posttoday
การเปิดตัวโตรงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่

การเปิดตัวโตรงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่

19 เมษายน 2556

ตลาดที่อยู่อาศัยขณะนี้ยังไม่มีฟองสบู่ เพราะสินค้าที่ผลิตออกมาโดยเฉพาะห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม แม้มีจำนวนมาก แต่ก็ยังขายดี มีผู้เข้าอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ของผู้เข้าอยู่ยังเป็นผู้ซื้ออยู่เอง ราคาก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังสามารถปล่อยเช่าได้ เป็นต้น

ตลาดที่อยู่อาศัยขณะนี้ยังไม่มีฟองสบู่ เพราะสินค้าที่ผลิตออกมาโดยเฉพาะห้องชุด หรือคอนโดมิเนียม แม้มีจำนวนมาก แต่ก็ยังขายดี มีผู้เข้าอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่ของผู้เข้าอยู่ยังเป็นผู้ซื้ออยู่เอง ราคาก็ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ยังสามารถปล่อยเช่าได้ เป็นต้น

ตลาดที่อยู่อาศัยเสี่ยงที่จะพังทลาย สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ เพราะแข่งขันกันอย่างรุนแรงในการอำนวยสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ที่ประเมินมูลค่าของที่อยู่อาศัยที่มาขอกู้สูงกว่าความเป็นจริง จึงให้กู้ไปสูงกว่าหรือเท่ากับหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเมื่อเกิดภาวะสะดุดทางเศรษฐกิจก็จะทำให้หยุดผ่อนชำระ หรือกลายเป็นหนี้เสีย สะเทือนสถานะของสถาบันการเงิน

มาดูจำนวนอสังหาริมทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือน มี.ค.กันบ้าง

โครงการมีทั้งหมด 16,532 หน่วย รวม 42 โครงการ มีหน่วยขายเฉลี่ยต่อโครงการประมาณ 394 หน่วย แสดงว่าปัจจุบันเน้นเปิดโครงการขนาดใหญ่ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์และบริษัทในเครือมากถึง 78% ของจำนวนหน่วย ส่วนในด้านมูลค่าสูงถึง 84% ทำให้รายใหญ่กำลังครองส่วนแบ่งในตลาดเป็นอันมาก

ประเภทที่มีมูลค่าการพัฒนาสูงสุด คือ อาคารชุด 20,145 ล้านบาท (49%) รองลงมาคือ บ้านเดี่ยว 10,688 ล้านบาท (26%) ส่วนอันดับ 3 คือ ทาวน์เฮาส์ 8,472 ล้านบาท (21%) ของมูลค่าการพัฒนาทั้งหมดตามลำดับ ดังนั้นภาพรวมของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเดือนนี้ส่วนใหญ่หากเป็นบ้านเดี่ยวจะเน้นที่ระดับราคา 35 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดจะเน้นที่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท และ 12 ล้านบาท เป็นสำคัญ

เมื่อพิจารณาอัตราการขายได้จะพบว่า ในเดือนแรกของการเปิดขายมีอัตราการขายได้เฉลี่ยที่ 36% ซึ่งลดลงจากเดือนที่ผ่านมาที่มีอัตราการขายได้ที่ 57% ต่อเดือน โดยประเภทอสังหาริมทรัพย์ที่มีจำนวนหน่วยขายได้มากสุดอันดับ 1 คือ อาคารชุดระดับราคา 12 ล้านบาท จำนวน 3,912 หน่วย ขายได้แล้ว 2,115 หน่วย (54%) รองลงมาคือ อาคารชุดระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท จำนวน 3,075 หน่วย ขายได้แล้ว 1,947 หน่วย (63%) และอันดับ 3 คือ อาคารชุดระดับราคา 23 ล้านบาท จำนวน 2,800 หน่วย ขายได้แล้ว 786 หน่วย (24%)

ผู้ประกอบการที่เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนนี้ เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ (มหาชน) จำนวน 10 บริษัท คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท บริษัท ศุภาลัย บริษัท แสนสิริ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค บริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ และมีบริษัทในเครือบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ 3 บริษัท นอกจากนี้ก็ยังมีบริษัททั่วไปอีกจำนวนหนึ่ง

ในด้านทำเลที่ตั้งจะพบว่าในเดือนนี้มีโครงการที่เปิดตัวใหม่และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในจำนวน 2 โครงการ ตั้งอยู่ในเขตเมืองชั้นกลางและส่วนต่อขยายของเมือง (Intermediate Area) จำนวน 37 โครงการ เช่น ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนรามอินทรา ถนนนวมินทร์ ถนนรามคำแหง ถนนวงแหวนตะวันออก ถนนบางนาตราด ถนนสุขสวัสดิ์ ถนนพระราม 2 และถนนพระราม 5 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีอีก 3 โครงการ ที่อยู่ในพื้นที่รอบนอก ซึ่งใกล้แหล่งงานและแหล่งชุมชนที่อยู่อาศัย เช่น ย่านพุทธมณฑลสาย 5 ถนนหลวงแพ่งลาดกระบัง และถนนรังสิตนครนายก เป็นต้น

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้พบโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่รอเปิดขายใหม่ในอนาคตอีก 348 โครงการ จะสังเกตได้ว่ามีโครงการหลายแห่งที่ได้ประกาศตัวหรือเปิดตัวทางหน้าหนังสือพิมพ์ อย่างไรก็ตาม ในการเปิดขายจริง (ที่มีโบรชัวร์และสำนักงานขายที่พร้อมต้อนรับผู้สนใจซื้อไปเยี่ยมชม) ยังไม่มี จึงถือเป็นโครงการที่ยังไม่เปิดตัวและเมื่อเปิดตัวจริงแล้ว จะได้ดำเนินการสำรวจต่อไป

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว