posttoday
ยุทธวิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง

ยุทธวิธีหนามยอกเอาหนามบ่ง

18 เมษายน 2556

นักวิชาการประเมินการแถลงโดยวาจาของทีมทนายฝ่ายไทยไว้อย่างน่าสนใจ

นักวิชาการประเมินการแถลงโดยวาจาของทีมทนายฝ่ายไทยไว้อย่างน่าสนใจ

วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ วิเคราะห์การให้ถ้อยแถลงของทีมทนายความไทยว่าเป็นยุทธวิธี “หนามยอกเอาหนามบ่ง” เพราะเป็นการนำหลักฐานจากฝั่งกัมพูชามาหักล้างทีมทนายของกัมพูชาเอง โดยเฉพาะนำกรณีการเสด็จยังปราสาทพระวิหารของสมเด็จเจ้านโรดม สีหนุ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2505 เทียบกับกรณีการเสด็จของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพจนศาลพิพากษาให้ถือว่าเป็นการยอมรับอธิปไตยเหนือดินแดนกัมพูชาโดยปริยาย

อีกหนามบ่งคือ การให้การว่าแผนที่ 1:200,000 ที่กัมพูชาเป็นฝ่ายยึดถือนั้นกลายเป็นแผนที่ที่ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถใช้ได้จริงเมื่อเทียบกับการศึกษาแผนที่ของหน่วยวิจัยเขตแดนระหว่างประเทศ (ไอบีอาร์ยู)

วีรพัฒน์ ระบุด้วยว่า 2 วันที่เหลือในการต่อสู้คดีการหักล้างข้อมูลระหว่างไทยและกัมพูชาจะเข้มข้นขึ้น เพราะทางฝั่งกัมพูชาจะระดมข้อมูลมาโต้แย้งฝั่งไทยอ้างถึงท่าทีของเจ้าสีหนุที่แสดงท่าทีไม่พอใจ ไม่ได้นิ่งเฉยตามที่ไทยกล่าวอ้าง อีกทั้งอาจหักล้างแผนที่ของไอบีอาร์ยูว่าแผนที่ดังกล่าวไม่สามารถนำมาพิจารณาในชั้นศาลได้ เนื่องจากเป็นข้อเท็จจริงนอกคดี ขณะเดียวกันเชื่อได้ว่าฝ่ายไทยจะโต้เเย้งเช่นกันว่าแผนที่เป็นข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถใช้อ้างอิงได้

ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประเมินว่า การให้การของไทยทำได้ดีโดยเฉพาะการย้ำว่าศาลไม่มีอำนาจรับตีความในคดีนี้ โดยการต่อสู้ประเด็นนี้ทางไทยวางจุดยืนได้ดียิ่งที่เลือกจะเน้นไปทางฝ่ายตรงข้ามว่ากัมพูชาไม่มีความชอบธรรมในการฟ้องมากกว่าการเน้นไปที่ศาลไม่มีสิทธิรับคำร้องโดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นผลดีที่หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าต่อศาล

ปณิธาน กล่าวต่อว่า ไทยต่อสู้ได้ดีในแง่กฎหมาย แต่ล้มเหลวในการต่อสู้ทางการเมือง เพราะไม่ได้ชี้แจงหักล้างข้อมูลที่ทางกัมพูชาพยายามโน้มน้าวว่าไทยใช้ความรุนแรง ละเมิดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และเป็นฝ่ายรุกรานก่อน ในการแถลงคดีของกัมพูชาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ มองว่าเป็นเพราะหัวหน้าทีมทนายเป็นเอกอัครราชทูต ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง จึงเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากกว่าการตอบโต้ทางการเมือง เพราะฝ่ายการเมืองเข้ามาแล้วไป ไม่ต้องรับผิดชอบความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นตามมา ขณะที่ทางกัมพูชาคุมการต่อสู้คดีโดยฝ่ายการเมือง คือ ฮอร์นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จึงใช้เวทีศาลโต้แย้งทางการเมืองอย่างเข้มข้น ต่างจากวิถีการต่อสู้สไตล์ทูตของฝ่ายไทย

อย่างไรก็ตาม ปณิธาน ย้ำว่า การต่อสู้หลังจากนี้ไทยต้องยืนยันว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายยั่วยุให้เกิดความรุนแรงก่อน ที่ผ่านมากัมพูชาใช้แถลงการณ์ร่วมเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวเอง มุ่งหวังผลประโยชน์จากการขึ้นทะเบียนปราสาทและพื้นที่โดยรอบเป็นมรดกโลกจากท่าทีกลับลำภายหลังของกัมพูชา และที่สำคัญไทยต้องดึงความได้เปรียบทางการเมืองกลับคืนมา ลบล้างภาพลักษณ์การใช้กำลังทหารครอบงำการแก้ปัญหาตามที่กัมพูชาโจมตี

ปณิธาน ชี้อีกว่า ไม้เด็ดของการแถลงฝ่ายไทยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ คือ อลินา มิรอง ทนายความหญิงฝ่ายไทย มายืนยันความล้มเหลวของแผนที่ 1:200,000 ของกัมพูชา โดยอ้างแผนที่ที่มีความแม่นยำกว่าจากการศึกษาของไอบีอาร์ยู ที่มีหลักฐานทั้งทางประวัติศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อันน่าเชื่อถือได้ ที่สำคัญการยกข้อมูลแผนที่อีกฉบับมาหักล้างกัมพูชายังถือเป็นการเน้นย้ำว่า หากศาลตีความซ้ำในคำพิพากษาเดิมที่ยึดแผนที่ 1:200,000 ก็ไม่สามารถยุติความขัดแย้งของ 2 ชาติได้ตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง แต่จะยิ่งเพิ่มทวีความขัดแย้งขึ้นมา เพราะแผนที่ที่กัมพูชาเรียกร้องนั้นไม่มีประสิทธิภาพ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69