
อ้างความชอบธรรม
ผลจากการร่วงหล่นของราคาทองคำในตลาดโลกเมื่อสองวันก่อนที่หล่นพรวดรวดเดียววันเดียวถึง 140 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์นั้น สิ่งที่น่าวิตกกังวลกันก็คือ จะกลายเป็นเหตุที่บรรดาธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกอ้างความชอบธรรมในการที่จะใช้มาตรการทางการเงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร้ความจำเป็น แต่มีนัยเบื้องหลัง
ผลจากการร่วงหล่นของราคาทองคำในตลาดโลกเมื่อสองวันก่อนที่หล่นพรวดรวดเดียววันเดียวถึง 140 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์นั้น สิ่งที่น่าวิตกกังวลกันก็คือ จะกลายเป็นเหตุที่บรรดาธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลกอ้างความชอบธรรมในการที่จะใช้มาตรการทางการเงินออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร้ความจำเป็น แต่มีนัยเบื้องหลัง
แน่นอนครับว่า การที่นักลงทุนแห่ทิ้งตลาดทองนั้น เหตุผลหนึ่งที่สำคัญก็คือเป็นเพราะว่าความวิตกกังวลต่อระดับเงินเฟ้อนั้นไม่น่าเป็นห่วง ทำให้นักลงทุนเริ่มหันเมินตลาดทองคำกันมากขึ้น
ซึ่งจะกลายเป็นข้ออ้างให้ธนาคารกลางของประเทศมหาอำนาจกล้าที่จะงัดเอามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาใช้อีก
แต่ดังที่รู้กันครับ มาตรการจากธนาคารกลางของประเทศร่ำรวยนั้นไม่ได้มีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีนัยแอบแฝงที่จะกดให้ค่าเงินต่ำลงด้วย
เท่ากับว่า การอ่อนตัวของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาจะยิ่งกลายเป็นการสุมไฟให้สงครามค่าเงินในโลกรุนแรงขึ้นอีกทางหนึ่ง
เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางอังกฤษ บอกว่า ในขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณของฟองสบู่ในตลาดสินทรัพย์เกิดขึ้นแต่อย่างใด ยิ่งเป็นการส่งสัญญาณไฟเขียวให้ธนาคารกลางเหล่านั้นใช้มาตรการทางการเงินในระดับที่รุนแรงขึ้น
ทิศทางอนาคตเศรษฐกิจโลกจึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะบรรดาธนาคารของประเทศยักษ์ใหญ่ยังไม่วางมือจากการอัดเงินเข้าสู่ระบบกันโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมากับประเทศอื่นๆ ที่เหลือในโลก
โดยเฉพาะเอเชียที่อาการน่าเป็นห่วงที่สุด เห็นได้จากค่าเงินบาทไทยที่แข็งเอาๆ ครับ







