posttoday
เชื่อศาลโลกยึดหลักสงบจบศึกพระวิหาร

เชื่อศาลโลกยึดหลักสงบจบศึกพระวิหาร

15 เมษายน 2556

โดย...ทีมข่าวการเมือง

โดย...ทีมข่าวการเมือง

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เปิดบัลลังก์วันนี้เพื่อให้กัมพูชาแถลงปิดคดีกรณีข้อพิพาทพื้นที่ปราสาทพระวิหาร จากนั้นฝ่ายไทยจะแถลงปิดคดี

ผู้เกี่ยวข้องสายความมั่นคงให้มุมมองต่อการพิจารณาคดีไว้อย่างน่าสนใจ

ถวิล เปลี่ยนศรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ประเด็นข้อโต้แย้งหรือประเด็นต่อสู้ของฝ่ายไทยมี 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ศาลโลกไม่มีอำนาจในการพิจารณาตามที่ฝ่ายกัมพูชาร้องขอเรื่องเขตแดนตามแผนที่แนบท้าย 1 : 200,000 เพราะคำพิพากษาเดิมได้พิจารณาไปแล้ว กล่าวคือ เมื่อ ค.ศ. 1959 กัมพูชาได้ยื่นคำขอต่อศาลโลกให้วินิจฉัยเขตแดนไทยกัมพูชา 2.ประเด็นอธิปไตยแห่งดินแดนเหนือปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ให้ไทยถอนกำลังทหารออกจากบริเวณปราสาทพระวิหาร ต่อมาใน ค.ศ. 1962 กัมพูชาขอให้ศาลโลกวินิจฉัยเพิ่มเติมอีก คือ ขอให้ตัดสินชี้ขาดเขตแดนไทยกัมพูชา และสถานะของแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ระวางดงรักที่ผนวกท้ายคำฟ้องของกัมพูชา โดยศาลโลกไม่ได้ตัดสินประเด็นดังกล่าว โดยให้ทั้งสองประเทศไปหารือกัน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาระยะเวลาผ่านมา 50 ปี ดังนั้นจึงไม่ใช่ประเด็นใหม่ที่ทางฝ่ายกัมพูชาจะยื่นให้ศาลโลกพิจารณาได้

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 50 ปี ทางกัมพูชาไม่เคยโต้แย้ง และยังมีการทำเอ็มโอยูปี 2543 ร่วมกัน ซึ่งบันทึกดังกล่าวไม่ใช่การกำหนดเขตแดน แต่เป็นเอ็มโอยูที่ สองฝ่ายตกลงกันเกี่ยวกับขั้นตอนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน การที่ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 เป็นแผนที่ และที่สำคัญการอ้างอิงเอกสารดังกล่าวก็ไม่ได้แสดงว่าไทย “ยอมรับ” แผนที่หรือเส้นที่ปรากฏในแผนที่เป็นเส้นเขตแดน หากจะถือว่าไทยยอมรับในลักษณะนี้ ก็ต้องถือว่ากัมพูชายอมรับสันปันน้ำตามที่ระบุในอนุสัญญา ค.ศ. 1904 และสนธิสัญญา ค.ศ. 1907 ด้วย ดังนั้นจะต้องมีการเจรจากันต่อไปจนกว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อยุติร่วมกัน

ประเด็นที่ 2 คือ ศาลไม่สามารถชี้ได้ว่า “แผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000” เพราะดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ในปี 2550 ศาลโลกได้ตัดสินแล้วว่าปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้ผนวกถึงพื้นที่โดยรอบ และสิ่งสำคัญศาลโลกทราบดีว่าประเด็นการต่อสู้ระหว่างไทยกัมพูชา เกี่ยวข้องกับการเมืองระหว่างประเทศ หากศาลตัดสินตามประเด็นต่อสู้ของฝ่ายกัมพูชาที่เรียกร้องว่าเมื่อปี 2550 ศาลโลกตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา ย่อมอยู่บนฐานการพิจารณาตัดสินบนหลักฐานแผนที่ 1 : 200,000 ดังนั้นพื้นที่โดยรอบย่อมเป็นของกัมพูชาไปด้วย

ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อว่าศาลจะไม่พิพากษาในเรื่องเส้นเขตแดนที่เป็นปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชาบริเวณปราสาทพระวิหาร เนื่องจากเมื่อปี 2505 ศาลบอกแค่ว่าตัวปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเท่านั้น ไม่ได้พูดเรื่องพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.

โอกาสชนะคดียังมีอยู่พอสมควร เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่ศาลโลกจะเข้ามาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยปัญหาให้กับทั้งสองประเทศ เหมือนกับเคยมีคำสั่งให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทมาแล้ว

การพิจารณาของศาลโลกในครั้งนี้จะคำนึงถึงบริบทความขัดแย้งของไทยและกัมพูชาด้วย เท่ากับว่าไม่เข้าไปยุ่งกับปัญหาเส้นเขตแดนตามที่กัมพูชามีความพยายามอยากให้ตีความ โดยศาลอาจคำนึงว่าปัญหาดังกล่าวทั้งสองประเทศสามารถใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) แก้ปัญหาได้

สิ่งที่ต้องระวัง คือ ศาลโลกถือว่าเป็นศาลการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ไทยต้องระวังและประเมินให้ดี โดยบริบททางประวัติศาสตร์ระหว่างสองประเทศ ต้องไม่ลืมว่านานาชาติมองไทยว่าเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลมากกว่ากัมพูชา ดังนั้นไทยต้องส่งสัญญาณให้ดี

เวลานี้รัฐบาลไทยต้องส่งสัญญาณและเร่งสร้างเอกภาพในประเทศให้ศาลโลกเห็น กล่าวคือ รัฐบาลไทยต้องแสดงจุดยืนให้ชัดเจนออกมาว่าไม่สามารถยอมรับกับคำพิพากษาของศาลโลกในกรณีที่จะกระทบต่ออธิปไตยของไทย เพื่อให้ศาลโลกเห็นว่าหากพิพากษาลึกลงไปในเรื่องเขตแดนอาจจะสร้างปัญหาได้ในอนาคต ซึ่งศาลอาจจะนำประเด็นนี้มาพิจารณาก็ได้ แม้วิธีการนี้ใช่ว่าจะได้ประโยชน์เสมอไป แต่ก็ยังดีกว่าที่ไทยจะไม่ทำอะไรเลย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69