
แก้รธน.คืนชีพสว.กลับสู่สภาผัวเมีย
อ้างเห็นต่างกันได้วสันต์ไม่หวั่นม็อบพบผิดจะฟ้องทันที
อ้างเห็นต่างกันได้วสันต์ไม่หวั่นม็อบพบผิดจะฟ้องทันที
กมธ.คืนชีพ สว.สภาผัวเมีย “เพื่อไทย” อ้างบ้านเดียวกันอาจมีความเห็นไม่เหมือนกันก็ได้
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) เกี่ยวกับที่มาของ สว. มีมติให้ตัดบทบัญญัติว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามไม่ให้บุพการี คู่สมรส หรือบุตร ของผู้ดำรงตำแหน่ง สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ลงสมัคร สว. จากเดิมที่ได้ห้ามไว้ โดย กมธ.ของพรรคเพื่อไทย เห็นว่าหากคงข้อห้ามนั้นไว้จะถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ เนื่องจากคนอยู่บ้านเดียวกันความเห็นแตกต่างกันได้
สำหรับประเด็นอื่นๆ ที่ประชุมได้คงเอาไว้ตามร่างแก้ไขเดิมแทบทั้งสิ้น อาทิ ผู้สมัครต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดและมีอายุ 40 ปีขึ้นไป เป็นต้น แต่ได้แก้ไขลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. โดยกำหนดให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นสามารถลงสมัคร สว. ได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาก่อน 5 ปี
ด้านนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวลที่กลุ่มเสื้อแดงได้ชุมนุมไล่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวมากกว่า เป็นแบบเดียวกับนางกรองทอง ทนทาน หรือ “ดีเจป้อม” จ.อุดรธานี ที่ครั้งก่อนชุมนุมหน้ารัฐสภาก็ด่าตัวเองเสียหาย ซึ่งได้ฟ้องศาลอาญาใน 4 ข้อหา ในฐานดูหมิ่นศาล ดูหมิ่นเจ้าพนักงานด้วยการโฆษณา โดยใช้ทนายจากสำนักงานทนายของคนพรรคเพื่อไทย คือสำนักงานทนายนิติทัศน์ศรีนนท์ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูลประทับรับฟ้อง
อย่างไรก็ตาม นางกรองทองก็ยื่นขอประนีประนอมจะขอขมา ศาลสั่งเลื่อนไปพิจารณาในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ซึ่งตัวเองยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะรับคำขอขมาหรือเปล่า ดังนั้น ที่ชุมนุมกันหน้าสำนักงานอยู่ขณะนี้ก็กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ “ผมตามเก็บหมดไม่ฟังเสียงหรอก” นายวสันต์ กล่าว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นับตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมที่หน้าสำนักงานเมื่อวันที่ 22 เม.ย. ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการบันทึกภาพ บันทึกเสียงการปราศรัยโจมตีไว้ทั้งหมด และกำลังพิจารณารวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การฟ้องร้องดำเนินคดี
ด้านนายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำรายชื่อ สส.พรรคประชาธิปัตย์ 128 รายชื่อ ยื่นต่อวุฒิสภาเพื่อขอให้ถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา โดยให้เหตุผลว่ามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในการรวบรัดลงมติการเสนอจำนวนวันแปรญัตติการแก้ไข รธน. ทั้งที่องค์ประชุมไม่ครบ จนต้องเรียกประชุมใหม่







