
สายลับอิทธิพล
วันนี้คนไทยที่รักชาติทุกคนมีความสุขกับการที่ได้เฝ้าดูการทำงานของท่านทูตวีรชัย พลาศรัย และทีมทนายฝ่ายไทยที่ได้
วันนี้คนไทยที่รักชาติทุกคนมีความสุขกับการที่ได้เฝ้าดูการทำงานของท่านทูตวีรชัย พลาศรัย และทีมทนายฝ่ายไทยที่ได้ “ต่อสู้อย่างเต็มที่” ในศาลโลก แม้ได้รับการยกย่องชมเชยจากคนไทยจนเกิดกระแส “วีรชัยฟีเวอร์” แต่ท่านทูตวีรชัยเป็นสุภาพบุรุษเต็มตัว นอกจากพูดจาถ่อมตัวแล้ว ยังพูดให้เกียรตินายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศทั้งคนก่อนและปัจจุบัน ยิ่งทำให้ท่านได้รับความชื่นชมมากขึ้นสมกับเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในขณะที่รัฐบาลพยายามโหนกระแสขอ “แชร์” ชื่อเสียงของท่านทูตวีรชัยและทีมทนายไทยด้วย
ดูเหมือนว่า นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ถูกสังคมพิพากษาไปเรียบร้อยแล้วจากการที่นพดล สั่งย้ายท่านทูตวีรชัยจากอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายไปประจำกระทรวง เช่นเดียวกับสุรพงษ์ที่ปลดท่านทูตวีรชัยออกจากคณะกรรมการเจบีซี ไม่ว่าทั้งสองคนจะออกมาแก้ตัวเป็นพัลวันอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น จริงอยู่ รัฐมนตรีมี “อำนาจ” ในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่การกระทำดังกล่าวถือว่าไม่มี “ความชอบธรรม” โดยสิ้นเชิง เขาถูกสังคมมองว่า การที่ย้ายคนดีที่สุด เหมาะสมที่สุดที่จะไปต่อสู้กับกัมพูชาเพื่อรักษาแผ่นดินไทยออกไป ซึ่งจะทำให้ทีมงานของไทยในศาลโลกและในคณะกรรมการเจบีซี อ่อนแอลง ประหนึ่งเป็นการช่วยฝ่ายกัมพูชาโดยปริยาย เหมือนกับพระยาจักรีสั่งย้ายแม่ทัพนายกองที่ต่อสู้กับเมียนมาร์อย่างเข้มแข็งไปไว้ที่อื่น และเอาคนที่รบไม่เก่งมารับตำแหน่งแทน เปิดโอกาสให้เมียนมาร์ตีเมืองได้
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อออนไลน์ได้เผยแพร่ภาพเก่าที่ ฮุนเซน มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ และนพดล เป็นที่เข้าใจกันว่า การที่ผู้นำประเทศหนึ่งมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้กับชาวต่างชาติ แสดงว่าชาวต่างชาตินั้นต้องทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงให้กับประเทศนั้น กรณีนี้ก็เช่นกัน พ.ต.ท.ทักษิณ และนพดลต้องทำประโยชน์อย่างยิ่งให้กับกัมพูชาจนฮุนเซนมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงของประเทศให้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าคุณูปการอันใหญ่หลวงที่ทำให้กับกัมพูชานั้นคืออะไร หรือจะเป็นการที่นพดลไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมที่ทำให้กัมพูชาขอขึ้นปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกฝ่ายเดียวได้ ที่ทีมทนายกัมพูชานำมาใช้อ้างอิงในคำชี้แจงต่อศาลโลก
ขณะเดียวกัน คนไทยรู้สึกขัดหูขัดตา เมื่อเห็น สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ เดินนำ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม และ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ ไปไหว้ ฮอร์นัมฮง ถึงที่นั่งอย่างนอบน้อม ดูเหมือนว่า ฮอร์นัมฮงทำท่างงๆ เหมือนกัน แต่พอรู้สึกตัวก็ลุกขึ้นรับไหว้ทุกคน ไม่ว่าสุรพงษ์จะมีข้ออ้างอย่างใด แต่ถือว่าสิ่งที่กระทำนั้นผิด “กาลเทศะ” อย่างยิ่ง เพราะเวลานั้นสองประเทศกำลังสู้กันในศาล เพื่อรักษาผลประโยชน์สำคัญยิ่งของประเทศ ถ้าอยากจะไหว้ก็อดใจไว้สักหน่อยแล้วแอบไปไหว้กันทีหลังก็ได้ จึงมีคำถามตามมาถึง “วุฒิภาวะ” ของรัฐมนตรีเมืองไทย เพราะการต่อสู้ครั้งนี้เป็นเรื่อง “ศักดิ์ศรี” และ “หน้าตา” ของประเทศ
ก่อนหน้านี้ สุรพงษ์คนเดียวกันนี่แหละที่ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า คดีเขาพระวิหารไทยมีแต่แพ้และเสมอตัว และประกาศว่าจะไม่เดินทางร่วมกับคณะผู้แทนไทยไปประชุมที่ศาลโลก จนถูกสื่อมวลชนและคนไทยก่นด่าทั่วประเทศ ทำให้ต้องออกมาแก้ตัวเป็นพัลวัน
ขณะที่ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า หากไทยแพ้คดีพรรคประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะทีมทนายเป็นทีมที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ตั้งขึ้น โดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวบุคคลแม้แต่น้อย รวมทั้งรัฐบาลพยายามเน้นเรื่องความสัมพันธ์กับกัมพูชาเกินความจำเป็น จนดูเหมือนว่ารัฐบาลชุดนี้เตรียมแพ้กัมพูชามาตั้งแต่ในมุ้งแล้ว
จึงไม่แปลกใจที่ทำไมท่านทูตวีรชัยต้องเขียนคำแถลงปิดคดีด้วยตัวท่านเอง เพื่อไม่ให้ “ความลับ” ซึ่งเป็นทีเด็ดแห่งการต่อสู้ถูกแพร่พรายไปถึงฝ่ายตรงข้าม เพราะคนไทยด้วยกันเองก็ไว้ใจไม่ได้ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยกับคดีจารกรรมของฝรั่งเศสที่ มิแชล ลามาช ขโมยความลับของไทยแอบไปให้ฝ่ายกัมพูชาจนหมดก่อนที่ไทยจะแพ้คดีในปี 2505
เวลานี้สังคมพูดกันมากโดยเปรียบเทียบระหว่าง “คุณภาพ” ของข้าราชการประจำกับของนักการเมืองไทย
ในขณะที่ไทยสู้กับกัมพูชาในเวทีโลก มีคนไทยกลุ่มหนึ่งถือป้ายเขียนข้อความว่า “เรารักฮุนเซน เรารักกัมพูชา” โชว์ให้เห็นทั่วไป และคงต้องการให้ฮุนเซนเห็นด้วย ขณะที่เมื่อ 2 ปีก่อน มีคนไทยกลุ่มหนึ่งไปแจ้งความกับตำรวจกล่าวหาว่า กษิต ภิรมย์ อดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวข้อความเป็นการหมิ่นประมาทฮุนเซน นี่ไม่รวมถึงนักการเมืองกลุ่มหนึ่งเดินทางไปกัมพูชาและได้เข้าพบ และไหว้ฮุนเซนอย่างนอบน้อมจนแทบจะกราบ คนหนึ่งในจำนวนนี้ได้มอบพระสยามเทวาธิราชที่ปกปักคุ้มครองประเทศไทยองค์จำลองให้กับฮุนเซนด้วย ประหนึ่งว่า เอาประเทศไทยไปมอบให้ฮุนเซน ไม่รู้ว่าเขาคิดได้อย่างไร
เมืองไทยวันนี้ มี “สายลับอิทธิพล” ของกัมพูชา และ “คนไทยใจกัมพูชา” เดินขวักไขว่ไปหมด







