posttoday
สินค้าโภคภัณฑ์ราคาดิ่งเหวนักลงทุนแห่ซื้อบอนด์-หุ้น

สินค้าโภคภัณฑ์ราคาดิ่งเหวนักลงทุนแห่ซื้อบอนด์-หุ้น

22 เมษายน 2556

สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยรายงานว่า ปัจจุบันทั้งราคาน้ำมัน ราคายาง และทองคำที่ดิ่งลงแรงสุดในรอบ 30 ปีในสัปดาห์ที่แล้ว ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ราคาสินค้าในตลาดโภคภัณฑ์โลกกำลังอยู่ในช่วงทิศทางขาลงอย่างแท้จริง เพราะนักลงทุนจำนวนมากกำลังขนเงินออกจากตลาดโภคภัณฑ์ เพื่อนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช่น ตลาดหุ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส เปิดเผยรายงานว่า ปัจจุบันทั้งราคาน้ำมัน ราคายาง และทองคำที่ดิ่งลงแรงสุดในรอบ 30 ปีในสัปดาห์ที่แล้ว ล้วนเป็นสัญญาณบ่งชี้ราคาสินค้าในตลาดโภคภัณฑ์โลกกำลังอยู่ในช่วงทิศทางขาลงอย่างแท้จริง เพราะนักลงทุนจำนวนมากกำลังขนเงินออกจากตลาดโภคภัณฑ์ เพื่อนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น เช่น ตลาดหุ้น

เนื่องจากขณะนี้นักลงทุนต่างเกิดความมั่นใจว่าสินทรัพย์เสี่ยงจะให้ผลตอบแทนมากกว่า โดยเฉพาะการเก็งกันว่าธนาคารกลางในประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ อาจจะเลิกใช้มาตรการอัดฉีดก่อนกำหนด ซึ่งเกิดจากการกระตุ้นที่ผ่านมาไม่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปอย่างเช่นที่ต้องการได้

ปัจจุบัน ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (ดับเบิลยูทีไอ) ปิดตลาดในวันที่ 19 เม.ย. อยู่ที่ 99.65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ด้านราคาทองคำในตลาดโคเม็กซ์สัญญาส่งมอบเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 1,395.60 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ส่วนราคายางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันชั้น 3 ตลาดล่วงหน้าโตเกียวและสิงคโปร์ ส่งมอบเดือน เม.ย.เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 284.38 เหรียญสหรัฐ และ 297.67 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการปรับลดจากเดือนก่อนซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 320.54 เหรียญสหรัฐ และ 319.61 เหรียญสหรัฐ

จากทิศทางราคาในตลาดโภคภัณฑ์ขาลง ทำให้เหล่านักวิเคราะห์หลายสำนักต่างออกมาฟันธงว่า ภาวะดังกล่าวน่าจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวม เนื่องจากจะทำให้ภาวะเงินเฟ้อในประเทศต่างๆ ลดลง และจะกลายมาเป็นปัจจัยที่จะเข้าไปหนุนให้ภาคการบริโภคทั่วโลกสูงขึ้น แม้ว่าบางประเทศที่พึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น รัสเซีย ออสเตรเลีย และซาอุดีอาระเบีย จะไม่ได้รับผลดีจากภาวะดังกล่าวมากนัก

“ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ลดลงจะถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจโลก เพราะจะทำให้เงินเฟ้อลดลง และจะทำให้การบริโภคเพิ่มขึ้น” ฮาน เดอ ยอง นักเศรษฐศาสตร์จากเอบีเอ็น อัมโร กล่าว

ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร เจพี มอร์แกน เชส จากสหรัฐ เปิดเผยว่า การที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลงโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบลดลงไป 16% จากปีที่แล้วที่สูงถึง 119.17 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวจีดีพีโลกในปีนี้ได้ถึง 0.2%

นอกจากนี้ การปรับตัวลดลงของดัชนีเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ราคาในสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง ก็จะเป็นสัญญาณหนุนให้ธนาคารกลางหลายประเทศกล้าที่จะหันมาใช้มาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมได้มากขึ้น เพราะแรงกดดันจากเงินเฟ้อลดลง

เมื่อไม่นานมานี้ เจมส์ บูลลาร์ด ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขาเซนต์หลุยส์ เผยว่า เนื่องจากดัชนีเงินเฟ้อสหรัฐที่ขยายตัวแค่ 1.5% ในช่วงปีที่ผ่านมานั้นเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ธนาคารกลางสหรัฐตัดสินใจใช้มาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ (คิวอี) ครั้งที่ 3 เดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อไป

ขณะที่ผู้บริหารของบริษัท ลาร์เสน แอนด์โทโบ ผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้างรายหนึ่งในอินเดีย เผยว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกที่ลดลงนั้น นอกจากจะทำให้ต้นทุนในการนำเข้าวัตถุดิบลดลง ก็ยังทำให้ธนาคารกลางอินเดียกล้าที่จะตัดลดดอกเบี้ยได้ง่ายขึ้น เพราะแรงกดดันจากเงินเฟ้อลดลง

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ก็ไม่ได้ทำให้นักลงทุนขนเงินหนีออกจากตลาดโภคภัณฑ์เสียทั้งหมด เพราะยังมีบางธุรกิจเช่นกันที่ไม่ได้รับผลดีจากภาวะดังกล่าว เนื่องจากในช่วงที่มีการปรับตัวสูงขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นต้นทุนในการผลิตนั้นไม่ได้ผลักภาระดังกล่าวไปให้ผู้บริโภค ดังนั้นภาวะในปัจจุบันจึงไม่ส่งผลดีมากนัก

ในขณะที่บางประเทศในเอเชีย ซึ่งมีภาวะค่าเงินแข็งค่าขึ้นก็คาดว่าจะไม่ได้รับผลดีจากภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลกลดลง เนื่องจากค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นก็ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย