posttoday
คดีปราสาทพระวิหาร

คดีปราสาทพระวิหาร

18 เมษายน 2556

สัปดาห์นี้เรื่องที่ฮิตที่สุดคงจะเป็นเรื่องศาลโลกรับฟังการปิดคดีเขาพระวิหาร ซึ่งรายละเอียดคงไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นเพียงฉากหนึ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาเท่านั้น แต่ต้องรอไปจนถึงปลายปีนี้ว่าหวยจะออกมาในรูปใด

สัปดาห์นี้เรื่องที่ฮิตที่สุดคงจะเป็นเรื่องศาลโลกรับฟังการปิดคดีเขาพระวิหาร ซึ่งรายละเอียดคงไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นเพียงฉากหนึ่งบนเส้นทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาเท่านั้น แต่ต้องรอไปจนถึงปลายปีนี้ว่าหวยจะออกมาในรูปใด

เราไว้ใจและให้กำลังใจทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศ นำโดยท่านทูตวีรชัย พลาศรัย เรารู้ว่าท่านจะต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะเดิมพันคือชาติบ้านเมือง การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของท่านทูตวีรชัยและทีมงาน เราเชื่อมั่นใน “มืออาชีพ” ของท่าน เพราะท่านได้พิสูจน์ให้คนไทยเห็นแล้วว่า ท่านยึดความถูกต้องเป็นหลัก ไม่ยอมตกอยู่ใต้การบงการของนักการเมือง แม้จะถูกย้ายออกจากตำแหน่งโดยไม่ยอมทำในสิ่งที่ขัดกับจิตสำนึก ดังนั้น เราถึงมีความเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของท่านและทีมงาน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม

แต่เราไม่ไว้ใจนักการเมืองในรัฐบาลชุดนี้เพราะอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเขมร ในเมื่อไม่กี่ปีมานี้ อดีตรัฐมนตรีคนหนึ่งของพรรคนี้มีพฤติกรรมที่น่าสงสัย ลุกลี้ลุกลน ปกปิด เร่งรีบรวบรัดไปให้คำรับรองจนทำให้กัมพูชาสามารถยื่นคำร้องขอให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่ฝ่ายเดียว พร้อมกับแผนที่แนบท้ายที่ทำให้ไทยเสียเปรียบอย่างมากได้ทันเวลา ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนปัจจุบันซึ่งยังไม่ทันไรเลยก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้ไทยมีแต่แพ้และเสมอตัว รวมทั้งรัฐมนตรีชุดนี้อีกหลายคนออกมาพูดปรามคนไทยให้เคารพการตัดสินของศาล รวมทั้งเตรียมหาเรื่องแก้ตัวไว้แล้วหากแพ้คดี โดยโยนความผิดให้ฝ่ายค้านต้องรับไปครึ่งหนึ่ง เพราะทีมทนายชุดนี้เป็นทีมเดียวกับที่รัฐบาลชุดก่อนตั้งขึ้น จนทำให้คนไทยทั่วไปมีความรู้สึกว่าไทยจะแพ้ในคดีนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นเวที นอกจากนั้น คนไทยยังทำภาพหลอนที่นักการเมืองของพรรคปกครองขณะนี้แห่กันไปกราบไหว้ฮุนเซนที่พนมเปญ คนหนึ่งนำพระสยามเทวาธิราชจำลองไปมอบให้ฮุนเซน เหมือนกับเอาประเทศไทยไปให้เขมร

ผู้นำเขมรก็เช่นกัน เรื่องนี้ผ่านไป 50 ปีแล้ว แต่ทำไมเพิ่งมาฟ้องร้องกันปีสองปีที่ผ่านมา บางคนอาจบอกว่าเพราะเขาต้องการพื้นที่ประกอบตัวปราสาทที่จะเป็นมรดกโลก ซึ่งมีเหตุผล ทีนี้มาถึงศาลโลกที่คนไทยเป็นห่วง เพราะครั้งที่แล้วเราแพ้เพราะศาลอ้างกฎหมายปิดปาก ทั้งที่กรมพระยาดำรงราชานุภาพขึ้นไปดูปราสาทครั้งนั้นไม่มีสถานะเกี่ยวข้องกับรัฐบาลและราชการ เพราะท่านพ้นตำแหน่งหมดแล้ว แต่ขึ้นไปในฐานะนักโบราณคดี ครั้งนี้พื้นที่รอบตัวปราสาทที่ไทยเรากั้นรั้วลวดหนามไว้ให้และเขมรยอมรับมาเป็นเวลา 50 ปีแล้ว ศาลจะใช้กฎหมายปิดปากเขมรบ้างไหม หรือศาลโลกจะทำตัวเป็นศาลการเมืองอย่างที่คนเขาพูด

ชายแดนด้านเขมรและปราสาทพระวิหารเป็นบทเรียนที่ไทยต้องศึกษา ปัญหาเกี่ยวกับพื้นที่บนเขาพระวิหารนั้นมีมานาน เพราะความ “ใจดี” ของไทยที่อยากเห็นคนเขมรมีรายได้ ยอมให้มาค้าขายและสร้างบ้านเรือนและวัดวาอารามเป็นการถาวรในฝั่งไทย หน่วยงานความมั่นคงเตือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มาไปแล้วหลายครั้ง แต่รัฐบาลก็ไม่นำพาโดยพูดคำเดียวเพื่อความสัมพันธ์อันดี ปัญหาแบบนี้ควรให้กระทรวงต่างประเทศซึ่งเป็นมืออาชีพเป็นผู้ดำเนินการ คำว่า “พื้นที่ทับซ้อน” ที่คนไทยชอบพูดกันนัก เป็นคำที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจ เพราะ “อธิปไตยไม่มีการทับซ้อน” ไม่เป็นของไทยก็เป็นของเขมร ไม่เป็นของเขมรก็เป็นของไทย เราต้องยืนยันว่าพื้นที่พิพาทดังกล่าวเป็นของไทย เหมือนกับที่ฮุนเซนยืนยันตลอดมาว่าไม่มีพื้นที่ทับซ้อน แต่เป็นดินแดนของเขมร การพูดโดยไม่เข้าใจทำให้เราเสียเปรียบได้

รัฐบาลชุดนี้ชอบพูดนักเรื่องความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชา นายกรัฐมนตรีก็เพิ่งออกมาพูดว่าห่วงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเขมร ดังนั้น เราน่าจะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงเวลาที่ผ่านมาบ้างว่า ทำไมนายกรัฐมนตรีถึงห่วงความสัมพันธ์กับเขมรนัก

รัฐบาลฮุนเซนมีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลทักษิณ สมัคร สมชาย มาโดยตลอด แต่ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งขัดขวางผลประโยชน์ของกัมพูชาทั้งในเรื่องเขตแดนทางบกและทางทะเล รวมทั้งการขึ้นทะเบียนมรดกโลกฝ่ายเดียว จึงไม่แปลกใจที่ทำไมรัฐบาลฮุนเซนจึงหนุนช่วยฝ่ายค้านขณะนั้นล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ทั้งในสภาและนอกสภา เป็นที่ยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุร้ายในไทยช่วงปี 2553 ส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากกัมพูชาทั้งในรูปการฝึกอบรมด้านอาวุธในชายแดนเขมร ซึ่งมีทหารเขมรเป็นคนฝึกอบรมให้ ยินยอมให้ใช้ดินแดนเป็นฐานปฏิบัติการและแหล่งหลบซ่อนตัวของผู้ก่อการร้ายที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ไทย โดยฝ่ายกัมพูชาอำนวยความสะดวกจัดให้พักอยู่ที่โรงแรมชั้นดี มีรายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงว่า ในช่วงที่เกิดความวุ่นวายกันนั้น มีเรือประมง 3 ลำบรรทุกอาวุธเต็มมาจากน่านน้ำกัมพูชาเข้ามาไทย โดยมีคนกลุ่มหนึ่งรับเอาไป คาดว่าอาจเอามาเตรียมพร้อมไว้ใช้ต่อสู้กับรัฐบาลในกรณีเกิดสงครามกลางเมือง

นอกจากนั้น เขมรยังสร้างสถานการณ์โดยยิงอาวุธหนักเข้ามาทางชายแดนเพื่อให้กองทัพไทยส่งทหารไปตรึงกำลังที่ชายแดน ไม่ให้สามารถส่งกำลังมาปราบปรามผู้ก่อเหตุร้ายและเหตุจลาจลใน กทม. ต่อมาเขมรได้ยิงปืนใหญ่เข้ามาในไทยก่อน เพื่อยั่วยุให้ไทยตอบโต้จะได้กล่าวหาว่าไทยรังแกกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศเล็กกว่า และโฆษณาชวนเชื่อว่าการปะทะชายแดนเป็น “สงครามระหว่างประเทศ” เพื่อให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมองว่าเป็นการคุกคามต่อสันติภาพของภูมิภาค จะได้ออกมติประณามรัฐบาลไทยและบังคับให้ไทยยุติการคุกคามกัมพูชา ผลจากการนี้ทำให้สหรัฐและจีนได้ขายและให้อาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากแก่กองทัพเขมร โดยเล็งไปที่แหล่งพลังงานในอ่าวไทยเป็นการตอบแทน นับว่าเขมรประสบความสำเร็จด้วยดีในการทำลายสถานะระหว่างประเทศของรัฐบาลอภิสิทธิ์ขณะนั้น

เป็นที่เข้าใจได้ว่า ผู้นำกัมพูชาย่อมเลือกสนับสนุนรัฐบาลหรือพรรคการเมืองที่ให้ประโยชน์กับตน อย่างไรก็ดี การสนับสนุนอย่างเปิดเผยกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเพื่อล้มรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถือว่าเป็น “การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น” อย่างชัดเจน ซึ่งขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติและกฎบัตรของอาเซียน โดยที่กลุ่มอาเซียนอื่นๆ ก็อึดอัดกับพฤติกรรมของฮุนเซน

เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ขึ้นสู่อำนาจ จึงไม่ต้องแปลกใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำเขมรกับผู้นำไทยถึงแน่นแฟ้นกลมเกลียว เพราะเขมรมีส่วนช่วยให้รัฐบาลชุดนี้ขึ้นสู่อำนาจ เพียงแต่จะถอนคดีออกจากศาลก็ไม่ได้ เพราะยื่นฟ้องสมัยอภิสิทธิ์ไปแล้ว หากถอนเดี๋ยวคนเขมรจะด่าเอา เมื่อนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ห่วงใยความสัมพันธ์อันดีกับเขมร น่าจะหมายถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างครอบครัวชินวัตรกับครอบครัวฮุนเซนมากกว่า ไม่ได้เกี่ยวกับประเทศและประชาชนไทยแต่อย่างใด

คนไทยเป็นคนใจดี โอบอ้อมอารี ดีกับเพื่อนบ้านเสมอ แต่การอ้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างเดียวโดยที่ไทยต้องเสียประโยชน์สำคัญยิ่งของชาติ หรือยอมๆ กันไป คงไม่ใช่วิธีการสร้างความสัมพันธ์อันดีที่ถูกต้องนัก การเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันต้องดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย เขียนแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกหาว่าเป็นพวก “คลั่งชาติ” อีก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ