posttoday
โจรชุมปล้นถี่ยิบร้านทองต้องระวัง

โจรชุมปล้นถี่ยิบร้านทองต้องระวัง

08 เมษายน 2553

เกิดเหตุอุกอาจบ่อยเหลือเกินทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจนผู้ประกอบการค้าทองเริ่มหวาดระแวงไม่เป็นอันทำมาหากิน

เกิดเหตุอุกอาจบ่อยเหลือเกินทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจนผู้ประกอบการค้าทองเริ่มหวาดระแวงไม่เป็นอันทำมาหากิน


          โดย...ธนก บังผล

          คดีปล้นร้านทองที่เกิดขึ้นทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัดทุกคดี น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ประกอบการ
          ร้านค้าทองระมัดระวังมากขึ้น ด้วยการหาเครื่องป้องกัน
          ให้ปลอดภัยที่สุดเพราะเท่าที่ผ่านมาโอกาสที่จะจับโจรมารับโทษ ยังทำได้น้อยเต็มที
          กลายเป็นแฟชั่นสุดชั่วของเหล่าบรรดามิจฉาชีพไปแล้วกับการปล้นร้านทองรายวัน ในระยะนี้เกิดเหตุอุกอาจบ่อยเหลือเกินทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจนผู้ประกอบการค้าทองเริ่มหวาดระแวงไม่เป็นอันทำมาหากิน
          ไม่กี่วันที่ผ่านมา สน.ปทุมวัน ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ห้างทองจุฑาสถิต ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 2 คูหา ชั้นล่างเปิดเป็นร้านค้าทองรูปพรรณส่วนคูหาติดกันเปิดเป็นอู่แท็กซี่ชื่อ เจ๋ง เซอร์วิส มีนายชาญชัยสถิตอมรธรรม เป็นเจ้าของ
          ระหว่างเกิดเหตุมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับและซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นนูโว สีแดง-ดำ ขับปีนขึ้นฟุตปาทจากแยกวัดดวงแข มาจอดหน้าร้านทอง จากนั้นคนซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อกเต็มใบกระโดดลงจากรถ ชักอาวุธปืนแบบลูกโม่เข้ามาปล้นกวาดเอาสร้อยคอทองคำเกือบ 40 เส้นน้ำหนักประมาณ 30 บาท มูลค่าเกือบ 5 แสนบาท ใส่กระเป๋าสะพายหนีไปอย่างใจเย็น
          อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คนร้ายบุกเข้าไปก่อเหตุภายในร้านทอง คนร้ายอีกคนหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์สวมหมวกนิรภัยแบบเต็มใบและสวมเสื้อผ้าสีเดียวกัน ก็ลงจากรถไปยืนถืออาวุธปืนแบบออโตเมติกไม่ทราบขนาดคุมเชิงอยู่บริเวณประตูทางเข้าร้าน
          นายชาญชัย เล่าว่า คนร้ายหันปากกระบอกปืนมาขู่ออกคำสั่งให้ถอยไปให้ห่าง เมื่อเอาสร้อยทองยัดใส่กระเป๋าสะพายแล้ว ก็ซ้อนท้ายรถที่ติดเครื่องรออยู่หลบหนีไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางร้านพบว่า คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 30 วินาที คาดว่าน่าจะมีการมาดูลาดเลาไว้เป็นอย่างดีก่อนลงมือ
          สำหรับคดีนี้ตำรวจสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจเช็กกล้องวงจรปิดตามบริษัท และห้างร้านใกล้เคียงเพื่อหาเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย โดยเชื่อว่าจะสามารถติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้
          หากย้อนดูคดีลักษณะเดียวกัน ย้อนไปไม่กี่วัน มีคนร้ายบุกชิงทรัพย์ร้านทองเจริญมณี ปากซอยลาดปลาเค้า 80 ย่านรามอินทรา คนร้าย 2 คน บุกเข้ามาปล้นเอาทองรูปพรรณไปกว่า100 บาท และหลบหนีไป
          คดีนี้เกิดในท้องที่ สน.บางเขน ตำรวจจึงเร่งสเกตช์รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายแล้วส่งภาพสเกตช์ไปยัง สน.ต่างๆทั่วกทม. และพื้นที่ปริมณฑล ขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสแล้ว
          สำหรับกรณีกระโดดข้ามเคาน์เตอร์แล้วเข้าไปกวาดทองดื้อๆ อย่างร้านนี้ก็เคยปรากฏมาแล้วหลายครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ในห้างสรรพสินค้า ย้อนไปเมื่อปีที่ผ่านมา คนร้ายควงปืนบุกปล้นร้านทองแม่ทองใบคลาสสิคในห้างเดอะมอลล์ สาขาบางแคกทม. กวาดทองรูปพรรณไป 321 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาทคนร้ายขึ้นแท็กซี่หลบหนี
          นายอัษฎางค์ ศิระศิริชัย เจ้าของร้าน เล่าว่าคนร้ายกระโดดข้ามเคาน์เตอร์มาปล้นเอาทองไป แม้พนักงานในร้านพยายามยื้อยุดฉุดกระชาก แต่คนร้ายชักปืนออกมาขู่ เมื่อได้ทองก็หลบหนีไป อย่างไรก็ตาม คนร้ายมีลักษณะผอมสูงประมาณ 170-175 ซม. ผิวดำแดง อายุประมาณ 30 ปีเศษ
          ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้างซึ่งมีอยู่3 ตัว จับภาพรูปหน้าของคนร้ายได้ชัดเจน และระดมกำลังติดตามอย่างกระชั้นชิด แต่ถึงปัจจุบันก็ยังจับคนร้ายไม่ได้
          ล่าสุด เหตุเกิดที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตำรวจได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปล้นร้านทองกิจถาวร ถนนเนียมทองคำ เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ได้ทองรูปพรรณไป 61 บาท มูลค่ากว่า 1.2 ล้านบาท การปล้นครั้งนี้เจ้าของได้รับบาดเจ็บเนื่องจากพยายามจะขัดขืน ต่อสู้ เลยถูกคนร้ายผลักล้มลง
          อีกคดีเกิดเหตุปล้นร้านทองในห้างคาร์ฟูร์ สาขาแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง ร้ายทองโชคร้ายคือร้านทองออโรร่า จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีพนักงานสาว 3 คน พร้อมเจ้าของร้านกำลังช่วยกันเก็บทองรูปพรรณเพราะใกล้เวลาห้างปิด ระหว่างนั้นมีคนร้ายเป็นชายใส่เสื้อแจ็กเกตสีดำ กางเกงยีนส์สีน้ำเงินสวมหมวกกันน็อกสีดำแบบเต็มศีรษะ มองไม่เห็นใบหน้าเข้ามาในร้าน พร้อมกับชักปืนสั้นออกมาขู่ให้ทุกคนอยู่เฉยถ้าไม่อยากตาย ทำให้พนักงานและเจ้าของร้านยืนตกใจทำอะไรไม่ถูก
          จากนั้นคนร้ายใช้ปืนส่ายไปมาพร้อมกับกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ กวาดเอาสร้อยทองรูปพรรณ มีทั้งหนักเส้นละ 3 บาท 5 บาท 1 บาท รวมทั้งหมด104 เส้น น้ำหนัก 450 บาท มูลค่า 7 ล้านกว่าบาทใส่กระเป๋าสะพายที่ติดตัวมา วิ่งลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง ก่อนวิ่งเข้าไปทางร้านหนังสือซึ่งมีประตูออกหน้าห้างได้ ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าสีส้ม ไม่ทราบทะเบียน เร่งเครื่องหลบหนีไปทางถนนแจ้งวัฒนะ โดยมี รปภ. ของห้างขึ้นรถแท็กซี่ไล่ติดตามคนร้ายไป พอจวนตัวคนร้ายเลยหันมาชักปืนยิงใส่รถแท็กซี่ โชคดีกระสุนไม่ถูกใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
          สำหรับคนร้ายรายนี้คาดว่าน่าจะเป็นรายเดียวกับที่เคยก่อเหตุควงปืนบุกเดี่ยวปล้นทองในร้านทองเยาวราชกรุงเทพ ตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของห้างคาร์ฟูร์สาขาแจ้งวัฒนะ ได้ทองรูปพรรณไป 29 บาท เมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยคนร้ายอาศัยช่วงจังหวะที่ตำรวจผลัดเปลี่ยนกำลังไปเฝ้าผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า จึงลงมืออย่างอุกอาจ ถ้าเป็นโจรชั่วคนเดียวกันก็ถือว่าอุกอาจไม่น้อย ที่กล้าหาญย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก
          อย่างไรก็ตาม คดีปล้นร้านทองที่เกิดขึ้นทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัดทุกคดี น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้ประกอบการร้านค้าทองระมัดระวังมากขึ้น ด้วยการหาเครื่องป้องกันให้ปลอดภัยที่สุดเพราะเท่าที่ผ่านมาโอกาสที่จะจับโจรมารับโทษยังทำได้น้อยเต็มที
          ยิ่งช่วงนี้สถานการณ์การเมืองไม่สงบ กำลังตำรวจทหารต้องทุ่มไปกับการดูแลผู้ชุมนุม จึงกลายเป็นช่องว่างให้โจรผู้ร้ายลงมือก่อเหตุอย่างย่ามใจดังนั้นก่อนจะพึ่งตำรวจเจ้าของร้านทองก็ต้องพึ่งตัวเองก่อน อย่ามัวแต่เสียดายเงินเพียงเล็กน้อย เพื่อหามาตรการป้องกันเหตุ กันไว้ก่อนดีกว่าแก้ แย่แล้วจะแก้ไม่ทัน !!!
          อย่ามองข้ามเหล็กดัด-วงจรปิด
          นายชุมพล พิทยานนท์ ประธานชมรมผู้ค้าปลีกทองคำแห่งประเทศไทย แนะนำร้านทองถึงวิธีป้องกันภัยจากเหล่าบรรดาโจรชั่วว่า ควรติดตั้งกระจกที่แน่นหนาให้กับตู้โชว์ทอง มีการติดตั้งตัวล็อก ติดตั้งสัญญาณต่างๆ ติดตั้งลูกกรงเหล็กระหว่างเคาน์เตอร์กับตู้ทอง ไม่ให้เหล่ามิจฉาชีพกระโดดเข้ามาปล้น รวมไปถึงกล้องวงจรปิด
          ทั้งนี้ เชื่อว่าหากมีการป้องกันดังกล่าวอย่างครบถ้วน ไม่ว่าโจรจะเก่งหรือมืออาชีพแค่ไหน ก็ไม่สามารถจะเข้ามาขโมยได้ ซึ่งขณะนี้ทางชมรมได้มีการจัดฝึกอบรมซ้อมยิงปืนให้กับผู้ประกอบการในแต่ละจังหวัดด้วย อาทิ นครปฐม นครราชสีมา และราชบุรี เป็นต้น ยกเว้น กรุงเทพฯเพราะมีสมาคมผู้ค้าทองดูแลอยู่
          อย่างไรก็ตาม หลังจากฝึกซ้อมยิงปืนให้กับสมาชิกชมรมแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะมีการประสานกับโรงรับจำนำ หาหน่วยงานกลางมาดูแลการประสานงานตรงนี้
          อยากฝากไปยังผู้ประกอบการค้าทองว่าต้องระวังให้มาก ช่วงนี้โจรชุกชุมเหลือเกิน มาตรการจริงๆ น่าจะให้คนอยู่นอกร้านหนึ่งคน เวลามีอะไรจะได้ออกไปแจ้งตำรวจได้ทันท่วงที รวมทั้งทำประตูรีโมต ถ้าเห็นผู้ไม่หวังดีใส่หมวกกันน็อกหรือมีพิรุธ ก็ไม่ต้องกดรีโมตเปิดประตูให้เข้ามาในร้าน
          นอกจากนี้ ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดให้เพิ่มขึ้น ติดลูกกรงเหล็กให้แข็งแรงและฟิล์มกันกระสุน โดยกล้องวงจรปิดอย่าไปติดแบบราคาถูกๆ แต่ส่วนใหญ่เจ้าของร้านทองจะไปซื้อแบบราคาประมาณ 3,000-4,000 บาท แต่ไม่มีประสิทธิภาพ กล้องวงจรปิดจะเป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ทำให้มีเบาะแสจับคนร้ายได้ เพราะสถิติของตำรวจพบว่าคนร้ายที่ใช้เวลาในการปล้นเกิน 5 นาที ถูกจับทุกราย แต่ถ้ามืออาชีพจะใช้เวลาตั้งแต่ 30 วินาทีถึง 2 นาทีเท่านั้น
          สำหรับมาตรการในอนาคตทางชมรมจะมีโครงการออกรางวัลนำจับสำหรับผู้แจ้งเบาะแสเพียงแต่ขณะนี้โจรชั่วยังไม่ฆ่าหรือทำร้ายเจ้าทรัพย์ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องออกรางวัลจับเป็นจับตายต่อไป
          นายชุมพล กล่าวอีกว่า ในห้างสรรพสินค้าปล้นง่ายที่สุด คนร้ายมีปืนใครก็ไม่อยากยุ่ง จึงคิดว่าเจ้าของห้างควรจ้าง รปภ.เพิ่มขึ้น ให้ตำรวจมาดูแลรวมทั้งมีอาวุธปืนให้ด้วย เพื่อความปลอดภัยเลย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ