี้นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะแยกแยะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ว่าการเดินทางมาเที่ยวไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่จะไม่เดินทางมาเพราะไม่เชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า เชื่อว่านักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะยกเลิกการเดินทางมาไทย โดยต้องรอดูสถานการณ์ว่าจะจบอย่างไร ถ้าจบเร็วและภาครัฐเร่งฟื้นฟู อาจทำให้ช่วงปลายปีพลิกฟื้นกลับมาได้ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยราว 89 แสนคน เทียบกับเป้าหมายที่ ททท.ตั้งไว้1.2 ล้านคน

นายเอนก กล่าวว่า ขณะนี้ต้องการให้ททท.ชะลอแผนการทำตลาดญี่ปุ่น เนื่องจากการทุ่มโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมถึงการทำฮาร์ดซลล์ ในช่วงนี้จะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะถ้าเหตุการณ์ไม่สงบการกระตุ้นให้เดินทางมาจะไม่เกิดประโยชน์

“ททท.ต้องปรับแผนการทำตลาดใหม่ โดยพิจารณาอย่างลึกซึ้งว่าตลาดไหนควรลงงบหรือไม่ เพราะจะทำให้เสียงบประมาณ แต่ไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา” นายเอนก กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ