posttoday
ปชป.แนะจับตาเขมรจัดประชุมมรดกโลก

ปชป.แนะจับตาเขมรจัดประชุมมรดกโลก

21 เมษายน 2556

ปชป.แนะจับตาเขมรจัดประชุมมรดกโลก หวั่นเป็นแผนสองฮุบแดนไทย แนะรัฐบาลให้ข้าราชการประจำแจงข้อมูลประชนต่อเนื่อง

ปชป.แนะจับตาเขมรจัดประชุมมรดกโลก หวั่นเป็นแผนสองฮุบแดนไทย แนะรัฐบาลให้ข้าราชการประจำแจงข้อมูลประชนต่อเนื่อง

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า  ทีมกฎหมายของไทยสามารถหักล้างหลักฐานของกัมพูชาที่พยายามกล่าวอ้างมานานนับร้อยปีว่า เป็นแผนที่ที่ใช้ไม่ได้ไม่สามารถถ่ายทอดในโลกแห่งความจริงได้ ซึ่งเท่ากับว่าประเทศไทยเดินมาครึ่งทางแล้ว ที่เหลือคือต้องพยายามให้การตัดสินของศาลออกมาเป็นคุณต่อประเทศไทย

ทั้งนี้รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำเป็นต้องเอาจริงเอาจังก่อนมีคำพิพากษาในอีก 6 เดือนข้างหน้า และมีความเข้มแข็งมั่นคง ชัดเจนในจุดยืน เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อคำตัดสินของศาลที่จะมีขึ้น

อย่างไรก็ตาม พรรคมีความเป็นห่วงพฤติกรรมในอดีตของรัฐบาลที่มาจากพรรคไทยรักไทยใน 4 ประเด็น ดังนี้ 1.การแถลงด้วยวาจาของทนายความกัมพูชาพูดชัดเจนว่าความคิดที่เป็นต้นตอของปัญหา คือการที่กัมพูชาพยายามจะขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และรัฐบาลที่สนับสนุน คือรัฐบาลไทยรักไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีการคัดค้านในเรื่องนี้

2.เมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลมีนายนพดล ปัทมะ เป็น รมว.ต่างประเทศ ก็ได้ไปลงนามแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ยินยอมให้ขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยทนายความกัมพูชายังกล่าวอ้างว่าแผนที่แนบท้ายในแถลงการณ์ไทยไม่ได้มีการยืนยันเรื่องเส้นสันปันน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เพราะพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย คือพรรคการเมืองที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน

นายชวนนท์กล่าวอีกว่า 3.ในยุคที่นายนพดลเป็น รมว.ต่างประเทศ ได้ย้ายนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ซึ่งถือเป็นมรสุมชีวิตของข้าราชการประจำมากที่สุด และในคำฟ้องของ ป.ป.ช.ก็ยังระบุว่า การย้ายนายวีรชัย เป็นเพราะมีบันทึกช่วยจำคัดค้านเรื่องแถลงการณ์ร่วมฯ ทำให้นายนพดล เสนอ ครม.ให้นายวีรชัย พ้นจากตำแหน่ง ทั้งที่นายวีรศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ขณะนั้นทักท้วง แต่นายนพดลก็ยังยืนยันที่จะย้าย โดยระบุว่าไม่สามารถทำงานร่วมกับนายวีรชัยได้

4.หลังจากที่นายวีรชัย ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก จากการแต่งตั้งของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และยังแต่งตั้งทีมทนายทั้งหมดเพื่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร โดยมอบหมายให้นายวีรชัยเป็นหัวหน้าทีมทนาย

"รัฐบาลเพื่อไทยเคยเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์รับผิดชอบ แต่ตอนนี้ตีกินผลงานไปแล้ว แต่พวกผมไม่ติดใจในเรื่องนี้ โดยสิ่งที่เป็นปัญหาคือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจากรัฐบาลอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น นายสุรพงษ์ ได้ปลดนายวีรชัย ออกจากคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา จึงขอถามว่าทำไมจึงปลดออก ที่อ้างว่าเป็นข้อเสนอของกระทรวงนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะนายวีรชัย มีความเข้าใจต่อปัญหาไทย-กัมพูชาอย่างลึกซึ้ง เป็นความจงใจที่จะทำให้คณะกรรมาธิการเจรจาฝ่ายไทยอ่อนแอลงใช่หรือไม่"นายชวนนท์กล่าว

นายชวนนท์กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ 5 คือเรื่องที่จะเกิดในอนาคต คือการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 37 ที่จะมีขึ้นในเดือนก.ค.นี้ ที่ประเทศกัมพูชา เพราะรัฐบาลพรรคเพื่อไทยผู้แทนของฝ่ายไทยพูดชัดว่าครั้งนี้จะไม่แข่งกับกัมพูชาเหมือนในอดีต แต่ยินยอมให้เป็นเจ้าภาพการประชุมมรดกโลก โดยไทยยอมเป็นรองประธาน เท่ากับสนับสนุนกัมพูชาเป็นเจ้าภาพการประชุมดังกล่าว

"เรื่องดังกล่าวมีความหมายมาก เนื่องจากที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ขัดขวางเรื่องการเสนอพัฒนาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารที่จะกระทบถึงอธิปไตยไทยเหนือพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ดังนั้นการที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพนั้น ก็จะมีบทบาทในการกำหนดวาระ และมีโอกาสในการล็อบบี้ฝ่ายต่างๆ เป็นจุดเสี่ยงที่จะทำให้ไทยเสียพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร"นายชวนนท์กล่าว

นายชวนนท์กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นแผนสองที่กัมพูชาวางไว้และรอดำเนินการอยู่ที่พนมเปญ เพราะจะมีผลต่อคำตัดสินของศาลโลกในปลายปีด้วย เนื่องจากหากขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารได้อย่างสมบูรณ์ จะมี 7 ชาติเข้ามาบริหารพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร เท่ากับว่าไทยต้องสู้กับอีก 7 ประเทศ

ทั้งนี้นายกฯต้องออกมายืนยันว่าจะยังสนับสนุน หรือจะคัดค้านกัมพูชาอย่างเต็มที่แม้จะเป็นการประชุมในดินแดนของกัมพูชาก็ตาม

ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศควรให้ข้อมูลทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อประชาชนให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่องและให้เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด โดยต้องทำต่อเนื่องจนถึงวันที่ศาลโลกมีคำตัดสิน และอยากให้เป็นหน้าที่ของข้าราชการ ส่วนฝ่ายการเมืองควรละเว้นที่จะนำเสนอ เพราะอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด เนื่องจากไม่ได้รับความไว้วางใจจากสังคมว่าจะรักษาประโยชน์ประเทศชาติอย่างเพียงพอหรือไม่

นายองอาจกล่าวว่า แม้ไทย และกัมพูชาจะมีความสัมพันธ์ที่ดี แต่กัมพูชาอาจมีพฤติกรรมที่กระทำการโดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว เพื่อที่ฝ่ายกัมพูชาจะได้บรรลุเป้าหมายจากการนำคดีปราสาทพระวิหารขึ้นศาลโลก ดังนั้นรัฐบาลต้องระมัดระวังเหตุการณ์ตามแนวชายแดนด้วย เพราะจากนี้ไปจนถึงวันที่จะมีคำพิพากษาของศาลโลกเป็นช่วงเวลาสำคัญ  

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ