
ทีวีสาธารณะ
ประเด็นร้อนที่ยังไม่มีคลี่คลายกับการที่คณะกรรมการกิจการกระจายและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ให้ช่อง 5 11 ได้ออกแบบคู่ขนานคือ สามารถออกอากาศทีวีทั้งระบบอะนาล็อกที่ส่งสัญญาณอยู่เวลานี้และระบบดิจิตอลไปพร้อมกัน โดยกำหนดให้ออกอากาศทีวีดิจิตอลในช่องสาธารณะ
ประเด็นร้อนที่ยังไม่มีคลี่คลายกับการที่คณะกรรมการกิจการกระจายและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ให้ช่อง 5 11 ได้ออกแบบคู่ขนานคือ สามารถออกอากาศทีวีทั้งระบบอะนาล็อกที่ส่งสัญญาณอยู่เวลานี้และระบบดิจิตอลไปพร้อมกัน โดยกำหนดให้ออกอากาศทีวีดิจิตอลในช่องสาธารณะ
การให้ช่อง 5 11 ได้ออกอากาศคู่ขนาน กสท.อ้างว่าทำตามมาตรา 82 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้กำหนดเวลายุติการออกอากาศ ระบุเพียงว่าตามความเหมาะสม หรือเมื่อมีการชมทีวีดิจิตอลมากขึ้น
ขณะที่นักวิชาการยืนยันว่า การให้ออกอากาศคู่ขนานเหมือนการให้ใบอนุญาตช่องสาธารณะไปแล้ว และทำให้นักวิชาการ สื่อมวลชน และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และกรรมการ กสท. ออกมายืนยันไม่เห็นด้วย เพราะทั้งสองช่องไม่ยอมปรับเปลี่ยนเนื้อหารายการ เพื่อการเข้าสู่ช่องสาธารณะอย่างแท้จริง โดยกฎหมายกำหนดให้ช่องสาธารณะต้องมีเนื้อหารายการ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุดและสามารถโฆษณาได้ แต่เพื่อหารายได้ที่เหมาะสมเท่านั้น
ทั้งนี้ ช่อง 5 ถือเป็นทีวีของกองทัพ และช่อง 11 เป็นทีวีของรัฐ และรัฐคุมอำนาจอยู่ การได้ออกอากาศช่องสาธารณะ โดยไม่เปลี่ยนรูปแบบและเนื้อหารายการ รวมทั้งช่อง 5 ยังสามารถหารายได้จากโฆษณาเช่นเดิม เป็นการขัดกับแนวทางปฏิรูปสื่ออย่างชัดเจน
หากย้อนกลับไปแนวคิดการปฏิรูปสื่อมาจากเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ คือ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ที่ประชาชนเรียกร้องกองทัพ กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานรัฐ คืนคลื่นความถี่ที่มีอยู่มากมายทั้งหมด เพื่อนำมาจัดสรรใหม่ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและมีความเสรีมากที่สุด ไม่ให้มีภาครัฐเข้าควบคุมกำกับดูแลเหมือนเดิม
เพราะเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พบว่า สถานีโทรทัศน์ทุกช่องไม่มีการรายงานข่าวเหตุการณ์ที่ถูกต้อง ไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิต ถือเป็นการบิดเบือนการนำเสนอข้อมูลสู่ประชาชน จึงมีเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูปสื่อไม่ให้มีภาครัฐ หรือกองทัพเข้ามาควบคุมสื่ออีกต่อไป
ในที่สุดมีรัฐธรรมนูญปี 2540 จึงกำหนดให้มีองค์การอิสระคือ กสทช.เข้ามาทำหน้าที่นำคลื่นทั้งหมดของกองทัพและภาครัฐ เข้ามากำกับดูแลและให้ใบอนุญาต พร้อมกับเปลี่ยนโฉมหน้าสื่อโทรทัศน์ของประเทศมีความเสรี
ดังนั้น หาก กสท.ยังไม่สามารถวางแนวทางทีวีสาธารณะที่ชัดเจน และให้ใบอนุญาตกับภาครัฐเท่านั้น แนวคิดการปฏิรูปสื่อและการเกิดขึ้นของ กสทช.คงล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง







