posttoday
3จี อย่าเอาแต่ขู่

3จี อย่าเอาแต่ขู่

02 พฤษภาคม 2556

ยังคงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปอีกยก สำหรับผู้ใช้มือถือที่จะเปลี่ยนมาใช้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ว่าในที่สุดแล้ว ค่าบริการ ทั้งสำหรับบริการด้านเสียงและบริการไม่ใช้เสียงจะสามารถลดลง 15% ตามที่กฎหมายระบุหรือไม่?

ยังคงต้องร้องเพลงรอกันต่อไปอีกยก สำหรับผู้ใช้มือถือที่จะเปลี่ยนมาใช้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ว่าในที่สุดแล้ว ค่าบริการ ทั้งสำหรับบริการด้านเสียงและบริการไม่ใช้เสียงจะสามารถลดลง 15% ตามที่กฎหมายระบุหรือไม่?

แม้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะมีมติออกมาในการประชุมครั้งล่าสุด ให้ผู้ให้บริการ 3จี ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ค ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค บริษัทในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ในเครือของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ต้องลดค่าบริการลง 15% แต่ในทางปฏิบัติยังไม่แน่ว่า ผู้ใช้บริการทุกคนจะได้ราคาที่ถูกลง 15% เหมือนๆ กัน

เพราะจากการเลี่ยงบาลีของผู้ให้บริการ อาจทำให้โปรโมชั่น 3จี ใหม่ที่ออกมาผู้บริโภคได้รับการลดค่าบริการ 15% ไม่ครบทุกโปรโมชั่น เช่น บางโปรโมชั่นลดราคา 20% แต่โปรโมชั่นอื่น ลด 5% หรือ 10% และโปรโมชั่นที่เหลืออาจไม่ลดราคา โดยอ้างว่าเมื่อคำนวณโปรโมชั่นทั้งหมดแล้ว ราคาจะลดลง 15%

หากเป็นกรณีนี้ผู้บริโภคแต่ละรายจะได้รับการลดค่าบริการไม่เท่ากัน หรือบางรายไม่ได้ลดราคาบริการเลย และกลายเป็นว่าผู้บริโภคจะต้อง “ฉลาดเลือก” โปรโมชั่นบริการ 3จี ให้รอบคอบมากที่สุดด้วยตนเอง

เป็นการผลักภาระการคุ้มครองดูแลผู้บริโภคมาให้ผู้บริโภคดูแลคุ้มครองตนเอง อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น!

เนื่องด้วยว่า กทค.ควรจะต้องทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลมาตรฐานการให้บริการโทรคมนาคมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า กทค.จะเอียงไปยืนอยู่ข้างผู้ประกอบการมากกว่า

แม้นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. และกรรมการ กทค. เสียงข้างน้อย กล่าวว่า ค่าบริการ 3จี ในแต่ละโปรโมชั่นอาจจะลดราคาไม่เท่ากันได้ แต่เมื่อคำนวณโปรโมชั่นทั้งหมด ค่าบริการต้องลดลงเฉลี่ย 15% ซึ่งหากเอกชนออกโปรโมชั่นบางรายการและปรับขึ้นราคาค่าบริการด้วย อ้างว่าเมื่อคำนวณโปรโมชั่นเฉลี่ยทั้งหมดค่าบริการลดลง 15% แล้วนั้น ถือว่าทำผิดกฎหมาย เพราะตามกฎหมาย ทุกโปรโมชั่นต้องลดลง 15%

นอกจากการออกมาขู่เบาๆ ว่าจะมีมาตรการกำกับดูแลจากเบาไปหาหนัก ตั้งแต่การแจ้งเตือน มาตรการปรับ และการเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว กทค.ควรจะเลิกหลับตาหนึ่งข้าง มองไม่เห็นเงื่อนไขที่ซุกซ่อนอยู่ในสัญญาที่เอาเปรียบผู้ใช้ และออกมาทำหน้าที่สร้างความเป็นธรรมให้แก่ธุรกิจและผู้บริโภคอย่างเท่าเทียมกัน

ตรวจสอบและคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภคอย่างแท้มาอยู่เคียงข้างผู้บริโภคจริง

ราคาค่าบริการ 3จี ที่ใช้คำนวณจากโปรโมชั่นเฉลี่ยของบริการ 2จีเดิม ก็

าบริการต้องถูกลง 15% ไม่ครบทุกโปรโมชั่น กทค.ใช้หลักคำนวณเฉลี่ยโปรโมชั่นทั้งหมด เตือนผู้บริโภคตรวจสอบราคาให้รอบคอบ

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน และประธาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ กทค.ได้มีมติให้

ทั้งนี้ค่าบริการ 3จีที่ลดลง 15% ให้ผู้บริโภคใช้หลักพิจารณาจาก 1.ถ้าผู้ประกอบการใช้โปรโมชั่นเดิม 2จีมาเป็นโปรโมชั่น 3จี ค่าบริการต้องถูกลง 15% ซึ่งผู้บริโภคสามารถคำนวณได้ทันที จากราคาของโปรโมชั่นเดิม 2.ถ้าผู้ประกอบการออกโปรโมชั่นใหม่ ค่าบริการต้องถูกลง 15% ซึ่ง กทค.ใช้หลักพิจารณาจากค่าบริการเฉลี่ยของบริการทุกโปรโมชั่น ของผู้ให้บริการ 2 จีรายเดิม ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.2555 แต่ไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้สำนักงาน กสทช.ไปทำอัตราขั้นสูงของค่าบริการ 3จีอย่างเป็นทางการ โดยจะมีสูตรคำนวณค่าบริการ และจะทำประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน หลังจากนั้นจะประกาศอัตราขั้นสูงของบริการ 3จี ที่ใช้เวลาทำประชาพิจารณ์ประมาณ 1416 เดือน เพื่อเป็นราคาที่ใช้ดูแลการให้บริการ 3จีของเอกชน

นอกจากนี้หลังเอกชนเปิดให้บริการไปแล้ว 1 เดือน กทค.จะเข้าไปตรวจสอบโปรโมชั่นใหม่ของผู้ให้บริการ 3จีมีการลดราคาลงมาจริงหรือไม่ นอกจากนี้ กทค. เตรียมเรียกผู้ให้บริการ 3จี จำนวน 3 ราย เข้ามาหารือในวันที่ 3 พ.ค.เพื่อหารือเรื่องการเปิดให้บริการ 3จีและการกำหนดให้ผู้ประกอบการลดค่าบริการโปรโมชั่นใหม่ลงมา 15%

รายงานข่าวจาก กสทช. กล่าวว่า ราคาค่าบริการ 3จี ที่ใช้คำนวณจากโปรโมชั่นเฉลี่ยของบริการ 2จีเดิม ก็อาจทำให้ โปรโมชั่น 3จีใหม่ที่ออกมา ผู้บริโภคได้รับการลดค่าบริการ 15% ไม่ครบทุกโปรโมชั่น เนื่องจาก เอกชนต้องออกโปรโมชั่นใหม่จำนวนมาก เช่น บางโปรโมชั่นลดราคา 20% แต่โปรโมชั่นอื่น ลด 5% หรือ 10% และโปรโมชั่นที่เหลือไม่ลดราคา แต่เมื่อคำนวณโปรโมชั่นทั้งหมด ลดราคาลง 15% ดังนั้นผู้บริโภคแต่ละรายจะได้รับการลดค่าบริการไม่เท่ากัน หรือบางรายไม่ได้ลดราคาบริการเลย จึงต้องเลือกโปรโมชั่นของบริการ 3จีให้รอบคอบมากที่สุดก่อนเลือกใช้บริการ

กทค. เหลวบีบค่ายมือถือลดราคาค่าบริการ 3 จี ลง 15% ไม่ได้ แนะผู้บริโภคฉลาดเลือกแพคเกจตรงความต้องการ

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนเรื่องค่าบริการ 3 จี ใหม่ว่าจะสามารถลดราคาค่าบริการแต่ละแพคเกจลง 15% ได้ แต่ยืนยันว่าค่าบริการในภาพรวมของตลาดจะถูกล 15% หลังเปิดบริการ 3 จี

ทั้งนี้ เนื่องจากเงื่อนไขที่ได้แนบท้ายในใบอนุญาต (ไลเซนส์) ที่กทค. กำหนดไว้ คือ ราคาค่าบริการ 3 จีโดยเฉลี่ยทั้งตลาดจะถูกลง 15% แต่ไม่ได้หมายความว่าแต่ละแพคเกจจะต้องถูกลง 15% ซึ่งอัตราที่ถูกลงนั้นจะคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบการใช้งานดาต้าที่เพิ่มมากขึ้น หรือ การมีแพคเกจเป็นทางเลือกมากขึ้น

“ภาพรวมของค่าบริการทั้งตลาดจะถูกลง แต่ไม่ได้หมายถึงค่าบริการจะถูกลง ซึ่งผู้บริโภคต้องฉลาดเลือกแพคเกจที่เหมาะสมกับตัวเอง ส่วนจะถูกลงรูปแบบไหน จะเรียกผู้ให้บริการมาหารือเรื่องต้นทุน เพราะ กทค.ต้องประกาศอัตราค่าบริการขั้นสูงให้ได้ภายใน 1 ปี” พ.อ.เศรษฐพงค์กล่าว

สำหรับสัญญาการให้บริการ 3 จี ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ดีแทค เนทเวอร์ค และ เรียล ฟิวเจอร์ ขออนุมัติมานั้น ทางกทค. ได้ขอให้ผู้ประกอบการแก้ไขเพิ่มเติมในบางประเด็น เช่น การเพิ่มวงเงินการใช้บริการต้องเป็นสิทธิ์ของผู้ใช้บริการด้วย จากเดิมที่เป็นสิทธิ์ของผู้ให้บริการอย่างเดียว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการระงับการให้บริการหากไม่มีการเคลื่อนไหวเบอร์ดังกล่าว ซึ่งกำหนดให้เป็นสิทธิ์ของผู้ให้บริการในการกำหนดระยะเวลา โดย อาจยึดตามข้อเสนอของดีแทคและทรูที่กำหนดมา 30 วัน แต่ทั้งนี้ ต้องแจ้งผู้ใช้ล่วงหน้า 30 วันเช่นกันหากจะระงับเบอร์

ขณะที่รายละเอียดอื่นๆ ที่ต้องแก้ไข ประกอบด้วย การให้บริการเสริม เช่น การดาวน์โหลด หรือ สมัครบริการรับข่าวสาร ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดาวน์โหลดหากการดาวน์โหลดไม่สมบูรณ์ การแจ้งรายละเอียดค่าบริการและการใช้บริการที่ต้องไม่ตามอำเภอใจของผู้ให้บริการเกินไป เช่น หากผู้ใช้ขอรับรายละเอียดค่าใช้บริการในรอบนั้นซ้ำอีก ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่บริษัทกำหนด

รวมถึงการคืนเงินแก่ผู้บริโภคเมื่อเลิกสัญญา ซึ่งกฎหมายกำหนดว่าจะต้องคืนเต็มจำนวน แต่บางบริษัทใช้คำว่าจะคืน“เงินสุทธิ” หลังหักค่าใช้จ่าย ข้อกำหนดเรื่องความรับผิดชอบของผู้บริโภคกรณีทำสัญญาโปรโมชั่นเครื่องราคาถูกกับผู้ให้บริการและต้องการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ไม่จำเป็นต้องเสียค่าปรับหรือค่าเสียหายจากการไม่ใช้บริการต่อ

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน