posttoday
เช็กคดีแก้รธน."4คำร้อง"ในอุ้งมือศาล

เช็กคดีแก้รธน."4คำร้อง"ในอุ้งมือศาล

06 พฤษภาคม 2556

จาก 4 คำร้องทั้งหมดถึงจะต่างที่มาต่างข้อเท็จจริงในบางกรณี แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในครั้งนี้ให้ได้

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ศึกชิงอำนาจผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญงวดเข้ามาทุกขณะ ด้านหนึ่ง “คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ทั้ง 3 คณะ ลงลึกในรายละเอียดเป็นรายมาตรา มีความเป็นไปได้สูงที่จะเสนอให้รัฐสภาลงมติในวาระที่ 2 และ 3 ช่วงการประชุมสมัยวิสามัญปลายเดือน พ.ค.นี้

อีกด้านเป็นของ “ศาลรัฐธรรมนูญ” หลังรับคำร้องจากกลุ่มค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้เป็นโมฆะ แม้ว่า สส.พรรคเพื่อไทยและ สว.เลือกตั้งบางส่วนที่ลงชื่อสนับสนุนการแก้ไข ประกาศไม่ส่งคำชี้แจง โดยอ้างว่าศาลไม่มีความชอบธรรม แต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อการทำงานของศาล เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้ยืนยันอีกครั้งว่า การรับคำร้องกระทำตามขั้นตอนถูกต้อง

ปัจจุบัน ศาลรัฐธรรมนูญมีคิวต้องวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ จำนวน 3 คำร้องตามลำดับ ประกอบด้วย

1.คำร้องของ สมชาย แสวงการ สว.สรรหา

2.คำร้องของ บวร ยสินทร ประธานเครือข่ายราษฎรอาสาปกป้องสถาบัน

3.คำร้องของ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สว.สรรหา

ซึ่งทุกคนล้วนเคยมีส่วนต่อการสกัดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยเมื่อปีที่แล้วจนสำเร็จมาแล้ว

โดยทั้ง 3 คำร้องล้วนมีข้อเท็จจริงที่อธิบายไปในทำนองเดียวกัน คือ “การแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราเป็นการกระทำการที่ส่อไปในทางกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ด้วยการเสนอแก้ไขตัดสิทธิของบุคคลในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ”

ทั้งนี้ คำอธิบายที่เป็นสาระสำคัญอยู่ที่การระบุว่า สิทธิและเสรีภาพของประชาชนได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การกระทำใดๆ ที่กระทบต่อสิทธิของประชาชนจะไม่สามารถทำได้

ล่าสุดได้มีอีกคำร้องหนึ่งที่เพิ่งยื่นเข้าไปเป็นของ ไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ร่วมกับ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และ คมสัน โพธิ์คง อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2550 (ส.ส.ร.) สรุปว่า ขณะนี้มีเรื่องร้องเรียนให้สกัดการรื้อรัฐธรรมนูญรายมาตราแล้วทั้งสิ้น 4 คำร้อง

สำหรับคำร้องของ สว.และอดีต ส.ส.ร. แม้จะมีข้อเท็จจริงเดียวกันกับ 3 คำร้องก่อนหน้านี้ แต่มีการนำกรณี การ “สไกป์” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยหลายครั้งมาเป็นหลักฐาน ได้แก่ คลิปวิดีโอ 12 คลิป บทสัมภาษณ์ 2 บทความ ข่าวหนังสือพิมพ์ 17 ชุด เพื่อชี้ให้ศาลเห็นว่า การแก้ไขครั้งนี้ขาดความชอบธรรมอย่างไร

“ผู้ถูกร้องที่ 1 (พ.ต.ท.ทักษิณ) ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่เป็นนักโทษหลบหนีหมายจับของศาลถึง 6 คดี ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวกับการกระทำขัดต่อความสงบเรียบร้อยของสังคมและเป็นผู้ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

...การกระทำรวมกันของผู้ถูกร้องที่ 2 (สส.พรรคเพื่อไทย 283 คน) ที่ทำตามคำสั่งของผู้ถูกร้องที่ 1 ซึ่งไม่สามารถใช้อำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงเป็นการกระทำที่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ” สาระสำคัญในคำร้องที่ยื่นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

จาก 4 คำร้องทั้งหมดถึงจะต่างที่มาต่างข้อเท็จจริงในบางกรณี แต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ ล้มการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในครั้งนี้ให้ได้

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก