
"สองขวัญใจ"ความยิ่งใหญ่ที่คนไทยจดจำ
ย้อนเส้นทางการทำงานของสองขวัญใจในทีมต่อสู้คดีปราสาทเขาพระวิหารที่ชาวไทยต่างยกย่อง
โดย...ทีมข่าวการเมือง
กระแสชื่นชมทะลักทั้งประเทศ คนไทยแห่เทใจให้ทีมต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของ วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีโบกธงชาติไทยนำทีมทนาย ศ.อแลง แปลเลต์ โดนัลด์ เอ็ม. แมคเรย์ และเจมส์ ครอว์ฟอร์ด ขึ้นให้การแถลงด้วยวาจา งัดข้อมูลหักล้างกัมพูชาต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก
ตลอดการให้การของฝ่ายไทยในวันที่ 17 และ 19 เม.ย. วีรชัยวางกรอบการต่อสู้ชัดเจนว่าศาลไม่ควรรับพิจารณาคำร้องที่ทางกัมพูชาขอให้ศาลตีความคำพิพากษาคดีเดิมในปี 2505 เพราะคำร้องของกัมพูชาเป็นเสมือนการอุทธรณ์ที่ซ่อนมาในรูปของการขอให้ศาลตีความซ้ำในสิ่งที่ศาลเคยปฏิเสธไปแล้ว ว่าไม่วินิจฉัยในประเด็นเส้นเขตแดนตามแผนที่ภาคผนวก 1 หรือแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000
“แม้ในคำขอเพิ่มเติมของกัมพูชาในขณะนั้นเกี่ยวกับเส้นเขตแดนและสถานะทางกฎหมายของแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งศาลไม่รับไว้พิจารณา แต่ไม่มีการระบุถึงพื้นที่พิพาทดังกล่าว ซึ่งเป็นสิ่งที่อธิบายความลำบากของกัมพูชาที่จะพิสูจน์ความมีอยู่ของพื้นที่พิพาทดั้งเดิม โดยทำได้อย่างมากก็ปลอมแปลงเอกสารจดหมายเหตุและโต้แย้งด้วยเส้นจากภาคผนวก 49 ของคำให้การแก้ฟ้องของไทยเมื่อปี 2504 ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด” ส่วนหนึ่งของถ้อยแถลงเปิดคดีที่ทูตวีรชัยหักล้างกัมพูชาอย่างดุดัน
ก่อนที่จะย้ำในการแถลงปิดคดีสรุปภาพรวม “ความกลับกลอก” ของกัมพูชาว่าที่ผ่านมากัมพูชากระทำการอันเปรียบเสมือนกัมพูชาได้ตัดขาดกับอดีตของตัวเองอย่างสิ้นเชิง
“กัมพูชาเมื่อในปี 2502 ใช้เส้นที่นำมาจากรายงานของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายตนเป็นพื้นฐานของข้อต่อสู้ กัมพูชาในวันนี้กำลังให้การบนพื้นฐานของเส้นที่ปล้นมาจากรายงานของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทยเมื่อปี 2504 โดยดัดแปลงอย่างไม่เหมาะสมจากวัตถุประสงค์ที่แท้จริง”
ถ้อยแถลงทั้งเปิดและปิดสร้างความเจ็บแปลบสมชื่อเล่น “แสบ” ของทูตวีรชัย ทั้งนี้ เมื่อย้อนดูประวัติหน้าที่การงาน “ทูตแสบ” วัย 53 ปี ผู้นี้เป็นลูกชายคนเล็กของคุณอภิชัย และ พญ.วีรี พลาศรัย เขาเป็นนักเรียนทุนกระทรวงการต่างประเทศดีกรีปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) และปริญญาเอกจากซอร์บอนน์ ประเทศฝรั่งเศส
จากนั้นกลับมารับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ตำแหน่งเลขานุการตรีกองแอฟริกาและกลุ่มอาหรับ ต่อมานั่งตำแหน่งอธิบดีกรมการเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ก่อนจะย้ายมานั่งเก้าอี้อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย
ครั้งหนึ่งวีรชัยพบกับมรสุมในชีวิตราชการ โดยถูกโยกให้ไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำกระทรวงสมัยรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่มี นพดล ปัทมะ เป็น รมว.ต่างประเทศ ต่อมาพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นรัฐบาล วีรชัยถูกแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงเฮก และรับหน้าที่หัวหน้าคณะทำงานคดีปราสาทพระวิหารตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา
มนัสวี ศรีโสดาพล อธิบดีกรมสารนิเทศ กต. ย้อนวันวานที่ร่วมงานกับวีรชัย ย้ำว่า “ทูตแสบ” อัธยาศัยดี เฮฮา เล่นกีตาร์เก่ง เอาจริงเอาจังกับการทำงานอย่างมาก เพราะที่เคยร่วมงานมาไม่เคยเห็นทูตแสบอ่านสรุปเอกสารที่เจ้าหน้าที่สรุปมาให้ แต่จะมีการขอต้นฉบับมานั่งอ่านเองทั้งหมด ถือเป็นคนละเอียดในการทำงานมาก
“ทูตแสบ” ยังเคยเปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ “นิตยสารดิฉัน” ก่อนให้การต่อศาลโลกเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลต่อสู้คดีว่า เป็นความโชคดีที่คดีนี้ผ่านมา 50 ปีแล้ว เอกสารภายในฝรั่งเศสและประเทศต่างๆ ครบกำหนดปลดชั้นความลับ ดังนั้น ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจึงส่งคนไปทั่วโลก โดยเฉพาะอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส เพื่อหาข้อมูลและได้มาเยอะ คาดว่าเสนอต่อศาลแล้วศาลจะเชื่อว่าสิ่งที่ไทยพบค่อนข้างมีน้ำหนัก
“เมื่อคดีสำเร็จแล้ว ถ้ามีประโยชน์ใดๆต้องยกให้วิกิลีก แต่ว่าผมไม่ได้เอามาจากวิกิลีกนะ เพราะข่าววิกิลีกที่มันดังเพราะเอาเอกสารของสหรัฐมาเปิดเผย จึงคิดว่าอเมริกา ฝรั่งเศส เป็นต้นตำรับการทูต การรายงานจะละเอียดจึงคิดว่าคนรุ่นเก่าทำงานละเอียดกว่าคนรุ่นใหม่ ดังนั้น เราต้องไปดูสิว่าทูตสมัยนั้นเขารายงานกันอย่างไร”
สถานการณ์ไม่ได้สร้างเพียงวีรบุรุษ แต่ศึกพระวิหารครั้งนี้เปิดทางให้ “ม้ามืดหญิง” อลินา มิรอง นักกฎหมายผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่เข้ามากุมหัวใจชาวไทย โดยอาศัยความเชี่ยวชาญทางแผนที่ในคดีที่ศึกษามาร่วม 3 ปี ย้อนเกล็ดใช้แผนที่ 1 : 200,000 ที่กัมพูชายึดถือหักล้างกัมพูชาเสียเอง โดยย้ำว่าการที่กัมพูชาอ้างต่อศาลว่าหากตีความแผนที่ซ้ำจะ “ยุติ” ข้อขัดแย้งระหว่างสองชาตินั้นไม่เป็นความจริง
อลินาไม่เพียงชี้เล่ห์ของกัมพูชาในการปลอมแปลงแผนที่นับสิบฉบับ แต่ยังตอกย้ำว่าหากศาลยิ่งตีความซ้ำในแผนที่ของกัมพูชา นอกจากจะไม่สามารถยุติข้อขัดแย้งได้แล้ว ในทางกลับกันจะยิ่งทวีข้อพิพาท เพราะแผนที่ดังกล่าวทั้งบิดเบือน ไม่เที่ยงตรง และใช้ได้เพียงในโลกจินตนาการ เนื่องจากเกิดข้อผิดพลาดสูงจากการศึกษาของหน่วยวิจัยเขตแดนระหว่างประเทศ (ไอบีอาร์ยู) ใช้เทคโนโลยีถ่ายทอดแผนที่ดังกล่าวเปรียบเทียบกับสภาพภูมิประเทศจริง
ส่องประวัติทนายสาวรายนี้ อายุ 34 ปี เป็นศิษย์เอกของ ศ.อแลง แปลเลต์ เธอมีสัญชาติโรมาเนียและฝรั่งเศส มีความสามารถถึง 5 ภาษา คือ โรมาเนีย ฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี และสเปน/โปรตุเกส
ประวัติการศึกษา ดีกรีปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับ 1 นิติศาสตรบัณฑิต ปริญญาโท เกียรตินิยมอันดับ 2 กฎหมายระหว่างประเทศ แผนกคดีเมือง มหาวิทยาลัย เด ซิอองส์ โซซิอัล เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส กำลังศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัย ปารี อูเวสต์ นองแต ลา เดอฟองซ์ เมืองนองแต ประเทศฝรั่งเศส
อลินา มิรอง ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอแลงว่าความในหลายคดี อาทิ คดีล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์กติก (ออสเตรเลียฟ้องญี่ปุ่น) คดีความเคลื่อนไหวละเมิดอธิปไตยบริเวณชายแดน (คอสตาริกาฟ้องนิการากัว) คดีพิพาทเขตแดนและน่านน้ำ (นิการากัวฟ้องโคลัมเบีย) เป็นต้น
ทั้งนี้ คดีปราสาทพระวิหาร นับเป็นคดีแรกที่เธอต้องแถลงต่อหน้าผู้พิพากษาศาลโลกเป็นครั้งแรก แต่ไม่ทำให้คนไทยทั้งประเทศผิดหวัง รวมถึงหัวหน้าทีมอย่างทูตวีรชัย ที่ออกปากชมเปาะว่าไม่ผิดหวังในตัวเธอ สมกับที่ไว้วางใจให้เป็นผู้นำเสนอเรื่องแผนที่หักล้างข้อมูลกับกัมพูชา และประทับใจการทำหน้าที่ของเธอเป็นอย่างยิ่ง







