posttoday
"นพดล"ลั่นพร้อมสู้คดีย้ำแถลงการณ์ร่วมฯไม่ขัดม.190

"นพดล"ลั่นพร้อมสู้คดีย้ำแถลงการณ์ร่วมฯไม่ขัดม.190

26 เมษายน 2556

นพดลพร้อมสู้คดีในศาลอาญาฯ ยัน แถลงการณ์ร่วมฯไม่ขัด ม.190 ย้ำ ทำตามขั้นตอนผ่านความเห็นขอ “ขรก.-ทหาร-หน่วยงานมั่นคง” หมดแล้ว ซัดปปช. ใส่ร้าย

นพดลพร้อมสู้คดีในศาลอาญาฯ ยัน แถลงการณ์ร่วมฯไม่ขัด ม.190 ย้ำ ทำตามขั้นตอนผ่านความเห็นขอ “ขรก.-ทหาร-หน่วยงานมั่นคง” หมดแล้ว ซัดปปช. ใส่ร้าย

นายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้รับคำฟ้องในคดีที่ ป.ป.ช. ยื่นฟ้องตนในข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภานั้น ตนพร้อมไปพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง  ตนไม่เคยมีเจตนาฝ่าฝืนมาตรา 190 ของ รัฐธรรมนูญปี 50เลย เพราะมาตรา 190 ไม่ชัดเจน คลุมเครือ จนต้องมีการแก้ไขถึงสองครั้ง นอกจากนั้น อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายในปี 2551 ก็แนะนำว่าแถลงการณ์ร่วมไม่เข้าข่ายมาตรา 190 เพราะไม่เป็นหนังสือสัญญาและไม่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปเติมคำว่า “อาจ” เข้าไปในมาตรา 190 และตัดสินว่าแม้คำแถลงการณ์ร่วมไม่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตแต่ “อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต” ซึ่ง ถือว่าตัดสินเกินรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้วุฒิสภาเคยลงมติไม่ถอดถอนตน และอัยการสั่งไม่ฟ้องตนแล้ว เพราะเห็นว่าตนไม่ได้กระทำความผิด แต่ ป.ป.ช. ก็ยังอยากจะฟ้องเองโดยตั้งทนายฟ้อง และการบรรยายฟ้องก็เต็มไปด้วยความเท็จ และเป็นการใส่ร้าย เช่นระบุว่าตนย้ายทูตวีระชัย เพราะท่านฑูตไม่เห็นด้วยกับแถลงการณ์ร่วมซึ่ง เป็นความเท็จ ถ้าไม่เชื่อก็ควรไปถามท่านทูตจะดีที่สุด นอกจากนั้นกล่าวหาว่าตนลุกลี้ลุกลนอำพรางเสนอเรื่องเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติด้วยกระดาษแผ่นเดียวก็เป็นความเท็จ เพราะมีการประชุมเป็นขั้นเป็นตอนและทีประชุมก็เห็นด้วยกับคำแถลงการณ์ร่วม ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการทหารที่ร่วมประชุมในขณะนั้น

นายนพดล กล่าวว่า ขอย้ำอีกครั้งว่าคำแถลงการณ์ร่วมที่ทำไปกระทำเพื่อปกป้องดินแดนพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตาราง กิโลเมตร ทำร่วมกับเพื่อนข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ  สภาความมั่นคงแห่งชาติ ท่านทูตวีระชัยก็ยืนยันว่ากัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนเฉพาะตัวปราสาทและไม่รุกล้ำแนวเขตแดนตามมติ ครม. ดัง นั้นแนวทางของแถลงการณ์ร่วมจึงเป็นการปกป้องดินแดนพื้นที่ทับซ้อน และคณะทนายที่ต่อสู้คดีในศาลโลกก็เห็นว่าคำแถลงการณ์ร่วมเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยและต้องการใช้ยื่นเพื่อต่อสู้คดี แต่ศาลปกครองได้ตัดสินให้แถลงการณ์ร่วมเป็นโมฆะไปแล้วจึงไม่สามารถใช้อ้างอิงได้ ตนพร้อมที่จะไปต่อสู้คดีในศาลเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน เพราะตนปฏิบัติหน้าที่โดยชอบและทำไปเพราะมีเจตนาปกป้องดินแดน 4.6 ตารางกิโลเมตร และหวังว่าศาลจะให้ความยุติธรรม

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก