
วางตัวให้ถูก
ต้องขออนุญาตแสดงความกังวลอย่างรุนแรงอีกครั้งกับค่าเงินบาทที่มีค่าแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสร้างผลกระทบอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแนวโน้มอัตราการขยายตัวของการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ดีแล้ว ในขณะเดียวกันกับที่สหรัฐออกมาโวยวายว่า ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นและค่าเงินวอนของเกาหลีเริ่มมีการอ่อนตัวค่อนข้างมาก และค่าเงินหยวนของจีนก็ยังคงมีค่าคงที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยพยายามที่จะก้าวไปแข่งขันด้วยกลับมีค่าเงินที่อ่อนลงโดยเปรียบเทียบกับค่าเงินบาทแล้วประเทศไทยจะเอาอะไรไปแข่งขันกับเขา อีกทั้งสินค้าที่ประเทศไทยผลิตส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้า OEM ที่ยังไม่สามารถจะพัฒนาสร้างยี่ห้อให้เป็นของตนเองได้ ไม่เหมือนกับสินค้าของญี่ปุ่น หรือสินค้าของเกาหลีที่สามารถสร้างยี่ห้อได้ติดตลาดแล้ว การที่ไทยจะพัฒนาต่อไปจะยากลำบากยิ่งขึ้นมาก
ต้องขออนุญาตแสดงความกังวลอย่างรุนแรงอีกครั้งกับค่าเงินบาทที่มีค่าแข็งขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสร้างผลกระทบอย่างมากต่อการเจริญเติบโตของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแนวโน้มอัตราการขยายตัวของการส่งออกเริ่มส่งสัญญาณที่ไม่ดีแล้ว ในขณะเดียวกันกับที่สหรัฐออกมาโวยวายว่า ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นและค่าเงินวอนของเกาหลีเริ่มมีการอ่อนตัวค่อนข้างมาก และค่าเงินหยวนของจีนก็ยังคงมีค่าคงที่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศต่างๆ ที่ประเทศไทยพยายามที่จะก้าวไปแข่งขันด้วยกลับมีค่าเงินที่อ่อนลงโดยเปรียบเทียบกับค่าเงินบาทแล้วประเทศไทยจะเอาอะไรไปแข่งขันกับเขา อีกทั้งสินค้าที่ประเทศไทยผลิตส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้า OEM ที่ยังไม่สามารถจะพัฒนาสร้างยี่ห้อให้เป็นของตนเองได้ ไม่เหมือนกับสินค้าของญี่ปุ่น หรือสินค้าของเกาหลีที่สามารถสร้างยี่ห้อได้ติดตลาดแล้ว การที่ไทยจะพัฒนาต่อไปจะยากลำบากยิ่งขึ้นมาก
ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนาและเข้าฟังการบรรยายของท่านศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการอังค์ถัดและอดีตผู้ว่าการ WTO เมื่อไม่นานมานี้ และท่านได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจหลายประการในเรื่องของการค้าโลก ท่านเล่าให้ฟังว่า ในฐานะที่ท่านเป็นเลขาธิการอังค์ถัด ท่านได้พยายามอย่างเต็มที่ที่จะช่วยเหลือประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย แต่มักจะถูกกีดกันโดยโลกตะวันตกและพยายามโยนเรื่องเหล่านี้ไปให้กับ World Bank และ IMF ทำหน้าที่แทน ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าสองหน่วยงานนี้อยู่ใต้อาณัติของโลกตะวันตก และปัจจุบัน IMF ที่มีผู้ว่าการเป็นชาวฝรั่งเศส ซึ่งได้ปล่อยกู้ให้กับประเทศในยูโรแล้วถึงกว่า 80% ของเงินทุนที่มี และยุโรปเองก็ไม่มีทีท่าที่จะฟื้นง่ายๆ ซึ่งประเทศในเอเชียเองที่มีเงินทุนอยู่เป็นจำนวนมากในปัจจุบัน น่าจะรวมตัวกันเพื่อตั้งองค์กรที่จะช่วยเหลือและสนับสนุนกันเองมากกว่า ทำให้ผู้เขียนนึกถึงแนวคิดเอเชียนบอนด์ในสมัยรัฐบาลไทยรักไทยที่น่าจะมีการนำมาดำเนินการต่อ นอกจากนี้ท่านได้ให้ข้อคิดเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ประทับใจมากว่า อย่าไปคิดว่าประเทศไหนจะเป็นมิตรกับเราอย่างแท้จริง ทุกอย่างขึ้นกับผลประโยชน์ ซึ่งผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง
อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านได้พูดถึงและเป็นประโยชน์กับไทยอย่างมาก คือ การที่ประเทศไทยดูเหมือนจะเป็นประเทศศูนย์กลางของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ทำให้ประเทศไทยเนื้อหอม เพราะประเทศมหาอำนาจทั้งสองประเทศ คือ สหรัฐและจีนต่างก็แย่งกันเอาใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยสหรัฐเองเพิ่งจะกลับมาภูมิภาคนี้ใหม่หลังจากที่หายไประยะหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อถ่วงดุลกับจีนที่เร่งขยายอิทธิพลในภูมิภาคนี้ โดยอาเซียนถูกคาดหมายว่าจะเป็นภูมิภาคแห่งการพัฒนาที่จะมีความเจริญอย่างมากต่อไปในอนาคต ดังนั้นไทยน่าจะใช้โอกาสนี้ในการที่จะต่อรองเพื่อให้ไทยได้ประโยชน์มากที่สุด โดยไม่ต้องไปเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เอาประโยชน์สูงสุดของไทยเป็นหลัก และก็เป็นที่น่าดีใจเพราะผู้เขียนเองได้มีโอกาสสนทนากับท่านรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล โดยท่านมีแนวความคิดชัดเจนในเรื่องที่ต้องใช้นโยบายต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและการกำหนดจุดยืนของประเทศไทยในการต่อรองกับทั้งประเทศสหรัฐและประเทศจีน
โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนเชื่อว่ามีความพยายามของโลกตะวันตกที่จะชะลอการเจริญเติบโตและการมีอิทธิพลของฝั่งตะวันออก ซึ่งรวมถึงไทยและประเทศในเอเชียทั้งหมด และสิ่งที่โลกตะวันตกจะสามารถชะลอได้ในขณะนี้มีอยู่สองทางคือ การใช้ค่าเงินและเฮดจ์ฟันด์เพื่อมาทั้งทำกำไรและบั่นทอนความเจริญทางเศรษฐกิจเหมือนที่เป็นอยู่นี้ และการยุแย่ให้เกิดสงครามในภูมิภาคนี้ ซึ่งโลกตะวันตกจะได้ทั้งการขายอาวุธและถ่วงความเจริญของภูมิภาคไปพร้อมกัน
ดังนั้น ความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ อาจจะถูกสร้างให้เกิดเป็นสงครามได้ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ระหว่างจีนและญี่ปุ่น ระหว่างจีนกับไต้หวัน ระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์ และเวียดนามในทะเลจีนใต้ เป็นต้น หรือแม้กระทั่งไทยกับกัมพูชาในเรื่องเขาพระวิหาร ก็อาจถูกขยายให้เป็นสงครามในภูมิภาคนี้ได้ ดังนั้นประเทศในเอเชียจะต้องระวังอย่าให้ตกในหลุมพรางเหล่านี้ ที่จะมาถ่วงความเจริญ
โดยประเทศไทยเองจะต้องวางตัวให้ถูกและพยายามรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศในอาเซียน เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประเทศสมาชิกอื่นๆ เพื่อไทยจะได้มีอำนาจต่อรองกับประเทศมหาอำนาจในผลประโยชน์ต่างๆ ที่ไทยจะได้รับในอนาคต
เมื่อพูดถึงการปรับตัวและการวางตัวแล้ว ผู้เขียนก็ต้องขอชื่นชมกับท่านอดีต รมช.พาณิชย์ สส.อลงกรณ์ พลบุตร อีกครั้ง ที่กล้าออกมาวิจารณ์พรรคที่ท่านสังกัดตรงๆ ว่า ต้องมีการปรับวิธีคิดอย่างมาก หากต้องการจะชนะการเลือกตั้ง โดยท่านได้ยกตัวอย่างในหลายเรื่อง ซึ่งผู้เขียนก็อยากเห็นการพัฒนาทางการเมืองที่มีสองพรรคและมีความสามารถและวิธีคิดที่ใกล้เคียงกัน จะได้ทำงานแข่งกันเพื่อพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งคิดไปไกลแล้ว แต่อีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ไปถึงไหน การแข่งขันเพื่อพัฒนาประเทศนี้ก็ไม่เกิด
จึงอยากให้มีการปรับตัวเพื่อประโยชน์ของประเทศ







