posttoday
ก่อนจะพร้อมหน้า

ก่อนจะพร้อมหน้า

27 เมษายน 2556

มหาชัย สมุทรสาคร ยุคนั้นเป็นแหล่งการค้าประมงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

โดย...ประมนต์ สุธีวงศ์

มหาชัย สมุทรสาคร ยุคนั้นเป็นแหล่งการค้าประมงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเรือประมงเล็กใหญ่ ทั้งที่หากินใกล้ชายฝั่งและออกหากินในทะเลลึกหลายร้อยลำ เข้าออกเป็นประจำ

ที่นั่นมีกิจการที่เกี่ยวเนื่องและต่อเนื่องกับสัตว์น้ำทะเลเกิดขึ้นมากมาย เช่น สะพานปลาเพื่อเป็นที่รับส่งและประมูลซื้อขายปลา ห้องเย็นสำหรับเก็บของสดและที่แปรรูปแล้วโรงน้ำแข็งเพื่อบริการให้เรือประมงที่ออกทะเลลึก โรงงานอาหารทะเลสด แห้ง และอาหารสัตว์ที่ทำจากเศษปลา อู่ต่อเรือ และอู่ซ่อมเรือ เป็นต้น

ลูกเรือประมงที่ออกทะเลเป็นเวลาหลายๆ วัน ส่วนใหญ่เป็นชาวอีสานที่หนีความยากจนจากภาคอีสานมาหากินที่นี่ ชาวอีสานมีความอดทนและมีความสามารถปรับตนเองเข้ากับสถานการณ์ได้รวดเร็ว ชาวอีสานมิใช่ทำงานทางประมงได้ดีอย่างเดียว แต่ถ้าเข้าครัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นผู้ช่วยพ่อครัวหรือพ่อครัวเก่งๆ ก็มีมาก สังเกตดูว่าร้านอาหารญี่ปุ่นจะมีพ่อครัวชาวอีสานเป็นตัวยืน

ปัจจุบันสถานการณ์แรงงานเปลี่ยนไป ลูกเรือประมงส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติเน้นหนักไปทางเมียนมาร์ ชาวอีสานมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เช่น กลับไปทำสวนยางที่กำลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของท้องถิ่น

แรงงานต่างชาติเป็นทั้งคุณประโยชน์และเป็นโทษ สำหรับประโยชน์ที่เห็นชัดเจน คือ คนเหล่านี้ยอมทำงานที่หนัก สกปรก และได้ค่าแรงค่อนข้างต่ำ งานเหล่านี้คนงานไทยไม่ยอมทำแล้ว แต่ในทางตรงกันข้าม คนงานต่างชาติทำให้เกิดภาระต่อสังคม เพราะรัฐต้องให้บริการและดูแลทุกข์ สุข ของคนเหล่านี้อย่างมีมนุษยธรรมเช่นกัน

เรื่องแรงงานต่างชาติปัจจุบันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าบริหารจัดการได้ดีเรียบร้อยก็เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้

ในยุคหนึ่งประเทศไทยก็เป็นเป้าหมายปลายทางของคนจีนอพยพหนีความยากจน หรือหนีภัยคอมมิวนิสต์มาจากทางใต้ของจีน และคนจีนเหล่านั้นก็ได้มีบทบาทอย่างสำคัญในการสร้างธุรกิจของชาติ เรื่องราวเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ควรศึกษาได้

เสียดายไม่มีรัฐบาลไหนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องแรงงานต่างชาตินัก กลับปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม พึงตระหนักว่า แรงงานต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยจำนวนหลายล้านคน ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าไม่เตรียมการที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้า อาจกลายเป็นระเบิดเวลาสำหรับลูกๆ หลานๆ ในอนาคตได้

เรามีโรงน้ำแข็งขนาดใหญ่สำหรับให้บริการเรือประมง และสำหรับบริโภคอยู่สองแห่ง ตั้งอยู่บนสองฝั่งของแม่น้ำท่าจีนที่ไม่ไกลจากตลาดมหาชัยนัก แต่ละแห่งสามารถผลิตน้ำแข็งได้วันละ 1,500 ซอง (ซองหนึ่งมีน้ำหนักประมาณ 70 กิโลกรัม) ถ้าเป็นเรือประมงชายฝั่งขนาดเล็กจะใช้น้ำแข็งครั้งละหลายสิบซองระหว่างออกหาปลา แต่ถ้าเป็นเรือประมงน้ำลึกที่ออกทะเลครั้งละหลายอาทิตย์จะใช้น้ำแข็งเป็นร้อยๆ ซองในแต่ละครั้ง ส่วนน้ำแข็งสำหรับบริโภคมีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาดกว่า และต้องทำให้น้ำแข็งมีความใสด้วยการเป่าลมให้น้ำหมุนเวียนตลอดเวลาที่น้ำแข็งตัว น้ำแข็งบริโภคถูกส่งไปจำหน่ายผ่านตัวแทนที่อยู่ในตลาดและตามชุมชนต่างๆ

ปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี น้ำแข็งบริโภคจะผลิตจากเครื่องทำน้ำแข็งหลอดขนาดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในจุดของผู้บริโภคเลย สะอาดและสะดวกในการใช้และไม่ต้องมีค่าขนส่งเพิ่มเติมอีกแล้ว

คนทำโรงน้ำแข็งต้องเป็นคนนอนหัวค่ำตื่นเช้า เพราะกิจกรรมประจำวันจะเริ่มต้นประมาณตี 3 หรือตี 4 ของทุกวัน

เราต้องส่งน้ำแข็งให้เสร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะจำหน่ายตั้งแต่เช้า ส่วนเรือประมงจะต้องบริการตลอดวัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ซื้อ

ระหว่างที่คุณเพ็ญพรรณไปช่วยงานอยู่ที่มหาชัย มีเรื่องหวิดเกือบเสียลูกชายคนโตไป

วันเกิดเหตุนั้น ลูกชายคนนี้ปีนขึ้นไปบนโม่ขนาดใหญ่ ซึ่งมีไว้โม่น้ำแข็งจากลูกโตๆ ให้เป็นก้อนเล็กๆ เหมาะสำหรับบรรจุลงถังของเรือประมง

โม่นี้มีความสูงประมาณ 12-15 เมตร และมีรางสายพานสำหรับลำเลียงซองน้ำแข็งขึ้นไปที่โม่ รางสายพานนี้มีขอบเพียงเตี้ยๆ กั้นไม่ให้ซองน้ำแข็งหล่นลงมาเท่านั้น

เจ้ากรรมที่โม่ตัวนั้นมีตัวต่อมาทำรังอยู่ก่อน ลูกผมคงไปเขี่ยหรือทำลายรังของตัวต่อโดยไม่รู้ถึงอันตราย ตัวต่อจึงพากันบินออกมารุมโจมตีจนหัวหูบวมเต็มไปหมด ลูกตกใจร้องลั่นวิ่งล้มลุกคลุกคลานลงมาทางรางส่งน้ำแข็ง โชคดีที่ไม่ตกลงมา เพราะถ้าคอไม่หักก็คงแขนหรือขาหักเป็นอย่างน้อย

พิษของตัวต่อทำเอาต้องไปนอนโรงพยาบาลพักหนึ่ง

ในวัยเด็กลูกคนนี้มีประวัติเกือบจมน้ำ เกือบตกจากที่สูง และยังมีวีรกรรมอื่นๆ อีกมาก ที่ทำให้พ่อแม่ใจหายใจคว่ำบ่อยๆ แต่โชคดีที่โตขึ้นมาได้เรียบร้อยสมประกอบ

คุณเพ็ญพรรณไปช่วยงานที่บ้านได้ประมาณ 3 ปี ระหว่างนั้นเกิดอาการท้องเสียตลอดเวลา ตรวจพบสาเหตุว่า เป็นเพราะความเครียดลงกระเพาะ ทำให้มีแผลในกระเพาะ เลยต้องหยุดงานกลับมาพักผ่อนที่บ้าน หมอที่ดูแลไข้ได้พูดเล่นๆ กับคุณแม่ผมว่า ถ้าขืนทำงานต่อลูกชาย (ผม) อาจจะกำพร้าและคุณย่าต้องรับเลี้ยงหลานๆ ต่อ

ครอบครัวเราจึงกลับมาพร้อมหน้ากันตั้งแต่นั้นมา

ต้นปี 2525 ต้องขยายบ้านออกไปอีกปีกหนึ่ง เพิ่มจากเดิม 3 ห้องนอน เป็น 5 ห้องนอน เพราะมีหลานชาย 2 คน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ มาอยู่ด้วย ต้องจัดห้องทำการบ้านไว้สำหรับเด็ก 5 คนพร้อมกัน ลองนึกสภาพของบ้านที่มีเด็กวัย 913 ปี อยู่รวมกันแล้วคงพอมองเห็นภาพ เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีเวลาเหงา วันๆ ต้องคอยหย่าศึกและห้ามทัพกันตลอดเวลา

ณ วันนี้ กงล้อเวลากำลังหมุนกลับมาใหม่ ตอนนี้ที่บ้านผมเป็นที่รวมหลานๆ 5 คน ที่กำลังเข้าวัยดังกล่าว เพียงแต่ว่าสัดส่วนหญิงชายเปลี่ยนไป เป็นหญิง 4 ชาย 1 คงไม่ตึงตังเหมือนสมัยลูกๆ

เมื่อลูกยังเล็กอายุประมาณ 10-11 ขวบ ก่อนที่จะหมดสิทธิซื้อตั๋วเครื่องบินครึ่งราคาไปต่างประเทศ เราได้จัดให้เด็กๆ มีโอกาสได้ไปรู้จักชีวิตต่างแดน โดยส่งไปอยู่กับญาติบ้าง หรือไปอยู่กับครอบครัวชาวต่างชาติตามโครงการภาคฤดูร้อนที่จัดโดยบริษัทเอกชน เพื่อเป็นประสบการณ์และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาความคิดความอ่านของลูกๆ

สำหรับลูกสาวผมพาเดินทางไปสหรัฐอเมริกาด้วยตัวเอง ยังจำภาพได้ดีว่าลูกใส่จัมเปอร์ (Jumper) สีแดง เห็นชัดไม่พลัดหลงง่ายๆ ลูกได้ไปอยู่กับญาติที่นิวยอร์กและลอสแองเจลิส ตลอดฤดูร้อนในปีนั้น ระหว่างทางแวะลงเที่ยวประเทศเกาหลีหนึ่งวัน มีรูปถ่ายเป็นหลักฐาน แต่ลูกสาวจำได้เพียงเลาๆ เท่านั้น

ลูกชายคนโตไปเรียนภาคฤดูร้อนที่อเมริกา แต่ลูกชายคนเล็กไปกับเพื่อนๆ ที่ประเทศอังกฤษ คนนี้ทีแรกๆ ไม่ยอมไป เพราะจะรอแข่งเทนนิสที่สปอร์ตคลับให้ได้แชมป์เสียก่อน เลยเสียเวลาไปเกือบ 2 ปี

ประสบการณ์ที่ได้จากชีวิตวัยเด็กในต่างประเทศคงเป็นประโยชน์กับลูกๆ พอควร เพราะเมื่อโตแล้วกลับไปเรียนต่อต่างประเทศก็ปรับตัวได้เรียบร้อยดี

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน