posttoday
กรุงเทพฯ โตช้า หัวเมืองโตเร็ว เมกะเทรนด์...ที่มาแน่

กรุงเทพฯ โตช้า หัวเมืองโตเร็ว เมกะเทรนด์...ที่มาแน่

11 เมษายน 2556

ผมคิดว่าคุณผู้อ่านบางท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Bangkok is Thailand. Thailand is Bangkok” ซึ่งผมเองเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้สัก 23 ครั้งจากเพื่อนชาวต่างชาติที่รู้จักกัน

ผมคิดว่าคุณผู้อ่านบางท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “Bangkok is Thailand. Thailand is Bangkok” ซึ่งผมเองเคยได้ยินคำพูดทำนองนี้สัก 23 ครั้งจากเพื่อนชาวต่างชาติที่รู้จักกัน

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า กรุงเทพฯ กำลังจะเปลี่ยนไป และในขณะเดียวกันอีกหลายๆ เมืองในประเทศไทยก็กำลังจะเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ลักษณะความเป็นเมืองในแต่ละส่วนของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากในช่วงระยะเวลา 5-10 ปีต่อจากนี้ นับจาก กรุงเทพฯ ไปถึงบรรดาหัวเมืองต่างๆ ที่กระจายกันอยู่ในทุกภาคของประเทศไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

1.เมื่อถึงเวลาที่บรรดาหัวเมืองจะโต

โดยปกติแล้วขนาดของประชากรคนเมืองในเขตเมืองต่างๆ ในประเทศ มักจะเป็นไปตามกฎความสัมพันธ์เชิงประจักษ์ที่เรียกว่า “กฎลำดับขนาด” (RankSize Rule) ที่ว่า เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 2 จะมีจำนวนประชากรคนเมืองเป็นครึ่งหนึ่งของเมืองที่มีประชากรคนเมืองมากที่สุด เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 3 ก็จะมีจำนวนประชากรคนเมืองเป็นครึ่งหนึ่งของเมืองอันดับที่ 2 เช่นกัน และความสัมพันธ์จะเป็นไปในลักษณะนี้ต่อเนื่องกันไป

แต่ในประเทศไทย กลับพบว่า คนจำนวนมหาศาลจะอาศัยอยู่กันแต่ในกรุงเทพฯ ซึ่งได้ทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากที่สุดในประเทศ ส่วนเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่ในเขตเมืองมากไม่ว่าจะเป็น นครราชสีมา เชียงใหม่ อุดรธานี พบว่าส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่แต่ในอำเภอเมืองเท่านั้น ซึ่งถือได้ว่ามีจำนวนประชากรคนเมืองที่น้อยมากเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ

ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค พบว่า ในเกาหลีใต้และมาเลเซีย เมืองที่มีประชากรคนเมืองมากเป็นอันดับที่ 2 ของแต่ละประเทศมีขนาดถึง 36% และ 49% ของเมืองอันดับที่ 1 ของแต่ละประเทศตามลำดับ

ดังนั้น ประชากรคนเมืองของบรรดาหัวเมืองต่างๆ ของไทย จึงน่าจะมีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีกมาก นอกจากนั้นการพัฒนาสู่ความเป็นเมืองได้ย้ายออกจากกรุงเทพฯ ไปสู่บรรดาหัวเมืองไปแล้ว เนื่องจากการที่กรุงเทพฯเริ่มโตช้าลง เมื่อเทียบกับบรรดาหัวเมืองในจังหวัดอื่นๆ โดยจังหวัดที่มีจำนวนประชากรคนเมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้แก่นครราชสีมา สงขลา อุบลราชธานี อุดรธานี และชลบุรี เป็นต้น

2.ผู้บริโภคในเมืองอยู่ที่ไหน?

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำการวิจัยพฤติกรรมของประชากรที่อาศัยอยู่ในเมือง พบว่า มีกำลังแรงงานทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 38.3 ล้านคน มีเพียง 11.8 ล้านคน ที่อยู่อาศัยในเขตเมือง และมีเพียง 3.7 ล้านคน ที่เข้าข่ายกลุ่มผู้บริโภคในเมือง นั่นคือเป็นผู้มีรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 1.5 หมื่นบาท และอยู่อาศัยในเขตเมือง โดยมีเพียง 1 ล้านคน ที่มีรายได้ต่อเดือนสูงกว่า 3.5 หมื่นบาท และที่เหลืออีก 2.7 ล้านคน จะมีรายได้อยู่ในระดับ 1.5-3.5 หมื่นบาทต่อเดือน

นอกจากนั้น ยังพบต่อไปอีกว่า มีผู้บริโภคในเมืองที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีประมาณ 2 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 55% หรืออาจกล่าวได้ว่า...มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีรายได้สูงกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนอีก 1.7 ล้านคน หรือ 45% ของกลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวกระจายตัวไปตามเขตเมืองของจังหวัดต่างๆ

3.การเกิด Urbanization อย่างรวดเร็วในบรรดาหัวเมือง

วศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการเกิด “สังคมเมือง (Urbanization)” ไว้ว่า ในบรรดาจังหวัดหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศไทยได้เกิด Urbanization ขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหลายจะมีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด...

“ตอนนี้ร้านค้าปลีก โมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ทยอยไปเปิดสาขาตามต่างจังหวัดเยอะมาก ส่วนธุรกิจลำดับถัดมาที่จะเติบโตตามไปด้วย เช่น อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ดีลเลอร์รถยนต์ก็จะเข้าไปลงทุนในพื้นที่ที่เกิด Urbanization มากขึ้น จากนั้นสถานศึกษาและโรงเรียนกวดวิชาก็จะเข้าไปตั้งสาขา เป็นโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการสามารถไปลงทุนในธุรกิจเหล่านี้ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าธุรกิจจะไปไม่รอด”

4.เมื่อภาคอีสาน เติบโต...มากที่สุด

สิ่งที่เป็นความจริงอยู่ทุกวันนี้ ก็คือภาคอีสานมีประชากรคนไทยมากที่สุด ภาคอีสานมีรายได้ต่อหัวต่ำที่สุด และภาคอีสานจะมีจุดเชื่อมต่อกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนมากที่สุด ผมเองมองว่าแค่เราได้รับรู้ถึงความจริงดังกล่าวทั้ง 3 ข้อ คุณผู้อ่านก็คงพอจะเห็นภาพได้แล้วว่า ภาคอีสานยังจะมีโอกาสที่จะเติบโตด้วยอัตราเร่งหรืออัตราก้าวกระโดดได้อีกมาก

นอกจากนั้น นโยบาย “ค่าแรงวันละ 300 บาท” ของรัฐบาล ก็ได้ทำให้ประชาชนในภาคอีสานได้รับอานิสงส์ไปอย่างมาก โดยมีคนไทยในภาคอีสานที่ไม่ได้ทำงานในท้องถิ่นของตนเป็นจำนวนมาก แต่ไปทำงานกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ คนเหล่านี้ก็จะส่งเงินกลับบ้าน...เพื่อไปใช้หนี้...เพื่อไปเลี้ยงดูคนที่ตนรัก

หรือแม้กระทั่ง...เพื่อไปลงทุนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือเงินเหล่านี้จะไหลหลั่งมาสู่ภาคอีสาน และสิ่งที่จะตามมา ก็คือโอกาสของบรรดากิจการที่จะสามารถรองรับความต้องการอย่างไม่สิ้นสุดของคนในท้องถิ่นของภาคอีสาน

ดังนั้น “โอกาส” อาจกำลังมาเยือนคุณผู้อ่านบางท่านอยู่ก็ได้นะครับ ทำให้นึกถึงคำพูดของอดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรที่ชื่อ เบนจามิน ดิสราเอลี (Benjamin Disraeli) ที่พูดไว้ว่า “One Secret of Success in Life is for a Man to be Ready for His Opportunity When it Comes”

แปลตามความได้ว่า “หนึ่งในเคล็ดลับความสำเร็จของมนุษย์ ก็คือ จงเตรียมตัวให้พร้อมก่อน...ที่โอกาสจะมาถึง”

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน