posttoday
เขมรปิดคดียันแผนที่จริง

เขมรปิดคดียันแผนที่จริง

19 เมษายน 2556

นายร็อดแมน บุนดี ทนายความฝ่ายกัมพูชา กล่าวเปิดชี้แจงด้วยวาจาครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นรอบสุดท้ายต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ว่า ประเด็นที่ทำให้คู่ความไม่ลงรอยกัน คือ เรื่องข้ออ้างของไทยที่ระบุว่ามีข้อพิพาทในเรื่องการตีความคำพิพากษา เพราะว่า 40 ปีที่ผ่านมา กัมพูชายอมรับการตีความของประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2505 (ค.ศ. 1962) หรือรั้วลวดหนามที่ทำขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีมูล

นายร็อดแมน บุนดี ทนายความฝ่ายกัมพูชา กล่าวเปิดชี้แจงด้วยวาจาครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นรอบสุดท้ายต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก ว่า ประเด็นที่ทำให้คู่ความไม่ลงรอยกัน คือ เรื่องข้ออ้างของไทยที่ระบุว่ามีข้อพิพาทในเรื่องการตีความคำพิพากษา เพราะว่า 40 ปีที่ผ่านมา กัมพูชายอมรับการตีความของประเทศไทย ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปี 2505 (ค.ศ. 1962) หรือรั้วลวดหนามที่ทำขึ้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่มีมูล

นอกจากนี้ ข้อโต้แย้งที่นำเสนอโดย อลินา มิรอง ทนายความฝ่ายไทยเกี่ยวกับเรื่องแผนที่ในส่วนที่เสนอสนับสนุนบริเวณปราสาทเป็นแถบขนาดเล็ก จึงอยากอธิบายว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นสิ่งเข้าใจผิด

ทั้งนี้ คำถามคือ ข้อพิพาทมีจริงหรือไม่ ในแง่ตีความคำพิพากษานั้น จากการนำเสนอหลักฐานจำนวนมากในการชี้แจงครั้งที่ผ่านมา กัมพูชามีปัญหาเรื่องการตีความของไทย โดยเฉพาะการทำรั้วลวดหนามตามมติ ครม.ไทย และกัมพูชาประท้วงตลอดว่าเส้นดังกล่าวไม่สอดคล้องกับแผนที่ศาลใช้ในการตัดสินในคำพิพากษา 2505 ตามแผนที่ภาคผนวก 1

อย่างไรก็ดี ไทยพยายามพูดถึงและเลือกเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยไม่ถูกบริบทเพื่อรองรับข้ออ้างว่ากัมพูชาเห็นชอบมาตลอดในการตีความของไทยในคำพิพากษา ซึ่งไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ จุดเริ่มต้นข้อพิพาทเริ่มจาก ครม. 2505 ที่ระบุว่าบริเวณพระวิหารอยู่ที่ใด และไทยได้ใช้แผนที่ L7017 ที่บอกว่าเป็นเอกสารลับให้กัมพูชาปี 2007 ซึ่งอยู่ในแถบ 13 ของแฟ้ม บริเวณปราสาทพระวิหารเป็นไปตามมติ ครม.ไทย ในปี 2505 และไทยได้กล่าวไว้ว่าเส้นแบ่งเขตแดน แต่บันทึกช่วยจำที่กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เตรียมไว้ในปี 2007 ได้พูดถึงกัมพูชานำปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก

“รมว.ต่างประเทศของไทย กล่าวไว้ว่า รัฐบาลไทยยืนยันว่าเอกสารของกัมพูชาไม่มีการต่อเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกัมพูชา ดังปรากฏในแผนที่มาตรา 1:50,000 หรือ L7017 ตามภาคผนวก ทั้งที่ความจริงไทยเห็นว่าเป็นเส้นเขตแดน ซึ่งไม่สอดคล้องกับคำพิพากษาศาล และภาคผนวก 1 และตามคำสั่งปี 2505 สอดคล้องกับเส้นสันปันน้ำ ตามสิ่งที่กัมพูชาร้อง”

ร็อดแมน กล่าวยืนยันว่า เส้นภาคผนวก 1 เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง 2 ประเทศในบริเวณปราสาทพระวิหาร แต่เส้นสันปันน้ำกัมพูชาใช้เป็นเส้นโต้แย้งในด้านทางเทคนิคตามที่ไทยกล่าวอ้าง และเมื่อชี้แจงไปแล้วเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา ศาลไม่ได้พิจารณาเส้นสันปันน้ำ และไทยอยากให้ศาลเชื่อว่ากัมพูชาเห็นด้วยกับการตีความของไทย เพราะสอดคล้องกับเส้นสันปันน้ำ ขณะที่ วีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ระบุว่าเส้นเดียวที่กัมพูชาพูดถึงคือ เส้นสันปันน้ำในแผนที่ภาคผนวก 1 ถือว่าไม่ถูก เพราะในคดีเริ่มแรกพูดถึงแผนที่ภาคผนวก 1 ซึ่งศาลยอมรับ

นอกจากนี้ ปี 1962 รมว.ต่างประเทศกัมพูชาพูดที่สหประชาชาติว่า ไทยปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งเป็นการอ้างเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่ที่ไม่ได้กล่าวถึงคือ ประเทศไทยควรทำในลักษณะฉันมิตรสามารถฟื้นมาได้ แต่โชคร้ายไทยกลับหลอกลวงและยึดครองบริเวณปราสาท โดยใช้รั้วลวดหนามยึดและไม่ถอนกำลังทหาร ซึ่งไม่เป็นไปตามแผนที่ภาคผนวก 1

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก