
พีซีซีขู่ร้องศาลหากถูกเลิกสัญญาสร้างโรงพัก
พีซีซีขู่ร้องศาลปกครองขอคุ้มครองฉุกเฉิน หากสตช.ยกเลิกสัญญาก่อสร้างโรงพักให้ประมูลใหม่ ลั่นขอขยายเวลา 600 วันยืนยันทำเสร็จครบ 396 แห่ง
พีซีซีขู่ร้องศาลปกครองขอคุ้มครองฉุกเฉิน หากสตช.ยกเลิกสัญญาก่อสร้างโรงพักให้ประมูลใหม่ ลั่นขอขยายเวลา 600 วันยืนยันทำเสร็จครบ 396 แห่ง
พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรย์รัตน์ อดีตรองผู้กำกับกองปราบปราม ในฐานะที่ปรึกษาบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัสชั่น จก. เปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อมูลกรณีข้อกล่าวหาทำผิดสัญญาโครงการก่อสร้าง 396 โรงพัก ก่อสร้างล่าช้าว่า ปัญหาเกิดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ส่งมอบที่ดินล่าช้า แม้จนวันนี้ยังส่งมอบไม่ได้อีก 5 โรงพัก โดยที่ผ่านมาก็มีมติ ครม. ให้ขยายเวลาก่อสร้างออกไป 3 ครั้ง เนื่องจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมทั่วประเทศ และสำนักงานตำรวจแห่งขาติก็ได้ขยายเวลาให้อีก 30 วัน รวม 240 วัน
บริษัท พีซีซีได้ทำสัญญาว่าจ้าง 396 โรงพักดังกล่าวในวงเงิน 5,848,000,000 บาท จากราคากลาง 6,388 ล้านบาท กับสำนักงานส่งกำลังบำรุง หน่วยงานสังกัดสนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 มิ.ค. 2554 กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จ 17 มิ.ย. 2555 ต่อมามีการขยายเวลาการก่อสร้าง 3 ครั้ง ออกไปเป็นแล้วเสร็จวันที่ 14 มี.ค. 2556
ต่อข้อถามว่าถ้า สตช. ไม่ต่อสัญญาในวันที่ 17 เม.ย.นี้ ทางบริษัทจะทำยังไงนั้น พ.ต.ท.สันธนะกล่าวว่า ถ้าผบ.ตช. พูดว่าจะยกเลิกแล้วจะประกวดราคากลางอีกครั้ง ก็ถามว่าจะทำได้จริงหรือไม่
“ผมขอประกาศสัตยบัลของบริษัทไว้ตรงนี้เลยว่า ถ้าขยายเวลาให้ 600 วันตามสิทธิ์ของบริษัท รับรองว่าไม่เกิน 6 – 8 เดือนจะเห็นความคืบหน้าของการก่อสร้าง อย่างน้อยล็อตแรกจะสามารถส่งมอบโรงพักให้ 10 หลัง และจะเสร็จครบ 396 หลังในเวลาที่กำหนดแน่นอน เพราะบริษัทมีแผนงานและเคยรับงานโครงการใหญ่มาแล้ว เมื่อประกาศแบบนี้ถ้าทำไม่ได้บริษัทก็หมดชื่อเสียงอยู่ในสังคมไม่ได้”ที่ปรึกษา พีซีซี กล่าว
ด้านฝ่ายกฎหมายของบริษัทได้กล่าวเสริมว่าถ้า สตช. บอกเลิกสัญญา บริษัท พีซีซี ก็ถือว่าเป็นผู้เสียหายที่จะโต้แย้งสิทธิ์ได้ เช่นเดียวกับ สตช. ต่างฝ่ายต่างฟ้องกันได้ เป็นคดีที่จะฟ้องร้องกันทางศาลปกครองและสามารถขอคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินไม่ให้มีการประกวดราคาใหม่ได้
“เราเสียหายตรงที่ส่งมอบงานแล้วไม่ได้รับค่าจ้าง 72 ล้านบาท ถ้าจะอ้างว่าส่งมอบงานช้า ก็จะโต้แย้งว่า สตช. ยังไม่ส่งมอบพื้นที่ จะขอคุ้มครองชั่วคราวก็ได้ มันจะเป็นคดียาวจนกลายเป็นโฮปเวลสองหรือไม่”พ.ต.ท.สันธนะกล่าว
พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวอีกว่าบริษัททนไม่ไหวแล้ว ตั้งแต่นายสิบถึงนายพล พอได้แล้ว เพราะไม่จ่ายถึงเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เป็นเรื่องคนบางคนในองค์กรที่บังเอิญมาเกี่ยวข้อง เราไม่อยากหยิบยกมากล่าว เราใช้เงิน 26 % งานก็คืบหน้าไปกว่า 20 % ก็พอสมควร บริษัทก็มีความพร้อมในการก่อสร้าง มีความมั่นคงทางการเงิน แต่ผู้ว่าจ้างควรให้ความร่วมมือด้วย เพราะเป็นที่ทำงานท่านเอง ควรจะสำนึกมีการเว้นอะไรบางอย่างไว้บ้าง
“บริษัทไม่ได้ดำเนินการผิดขั้นตอน ปัญหาอยู่ที่การไม่ยอมส่งมอบพื้นที่ และการไม่จ่ายเงินงวด โดยงบประมาณเพิ่งดำเนินการเบิกไป 1,532,462 บาท หรือ 26.2 % ตามงวดงานเท่านั้น โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังค้างจ่ายให้บริษัทอีกไม่น้อยกว่า 73,229,000 บาท อยากให้สังเกตว่าแม้กระทั่งพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 10 ที่เป็นพื้นที่อันตราย เป็นจุดเสี่ยงในการทำงาน ทางบริษัทยังเร่งดำเนินการก่อสร้างไปมากกว่าบางกองบัญชาการที่ไม่มีความเสี่ยง เห็นได้ว่ามีการเร่งดำเนินการเพื่อให้แล้วเสร็จตามสัญญาให้ได้” พ.ต.ท.สันธนะกล่าว
ที่ปรึกษา บริษัท พีซีซี.ระบุด้วยว่า เช้าวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันครบสัญญา ตนจะไปรอยื่นหนังสือถึง ผบ.ตรเพื่อให้ได้ทบทวนก่อนการตัดสินใจ







