posttoday
บช.น.รวบยกแก๊งตุ๋นทองปลอม

บช.น.รวบยกแก๊งตุ๋นทองปลอม

01 พฤษภาคม 2556

ตำรวจนครบาลจับกุมแก๊งตุ๋นทองปลอม ตระเวนขายตามร้านทองต่อเนื่อง 13 ปี เสียหายกว่า 15 ล้านบาท

ตำรวจนครบาลจับกุมแก๊งตุ๋นทองปลอม ตระเวนขายตามร้านทองต่อเนื่อง 13 ปี เสียหายกว่า 15 ล้านบาท

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น., พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.ชาญ แสงเสียงฟ้า รองผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. และนายสมศักดิ์ ตัณฑชน กรรมการสมาคมค้าทองคำ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการการแก้ไขปัญหาทองปลอม ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวแก๊งตุ๋นทองปลอม ประกอบด้วย  นายสมบัติ พวงเพชร อายุ 41 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 159/2556 ลงวันที่ 25 มี.ค.2556 ในข้อหาฉ้อโกง, นายสายันต์ หรือเนตร พูลเกิด อายุ 32 ปี,  นายวรวุฒิ หรือเจ้า ไกรจันทร์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงธนบุรี ที่ 532/2554 ในข้อหา ฉ้อโกง,  นายกิตติ หรือหนึ่ง สระปัญญา อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 1388/2555 ลงวันที่ 23 พ.ย. 2556 และน.ส.อนุสรา หรือเกตุ ปั้นขุนทด อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ 27/2556 ลงวันที่ 8 ม.ค.2556 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ จับกุมตัวนายสมบัติ นายสายันต์ และนายวรวุฒิ ได้ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี และขยายผลจับกุมตัวนายกิตติ และน.ส.อุสรา ได้ที่บริเวณหมู่บ้านพุทธชาด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำปลอม หนัก 2 บาท จำนวน 4 เส้น

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวว่า  การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากสมาคมผู้ค้าทองคำ ได้ประสานขอความร่วมมือมายัง บช.น. ในการสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับแก๊งทำทองปลอม ที่ผลิตทองปลอมขึ้นมา และตระเวนขายตามร้านทองหรือโรงรับจำนำ สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ต่อมา บก.สส.บช.น. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายสมบัติ เป็นหัวหน้าแก๊งตุ๋นทองปลอม โดยจะนำสร้อยคอทองคำปลอมที่ยัดไส้ในด้วยโลหะชนิดต่างๆ จนมีน้ำหนักเท่ากับของจริง และประทับตราสัญลักษณ์ของร้านทองชื่อดังต่างๆลงบนทอง ก่อนจะให้ลูกน้องนำไปจำนำกับร้านขายทองต่างๆ ซึ่งกลุ่มของนายสมบัติ มักจะรวมตัวกันอยู่ที่ร้านสนุกเกอร์แห่งหนึ่ง ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ตระเวนก่อเหตุตามร้านทองต่างๆทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี 2543 ต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 ปี แก๊งของนายสมบัติ สามารถนำทองปลอมหนัก 2 บาท ไปจำนำได้เดือนละประมาณ 10 เส้น มีรายได้ถึง 1 แสนบาท หลังหักจากต้นทุนแล้ว รวมมูลค่าความเสียหาย 15 ล้านบาท

ด้านพล.ต.ต.ประยนต์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจบก.สส.บช.น. นำโดยพ.ต.อ.นพศิลป์ ได้นำกำลังติดตามแก๊งของนายสมบัติกับพวก จากร้านสนุกเกอร์ ย่านบางบัวทอง ไปจนถึงอ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งนายสมบัติกับพวกได้นำทองปลอมไปหลอกขายที่ร้านทองในตลาดหนองแค จึงทำการจับกุมตัวพร้อมกับยึดของกลางสร้อยคอทองคำปลอมหนัก 2 บาท ได้จำนวน 3 เส้น จากนั้นจึงขยายผลไปจับกุมตัวนายกิตติและน.ส.อนุสรา ที่ย่านบางบัวทอง จากการสอบสวนนายสมบัติ ให้การว่า สร้อยคอทองคำปลอมที่นำไปจำนำนั้น เป็นของนายโจ้ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง โดยนำมาขายให้นายสมบัติราคาเส้นละ 2 หมื่นบาท หากจำนำจะได้เส้นละ 32,000 – 35,000 บาท

พล.ต.ต.ประยนต์ กล่าวด้วยว่า  สมาชิกในแก๊งที่ทำหน้าที่ดูต้นทางและนำทองปลอมไปจำนำจะได้ค่าจ้างเส้นละ 1,500 -2,000 บาท ส่วนนายสมบัติได้ส่วนแบ่งเส้นละ 8,000 -10,000 บาท นายสมบัติกับพวกจะใช้วิธีการนำทองปลอมไปจำนำ ไม่ใช้วิธีการขาย เพราะร้านค้าจะใช้การทดสอบแค่ชั่งน้ำหนัก และดูสภาพภายนอก ไม่สามารถใช้วิธีการเผาไฟหรือการตะไบเนื้อทอง เหมือนการขายขาดได้ เพราะจะทำให้ทองที่นำมาจำนำเสียหายมาก ทำให้พนักงานร้านทองหรือโรงรับจำนำที่ขาดความชำนาญหลงเชื่อและตกเป็นเหยื่อ ทั้งนี้อยากให้ร้านทองระมัดระวังในการรับซื้อหรือรับจำนำ โดยให้ตรวจสอบดูน้ำหนักและตรวจสอบความยืดหยุ่นของทอง หากเป็นของจริงจะมีความยืดหยุ่น หากเป็นทองปลอมจะยัดไส้แข็ง ไม่สามารถบิดได้เหมือนของจริง และหากสงสัยให้ตะไบบริเวณเส้นของทองหรือใช้ไฟเป่า หากเป็นทองปลอมจะพบโลหะสีอื่นอยู่ด้านใน

ขณะที่นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การที่กลุ่มมิจฉาชีพนำทองปลอมมาหลอกจำนำตามร้านทองต่างๆนั้น ทำให้แต่ละร้านได้รับความเสียหาย มูลค่า 2 แสนบาทต่อปี ร้านทองที่มีอยู่ในประเทศไทยกว่า 6,000 ร้าน รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดก็อยู่ที่ประมาณ 2 พันล้านบาท ต่อปี ทางสมาคมผู้ค้าทองคำจึงประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ช่วยเร่งรัดจับกุมแก๊งทำทองปลอม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีการทลายแหล่งผลิตทองปลอมไปแล้ว 2 แห่ง และจับกุมผู้ต้องหาได้หลายราย ต้องขอขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก ทั้งนี้จุดอ่อนของร้านทองคือการขายฝาก ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบด้วยวิธีการตะไบหรือเผาไฟได้ คนที่ทำจะต้องเป็นช่างทอง คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ ทองปลอมที่แก๊งมิจฉาชีพทำขึ้นมาข้างนอกจะเป็นทองจริง ข้างในเป็นเงิน ใช้วิธีการหุ้ม จึงอยากให้ร้านทองและโรงรับจำนำต่างๆตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ

จากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่านายสายันต์ มีหน้าที่นำทองปลอมไปจำนำ ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ที่ จ.สุพรรณบุรี อยุธยา และสระบุรี นายวรวุฒิ มีหน้าที่ดูต้นทางปละนำทองปลอมไปจำนำ ก่อเหตุมาแล้วทั่วประเทศตั้งแต่ปี 2553 นายกิตติ มีหน้าที่นำทองปลอมไปจำนำ ก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง ในพื้นที่สน.ประเวศ สน.ลาดพร้าว และสภ.ประตูน้ำจุฬา จ.ปทุมธานี ส่วนน.ส.อนุสรา มีหน้าที่นำทองปลอมไปจำนำเช่นกัน ก่อเหตุมาแล้ว 2 ครั้ง ในพื้นที่สน.ลาดพร้าว และสน.บางขุนเทียน

เบื้องต้นแจ้งข้อหาฉ้อโกง และปลอมแปลงเครื่องหมายการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งท้องที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งทำการสืบสวนขยายผลถึงต้นตอที่เป็นผู้ผลิตทองปลอม เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก